2013-10-12

fic Really I Did't Know [KAIDO] - 3 NC






“ฉันขออะไรแกสักอย่างจะได้มั๊ย ฉันขอละที่ผ่านมาฉันแค่คิดว่าแกกับคยองซูอาจจะไม่คิดะไรกันอาจจะไม่เป็นอย่างที่ฉันคิด แต่ว่าตอนนี้มันไม่ใช่!!คยองซูบอกกับฉัน ว่ารักแกมากและกำลังคบกันกับแก ฉันบอกตามตรงเลยนะ ว่าฉันรับไม่ได้ที่จะให้ลูกชายฉัน คบกันเด็กไม่มีหัวนอนปรายเท้าอย่างแก”
“คุณจะให้ผม.....ทำยังไง?”จงอินเอ่ยถามหญิงสาวที่เลยวัยกลางคนไปแล้วขึ้น สายตาของชายหนุ่มจับจ้องไปที่แก้วกาแฟลาเต้ที่เขาสั่งมาซึ่งตอนนี้เย็นชืดไปแล้ว เพราะความกดดันตรงหน้าที่มีทำให้เขาไม่อยากแตะอะไร และมันก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้คุยเป็นการส่วนตัวอยู่ต่อหน้าแม่ของคยองซูที่เขาพยายามที่จะหลบสายตาทุกครั้งถ้าต้องหลงจ้องนานๆด้วยความประหม่าและเกร็ง
“แกน่าจะรู้ดีนะ ว่าความจริงแล้วฉันก็ไม่ได้อะไรกับเด็กอย่างแกมาก แกก็ไปมาหาสู่กับคยองซูได้เหมือนเดิม แต่แค่.......เลิกกับคยองซูสะ ถ้าแกไม่อยากทำลายชีวิตของคยองซูอีกต่อไป แกกับคยองซูต่างกันมาก คยองซูจะต้องได้อยู่กับคนที่ดีๆเท่านั้น หงส์ยังไงก็ยังเป็นหงส์อยู่วันยังค่ำ ให้มาเกือกกั่วกับคนต่ำๆอย่างแก ชาตินี้คยองซูอยู่กับแกไม่เจริญหรอก”เขาสะดุ้งเหมือนคนตรงหน้าจงใจที่จกระแทกคำสุดท้ายใส่เขา แก้วกาแฟลาเต้ที่เขาสั่งมายังไม่ได้แตะสักนิดเพราะเขามัวแต่นั่งเกร็งตัวเกร็งกับบุคคลตรงหน้านั่นก็คือแม่ของคยองซู
“คงไม่ต้องให้ฉันอธิบายมากนะ และแกคงไม่โง่ที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันบอก เลิกยุ่งกับคยองซูสะ อย่าให้มีครั้งที่สอง เพราะไม่อย่างนั้นฉันไม่ได้มาแค่เตือนแน่”หญิงชราคนนั้นพูดพร้อมกับควักเงินในกระเป๋าออกมาวางไว้ที่โต๊ะข้างแก้วกาแฟของผม
“เงินค่ากาแฟของแก”หญิงสาวคนนั้นว่าเสร็จก็ลุกเดินออกไปจากร้านด้วยท่าทางอย่างหงส์เหิน จงอินเหมือนเอาชะงัดออกจากหลัง เหมือนเอาความหนักอึงทั้งมวนที่ได้แบกเอาไว้ออกถูกปลดปล่อยออกมาเป็นเสียงถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อยผิดหวังแทน เขาเคยคิดมาตลดว่าคยองซูกับเขาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คยองซูเป็นลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีส่วนเขาก็แค่เด็กไม่มีหัวนอนปรายเท้าพ่อแม่ตายตั้งแต่เด็กๆและมาอาศัยอยู่กับป้าที่ทำงานอยู่ที่อเมริกาหาเงินส่งมาให้เขาเรียนหนังสือ เมื่อก่อนๆที่เขาจะเจอกับคยองซูเขาแทบไม่มีเพื่อนด้วยซ้ำตอนอยู่ประถมก็ถูกแกล้งถูกรังแกสาระพัดจนคยองซูย้ายมาและทำให้เขาได้รู้จักกับเด็กผู้ชายร่างบอบบางดวงตากลมโตที่มักมอบรอยยิ้มให้กับทุกคนเสมอ จนขึ้นมัธยมเขาก็รู้หัวใจตัวเองมากขึ้นและตัดสินใจบอกรักคยองซูไปและคยองซูก็คิดเหมือนเขาเช่นกันเลยตกลงคบกันในที่สุด
“จงอินอ่าเหม่ออะไรอยู่”ร่างของผมเซไปข้างหน้าอย่างแรง ลำคอของผมถูกคนร่างบางโอบคอจนแทบหายใจไม่ออกต้องผินหน้ากับมาหาคนร่างบางที่ยังเอาหน้ามาคลอเคลียไม่ห่าง
“ป่าวหนิ แค่คิดอะไรไปเรื้อยๆก็แค่นั้น เย็นมากแล้วนะ ฉันว่านายน่าจะกลับบ้าได้แล้ว”ผมว่าแล้วบีบจมูกคนร่างเล็กอย่างมั่นเขี้ยว แต่คนร่างเล็กกับทำหน้งอง่ำตีมือผมที่บีบปรายจมูกออก
“นี่แนะ..ซนดีนักเขาเจ็บนะ ทำไมชอบไล่นักร่าไม่อยากให้เขาอยู่ต่อหรอ?”คยองซูทำเสียงกระเง่ากระงอดน่ารัก ผมยิ้มบางๆแล้วรวบเอวคนตรงหน้าให้เข้ามาแนบชิดกันมากยิ่งขึ้น
“ป่าว..แค่กลัวแม่ของคยองซูจะเป็นห่วงนะ”
“ไม่ต้องมาอ้างเลยเขางอลตัวเองแร่ว”คยองซูหันหน้าหนีจงอิน จงอินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วสวมกอดคยองซูจากด้านหลัง
“ไม่เอานะครับอย่างอลน้า เขาอยากให้ตัวเองอยู่กับเขาจะตาย”ผมเอ่ยข้างหูแล้วเอาคางตั้งที่บ่าของคนรัก คยองซูผลักผมออกเบาๆแล้วหันหน้ามาจ้องตาผม สายตาขี้อ้อนน่ารักหายไปตอนนี้ดวงตากลมโตกำลังแดงกร่ำ
“คยองซู.../ฮื่อ..จงอิน..อย่าพูดแบบนี้อีกนะ จงอินพูดแบบนี้เหมือนจงอินไม่อยากอยู่กับเขา ไม่อยากอยู่ใกล้เขางั้นแหละ”คำพูดพร้อมทั้งน้ำตาพรั่งพรูออกมารัวจนผมจับใจความไม่ได้แต่ผมก็ไม่ชอบเลยที่คยองซูจะร้องไห้แบบนี้
“ไม่หนาคยองซู อย่าร้องนะ..จงอินคนนี้รักคยองซูที่สุด”ผมใช้นิ้วโป้งปาดคราบน้ำตาออกให้ช้าแล้วยีผมนุ่มเบาๆหนึ่งครั้งไป คนร่างบางสะอื้นได้อย่างน่ารักจนผมต้องก้มลงไปจุ๊บแก้มเบาๆ
“ไม่..เขาไม่เชื่อ ตัวเองโกหก ตัวเองมีคนอื่นใช่มั๊ย?เขาเห็นนะ ว่าวันนั้นตัวเองคุยกับใคร?เพื่อนเขาบอกมาว่า เราเป็นผู้ชายจะไปให้ความสุขเขาได้ยังไง จงอินเลยนอกใจใช่มั๊ย?”คยองซูดูโกรธมากเขาผลักผมออกแล้วจ้องผมตาเขมึง
“คยองซูอะไรทำให้นายคิดแบบนั้น?”ผมเอ่ยแล้วมองคนน่ารักที่เริ่มจะร้องไห้อีกรอบ
“พิสูจน์ส์สิ พิจน์ให้ฉันเห็นหน่อย ว่านายต้องการฉัน อยากกอดอยากจูบฉัน!!”คยองซูขึ้นเสียงจนผมตกใจไม่เห็นคยองซูเป็นแบบนี้มาก่อน
“ไม่เอาน่าคยอง..อื่อ..”ริมฝีปากของผมถูกคนตรงหน้าประกบอย่างรวดเร็วคยองซูจูบผมอย่างไม่ประสาแต่เขาก็ทำออกมาได้ดีจนผมอึ่งที่เขายอมลุกผมก่อน
“ทำอะไรน่ะคยองซู?”ผมเอ่ยถามเมื่อคยองซูปลดตะขอกางเกงผมออกแล้วดึงกางเกงลงจนไปกองอยู่ที่ข้อเท้า
“ก็พิสูจน์ไง...”คยองซูพูดแค่นั้นเขาก็ดันผมหายเข้าไปในห้องนอนของผมผลักผมลงกับเตียงแล้วขึ้นคร่อมร่างของผมไว้จัดการถอนเสื้อผมออกไปเองทั้งหมดผมได้แต่มองการกระทำของคยองซูที่ผมก็เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าผมก็ต้องการ ผมจับคนร่างเล็กพลิกลงมาอยู่ข้างล่าง ซุกไซร์ริมฝีปากกับลำคอขาวจนขึ้นสีไต่ลงมาตามหน้าอกที่กะเพื้อมขึ้นลงจากอัตราการเต้นของหัวใจ
“อื่อ..จงอิน..”คยองซูครางบิดเร่าไปกับสัมผัสวาบวามหลับตาแน่นเม้มริมฝีปาก อุ้งมือน้อยๆกำขยุ่มที่ผ้าปูเตียงจนมันเลิกออกมาจากฟูก ผมซุกไซร์จนมาถึงหน้าท้องแบนราบ เลียวนที่สะดือเล็กจนรู้สึกถึงคนด้านล่างเกร็งขมวดหน้าท้องจนเป็นครื่น
“อื่อ..จงอิน..อ่า”ผมทั้งเลียทั้งลูบที่ส่วนปรายของคยองซูที่เริ่มแข็งตัว ออกแรงขยับช้าๆเนิบนาบให้คยองซูดื่มด่ำกับรสชาติของเซ็กส์ที่กำลังจะเริม่ขึ้นแล้ว ผมก้มลงไปใช้ปากับแกนกายเล็กขยับเข้าออกเลียที่ส่วนปราย จนแกนกายสีชมพูระเรื่อไปด้วยน้ำลายของผมจนมันวาว ก่อนจะลากลิ้นมาที่จีบแยกที่หเกร็ง ผมแหย่ลิ้นเข้าไปทำให้ได้ยินเสียงครางหวิวด้วยความเสียวซ่านของคยองซูมากขึ้น
“อื่อ..อ่ะ..เสียว..จงอินฉันเสียวว”เสียงครางกระเส่าดังถี่ๆผมแหย่เข้าๆอยู่สักพักเมื่อคิดว่าช่องทางเริ่มคุ้นชินแล้วก็ยักตัวลุกขึ้นถอดเสื้อที่ค้างเติ่งออกทำให้ผมเปลือนเปล่าเท่าทั้งตัวเหมือนคยองซูแล้ว
“จงอิน..”ผมที่กำลังจะสานสัมผพันธ์กิจกรรมรักต่อ คยองซูก็เอ่ยขั้นขึ้น ผมมองไปที่ใบหน้าหวานแดงเปร่งที่อยู่ในท่วงท่าน่าอายนี้ด้วยใบหน้ายิ้มบางๆ
“ฉันกลัว..”ผมหัวเราะนี่น่ะหรอคนที่รุกผมเมื่อกี้แต่ตอนนี้กลายเป็นลุกแมวเชื่องๆนี่เอง
“เมื่อกี้ใครนร้าเป็นคนเริ่มกอดแท้ๆแต่ตอนนี้กับทำปอด”คยองซูเบ้หน้างอน่ารักแล้วท้าวข้อสอกกับฟูกเตียงเพื่อลุกขึ้นมามองการกระทำของผม
“ก็กลัว....กลัวว่ามันจะเจ็บนี่น่า”
“ไม่ต้องกลัวนะคยองซู สิ่งที่ฉันทำลงไป ฉันสัญญาว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง และสิ่งที่ฉันทำขึ้นมานี้ก็ด้วยความรักที่หมดที่มี ฉันรักนายคยองซู!!”ผมเอ่ยหนักแน่นจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตที่ตอนนี้ก้มหลบสายตาผมแล้ว
“อื่อ..เข้าใจแล้ว อย่าทำเจ็บนะ”ผมยิ้มแล้วเฉยคางคยองซูขึ้นมารับจูบที่แสนร้อนแรงจากผม ผมก้มลงไปจนหน้าอกของเราชิดกันเป็นเวลาเดียวที่ผมดันแกนกายของตวเองเข้าไปจนสุดในคราวเดียว น้ำใสไหลอออกมาจากดวงตากลมโตที่ถึงจะเจ็บแค่ไหนก็ไม่มีการต่อต้านหรือประท้วงสักนิดกับใช้มือกดหลังคอของเขากดจูบลงมาแนบแน่ขึ้นยิ่งอีก ผมค้างปรับสภาพชั่วครู่ก่อนจะขยับเนิบนาบและเร็วขึ้นจนได้ยินเสียงเนื้อกระทบกับดังลั่นห้อง เสียงครางของเราก็ดังคลอไม่แพ้กัน
“อื่อ..จงอิน..อ่ะ..อึ..อ่า”คยองซูปรือตามองผมสายตาที่แฝงด้วยอารมณ์ของคยองซุช่างร้อนแรงนักจนผมต้องก้มลงไปอ้อนขอจูบร้อนๆจากคยองซูอีก ใครว่าผมไม่อยากกอดอยากหอมคยอซูละ แต่ผมให้เกียรติเลยไม่อยากล่วงเกินแต่พอมาเห็นคนช่างยั่ววันนี้กับทำให้อารมณ์ผมขึ้น
“คยองซู..อ่าห์..อื่ม”ผมครางเสียงต่ำแล้วจับร่างที่อ่อนเปรียวเปรียกของคยองซูขึ้นมานั่งตักเหมือนคยองซูจะรู้ว่าจะทำยังไงต่อก็กระแทกช่องทางลงมาใส่แกนกายของผมจนหัวสั่นคลอน เด็กน้อยของผมไม่ต้องสอนยากก็เข้าใจเกมส์รักได้อย่างว่าง่ายและลึกซึ้ง
จนในที่สุด...
“อื่อ..อ่ะ..อึ..อ่ะๆ..ใกล้แล้วจงอิน ใกล้แล้วฉันใกล้แตกแล้ว/พร้อมกันนะคยองซู..คยองซู คยองซู อ่าหะ...”ผมครางเรียกชื่อคยองซูเสียงสูงก่อนจะปลดปล่อยใส่เข้าช่องทางรักของคยองซู
“แฮกๆ/แฮกๆ”เสียงหอบเหนื่อยและเหงื่อที่ไหลท่วมตัวของเราปะปนกันไปทั่วแต่ผมก็ไม่ได้รังเกลียดกับจับร่างบอบบางนอนราบลงกับเตียงแล้วถอนกายออกน้ำเหนียวข้นไหลเยิ้มมาตามเรียวขาจนหยดเลอะผ้าปูเตียง ผมจัดการแต่งตัวให้คยองซูและจัดการตัวเองเสร็จก็มานอนลงข้างๆคนร่างบางที่หมดสติไปแล้วตั้งแต่ที่ทำกันเสร็จ
“ครื่น..”เสียงฟ้าร้องมาตั้งแต่ไกลๆพร้อมกับสายฟ้าสีขาวผ่าลงมาบ่งบอกได้ว่าอีกไม่นานฝนคงตกคยองซูระเมอและเข้ามาเอาใบหน้าซุกลงกับอกแกร่งอย่างหาไออุ่นซึ่งจงอินก็เต็มใจโอบคยองซูเข้ามาในอ้อมกอดทั้งตัวแล้วก็หลับไปในนิทราในที่สุด
และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่เราตกเป็นของกันและกัน ตอนประมาณมัธยมปีสองได้มั๊ง แต่เรื่องที่ยังคงวนเวียนในหัวผมตอนนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องที่แม่คยองซูมาเตือนผม ผมก็ยังหลอกตัวเองต่อไป ว่าผมกับคยองซูรักกันดีไม่มีปัญหาจนมาถึงปีสุดท้ายแม่ของคยองซูมาหาผมอีกครั้งพร้อมกับนักเลงหัวไม้แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อผมรับปากแล้วว่าจะเลิกกับคยองซูจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นก็แค่ฝากรอยไว้บนใบหน้าของผมหนึ่งรอยแต่ก็ทำเอาคยองซูที่เห็นอดเป็นห่วงถามผมอยู่บ่อยๆไม่ได้แต่ผมก็ได้แต่บ่ายเบี่ยงและออกห่างคยองซูออกมาทีละก้าว จนมาถึงวันนั้นซึ่งทุกคนคงรู้ดี วันที่ผมบอกเลิกกับคยองซูจริงๆ ผมตะคอกใส่คยองซูทั้งๆที่ผมไม่เคยทำมาก่อน พอคยองซูหายออกไปร่างกายผมก็ทรุดลงกับพื้นด้วยความหมดแรง
นายทำถูกแล้วจงอิน นายปล่อยคนที่รักนายได้เจอกับสิ่งที่ดีๆ แบบนั้นแหละถูกแล้วดีกว่าเขาจะมาจมปรักอยู่กับคนไม่มีอะไรแบบนายไปตลอดชีวิต...

2013-10-12

fic Really I Did't Know [KAIDO] - 2



“อ่าวคยองซูกลับมาแล้วหรอลูก มานี่เร็วววแม่มีใครจะแนะนำให้ลูกรู้จัก”ผมมองไปทางแม่ที่นั่งกวักมือเรียกผมจากโซฟารับแขกตัวใหญ่ของห้องโถงกว้างในบ้านใหญ่ระดับปานที่ค่อนข้างจะมีฐานะของเรา ตรงหน้าของแม่มีแขกที่ผมไม่คุ้นหน้านั่งยิ้มให้กับผมทันทีที่ผมหันไป ใบหน้าคมเข้ม รูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทดูดีดูอบอุ่นเหมือนมีอำนาจบางอย่างทำให้ผมหลงจ้องชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่วางตาจนรู้ว่าเสียมารยาทผมจึงผละสายตามามองแม่แทน
“นี่คือคุณเชวซีวอนเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทเอดีกรุ๊ปที่พ่อเราก็มีหุ้นอยู่ที่นั่นด้วย ที่คุณเขามาที่นี่เพราะว่าพ่อเราน่ะสิ ชวนคุณซีวอนมาลงทุนทำสนามกอล์ฟ มาได้หลายวันแล้วละมาดูการก่อสร้าง แม่ก็เลยชวนคุณซีวอนมาทานอาหารที่บ้านก่อนที่จะกลับโซล เพื่อเป็นการขอบคุณ..สวัสดีพี่เขาสิลูกเพราะต่อไปในภายภาคหน้าลูกอาจจะได้พึ่งพี่เขาก็ได้”แม่ผมกล่าวด้วยความยินดีอย่างกับผู้ชายตรงหน้าคือพระเจ้าที่สรรสร้างทุกอย่างได้ทั้งที่จริงแล้วก็แค่ผลประโยชน์ที่ต่างฝ่ายต่างได้รับต่างหากและนั่นก็คือวิถีของนักธุรกิจที่จะต้องผูกมิตรมากกว่าสร้างศัตรูเพื่อมีไว้ให้เกาะในยามล้มละลายหรือเป็นหนีสินเกินเยียวยา แต่ผู้ชายคนนั้นก็แค่เผยรอยยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มน้อยๆที่กุมหัวใจคนได้รับอย่างแม่ผมไปเต็มๆ
“สวัสดีครับคุณเชวซีวอนผมโดคยองซูยินดีที่ได้รู้จักฮ่ะฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”ผมเอ่ยเสร็จก็ก้มศีรษะน้อยๆให้กับคนที่อายุมากตรงหน้าแล้วยื่นมือออกไปทำการเช็คแฮนด์
“ครับยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันแต่ไม่ต้องเรียกพี่ทางการแบบนั้นก็ได้ เรียกพี่ว่าซีวอนนะน้องคยองซูเราจะได้เป็นกันเอง”พี่เขายิ้มแต่ก็ทำเอาผมสะดุ้ง
“อ่ะ!!”ผมอุทานออกมาเบาๆมองลงมาที่มือของตัวเองที่ถูกคนตรงหน้ากุมแล้วบีบแรงๆจนรู้สึกเจ็บแต่ก็เก็บอาการเอาไว้จนพี่เขาปล่อยมือออก ผมเหลียวมองพี่เขาอย่างงงๆผิดกับอีกคนที่ยังมียิ้มประดับบนใบหน้าอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนคุณแม่ผมเอ่ยขึ้น
“รู้จักกันแล้วงั้นแม่ก็ฝากน้องเลยนะ เพราะถ้าคยองซูเรียนจบม.ปลายแม่คงจะส่งคยองซูไปเรียนในโซลคงได้พึ่งเราอีกเยอะ สนิทๆกันไว้อะไรๆจะได้ง่ายๆ”แม่ผมหัวเราะคิกคักอยู่กับผู้ชายตรงหน้าผมสองคนจนผมรู้สึกว่าจะเริ่มเป็นส่วนเกินจึงขออนุญาติเดินออกไปอย่างมีมารยาท
“แม่ครับ ผมเหนื่อยมาก ขอตัวก่อนนะครับ”ผมลุกขึ้นก้มโค้งเดินหน้าตั้งออกไปโดยที่ไม่ฟังคำทัดทานของใครอีก แค่อยู่ปั้นหน้าให้เป็นปกติต่อผู้คนก็เริ่มจะทำยากเข้าทุกที ตอนนี้ผมก็มีอยู่อย่างเดียวนั่นแหละที่อยากจะทำมากในขณะที่เปิดประตูห้องแล้วทรุดลงนั่งลงกับกรอบประตูอย่างหมดแรง
ผมอยากร้องไห้...
มันเจ็บไม่น้อยกับเรื่องราวของวันที่ได้ไปเจอมา หลังจากที่ถูกจงอินไล่ออกมาจากห้องของเจ้าตัวผมก็ปล่อยโห่ออกมาราวทำนบแตกกลางฟุตบาทที่มีคนเดินกันพลุพล่านไม่สนใจกับสายตาของผู้คนที่จะมองว่าผมจะเป็นยังไง ตอนนี้ผมเจ็บ ปวดร้าวไปหมด ไม่เข้าใจว่าทำไมจงอินถึงได้ตัดผมง่ายอย่างนี้ ถึงจะบอกว่าช่วงนี้อย่าเจอกันเลยดีกว่า แต่ก็เหมือนๆกับเลิกกันอยู่ดีไม่เจอหน้าไม่ได้คุยกันมันยิ่งร้ายแรงมากกว่า จงอินต้องการอะไร ถ้าจะบอกกันแบบนี้ทำไมไม่เลิกกับเขาเลย สู้ให้เขาเจ็บปวดตอนนี้ยังดีกว่าจะเก็บเขาไว้ ความเจ็บปวดได้แล่นพล่านไปหมดคยองซูเอาอุ้งมือที่อ่อนโรยราทั้งสองข้างขึ้นมาปิดดวงหน้าส่ายสะบัดไปมา เขาทนไม่ได้หรอกที่จะทำเหมือนไม่รู้จักกัน ทำไม่ได้หรอกที่จะเดินผ่านเฉยๆโดยที่ไม่ทัก เขาทำไม่ได้ จงอินจะรู้อะไรบ้างหรือป่าวว่าทำให้เขาเจ็บมากแค่ไหน ความรักที่เขาเฝ้าถนอมมาตั้งแต่ม.ต้นจนจะจบเพียงแค่นี้หรอ เขาไม่รู้เหตุผลด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร จงอินถึงได้เปลี่ยนราวกับคนละคน
“จงอิน....ฮือออ...ฉันรัก...นายย”











“จงอินไม่ใช่นะ ประโยคนี่แบบนี้ต่างหาก”
“โอ๊ะ/โอ๊ะ..ฮ่าฮ่าฮ่า”เสียงหัวเราะที่เกิดขึ้นภายในห้องเรียนที่ดูจะอึมคึมนี้ทำให้อะไรๆในห้องเรียนไม่ได้ดีขึ้นเลย คยองซูนั่งมองดูคนร่างสูงที่กำลังนั่งติวกับผู้หญิงที่ดูจะเรียนเก่งที่สุดในห้องอย่างโบอึนจองที่ทำเอาคยองซูที่เห็นแล้วของขึ้นจนกำกระดาษแผ่นยาวๆเป็นก้อนกลมๆได้ด้วยความหึงห่วง ภาพที่ทั้งสองติวจนเอาศีรษะติดกันจนชนกันเข้าอย่างจังนั้นอยู่ในสายตาของคยองซูทั้งหมดเป็นภาพที่ดูน่ารัก เขาได้ยินเพื่อนๆในห้องแอบคุยว่า สองคนนี้ดูเหมาะสมกันและน่าจะแอบชอบกันอยู่แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดเสียงดังออกมาเนื่องจากกลัวคนที่กำลังนินทราให้ได้ยินเอาเลยกลายเป็นเสียงกระซิบที่ดังรอยอื่ออึงผ่านหูคยองซูจนน่ารำคาญ
ตั้งแต่เช้าแหละที่อาจารย์ไม่มาเข้าสอน เหมือนจงอินจะรู้ว่าเขามองอยู่แต่ก็พยายามทำตัวไม่ให้ว่างจนคยองซูรู้สึกอึดอัดลุกพรวดขึ้นอย่างแรงจนเก้าอี้กระเด้งตกลงกระทบพื้นเกิดเสียงอย่างแรง ตรึงสายตาทุกคู่หันมามองเป็นจุดเดียวอยู่ที่โดคยองซูคนอื่นต่างนั่งกับโต๊ะแต่เขายืนจังก้ากลางห้องทำให้เพื่อนๆมองอย่างสงสัยแต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยถามเพราะดูจากอารมณ์ท่าทางก็ดูจะมีอารมณ์ไม่น้อย
ดีโอกำมือแน่นจนขึ้นสีตวัดสายตาไปมองยั่งตัวต้นเหตุถ้าไม่ติดตรงที่ทุกคนจะเกลียดเขาและตื่นกลัวเขา เขาคงจะเข้าไปกระชากยัยอึนจองที่ช่างไม่รู้อะไรเลยนั่นมาตบ แต่ถ้าทำแบบนั้นคนที่จะเกลียดเข้ามากๆคนหนีไม่พ้น
คิมจงอิน...
เลยได้แต่กำมือเม้มริมฝีปากกระแทกเท้าเดินออกจากห้องเรียนไป
“ปัง!!!!!”







“แกรก....”เสียงกงลูกโซ่ดังกระทบกันเป็นเสียงสะท้อน ที่สร้างขึ้นไว้กั่นผู้คนที่จะหลงพลัดตกลงจากดาดฟ้าไปบนตึกสูงราวแปดชั้นนี่ ที่เขาเอามาเป็นที่สงบสติอารมณ์ทั้งมวลให้คลายลง แต่วันนี้ก็ต้องผิดหวังเมื่อขึ้นมาถึงก็เจอกับบุคคลที่สองไม่ได้รับเชิญขึ้นมา
“ไอซิคโก!!”
“หึ..ไงโจยท์เก่าไม่ได้คุยกันตั้งนาน ฉันคิดถึงแทบบ้า ฮ่าฮ่า”คนที่ผมมองด้วยสายตารังเกลียดหัวเราะครื่นอย่างพออกพอใจ คนร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทสีเทาเหมือนกันกับผมทรงผมทรงผิดกฎระเบียบของโรงเรียนและในมือยังคีบแท่นยาวๆที่มีควันลอยออกมาส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วอยู่ตอนนี้ทำให้คยองซูรู้สึกเวียนหัว เพราะร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่แค่ถูกแดดถูกลมแรงๆก็ป่วยง่ายแล้วยิ่งมาเจอแบบนี้ยิ่งมึนหัวไปกันใหญ่
“อย่ายุ่งกับฉัน!!!”ผมบอกเสียงสะบัดเดินเลี่ยงร่างสูงตรงหน้าไปยังประตูดาดฟ้าแต่ก็ถูกฉุดแขนไว้
“จะไปไหน ไหนๆก็มาที่นี่แหละ มาระรึกความหลังของเราไม่ดีหน่อยหรอ..”
“อย่านะ!!ปล่อย!!ไอซิคโก!!”ผมยันหน้าอกร่างสูงที่เข้ามาประชิดตัวรวดเร็วจนตั้งรับไม่ทัน มันผลักผมเข้ากับกงลูกโซ่แล้วยื่นหน้าเข้ามาหาผมจะประทับปากของมันลงมาเพื่อหวังจะจูบผม ผมออกแรงดิ้น ซึ่งมันก็ล็อกแขนผมแล้วจับตรึงกับกงลูกโซ่จนได้ยินเสียงกระทบกันดังก้องสะท้อนข้างๆหู เบื้องหลังเป็นภาพวิวตึกเรียนต่างๆที่มองลงไปแล้วช่างสูงจริงๆ
“อย่าดิ้นได้มั๊ย!!อยู่เฉยเถอะน้า..อย่าทำเหมือนไม่เคยเลย”มันซุกไซร์ริมฝีปากขบกัดไปตามลำคอผมร้องไห้น้ำใสไหลออกมาจกดวงตาช้าๆ ในห้วงความคิดของผมคิดถึงใคนคนหนึ่งที่อยากให้ขึ้นมา ขึ้นมาช่วยผมออกไปจากสิ่งเลวร้ายนี้
‘จงอิน...’
“ไม่..ฮื่ออ..ปล่อย..ฉัน!!!”ผมสะอื้นกระดุมเสื้อถูกปลดออกทีระเม็ดจนเผยในเห็นอกบางขาวที่สั่นสะท้านด้วยแรงหายใจหอบ
“ฮ่าฮ่า..นายยังขาวเนียนเหมือนเดิมเลยนะ ถามจริงเหอะไอจงอินมันเอานายบ้างรึป่าว”มันว่าเสร็จก็เข้ามาลูบไล้ร่างกายผม ลูบตามชายโครงจนไปที่ด้านหลังของแผ่นหลังบางจนมาหยุดอยู่ที่หัวกางเกง
“อย่านะ!!”ผมส่ายหน้ามองดูตาที่แสนจะร้ายกาจของมันที่มองผมด้วยสายตาโลมเลียจนอดไม่อยู่นี่ทำให้ผมนึกถึงครั้งนั้นที่ผมเสียท่าให้มันในวันที่เพื่อนในห้องของผมไปกินเลี้ยงหลังจากที่ทำงานกลุ่มเสร็จ ผมแพ้เหล้าแต่เพื่อนก็คะยั่นคะยอให้ผมกินโดยที่ผมลืมคำนึงถึงคนที่ร่วมงานในคืนนั้นด้วยว่ามีใครบ้างและพอตื่นขึ้นมาผมก็พบกับความอัปยศที่ไม่อาจจะลืมเลือนได้ กับร่างกายเปือยเปล่าที่รอยรักเต็มตัวพร้อมกับคนร่างสูงที่นอนขนาบข้างกันบนเตียงที่ข้างล่างมีเหล่าเพื่อนของผมนอนกองขวดเหล้าระเกะระกะอยู่ ผมตกใจ และมันก็ตกใจเช่นกัน แต่ก็เพียงชั่วครู่ที่มันกลับมาทำหน้าเรียบเฉยตามเดิมพร้อมพูดทิ้งท้ายกับผมว่า
“ก็แค่..เซ็กส์น่ะคยองซู อย่าคิดมาก นายก็ไม่คิดที่จะอะไรมากอยู่แล้วไม่ใช่หรอ?”มันเอามือไพ่ที่ศีรษะเอนหลังพิงกับหัวเตียงสบาย ผมกำมือแน่นมองด้วยสายตารังเกลียด
“ฉันเกลียดแก..ไอสารเลว”
“เพี้ย!!”ผมตบหน้าซิคโกฉากใหญ่แล้วลุกออกมาจากเตรียมหอบเสื้อผ้าเข้าไปห้องน้ำจัดการตัวเองเรียบร้อยก็ออกจากห้องเพื่อนไปทันทีก่อนที่เพื่อนจะตื่นขึ้นมา เดินโอบห่อร่างกายไปตามถนนที่ยังมืดสลัวอยู่เพราะยังไม่สว่างมากแต่ช่วงใกล้ๆจะเช้าก็รู้สึกหนาวเย็นจนบาดเนื้อบาง น้ำตาไหลออกมาเป็นสายผมรู้สึกผิดบาปกับตัวเองที่ดูแลร่างกายนี้ไม่ได้เลย ผมไม่บริสุทธิ์อีกแล้ว ผมเหม่อรอยจนไม่รู้ว่าตัวเองเดินข้ามถนนอยู่
“ปี๊ดๆๆๆๆๆๆ”เสียงบีบแตรยาวไม่ได้ฉุดสติผมสักนิดจนในที่สุด
“วูบ”ผมวูบลงกับที่ ร่างของผมทิ้งดิ่งลงแต่ทำไมผมถึงไม่รู้สึกเจ็บเลยทั้งๆที่ร่างกายผมกระแทกพื้นแล้ว หรือว่าผมตายแล้วนะ?
“หื่อ?..ใครกัน?คนตรงหน้าผมเป็นใคร?”ผมถามตัวเองในใจแบบนั้นเมื่อเห็นใบหน้าของใครก็ไม่รู้แค่ลางๆแล้วผมก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย
“วูบ...ผมวูบไปอีกครั้ง คงหลับยาวหน่อยนะ เพราะผม เพลียเหลือเกิน..”
กลับมาปัจจุบัน...
“ไม่!!ฮื่ออ..”ผมร้องไห้เมื่อซิบกางเกงถูกรูดลงแต่ในขณะนั้นเองผมก็เห็นร่างสูงคุ้นเคยเดินออกมาจากบานประตูช้าๆ
“จะ..จงอิน!!!”ผมอุทานทำเอาคนที่ซุกไซร์ผมอยู่หยุดชะงักแล้วมองไปข้างหลังไปยั่งซึ่งร่างสูงหล่อเหลาที่มองมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“จงอิน ช่วยฉันด้วย ไอซิคโกมันจะข่มขื่นฉัน!!”ผมฟ้องแล้วเข้าไปเกาะแขนจงอินที่ยังมีใบหน้าเรียบเฉยอยู่
“โทษนะ..ปล่อย!!”จงอินพุดแค่นั้นก่อนจะจับมือผมที่เกาะแขนเขาอยู่ออก
“ขอโทษ ที่มาขัดจังหวะพวกนายสองคน แต่ฉันมีธุระนิดหน่อย ไม่นานหรอก แล้วจะรีบไป”ผมรู้สึกใจกระตุก กับประโยคของจงอิน น้ำเสียงนิ่งๆท่าทางเย็นชา แววตาที่ไม่เคยแข็งกระด้างเลยของจงอินนั้นทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดจนน้ำตารื่นออกมาอีกครั้ง
“ที่ฉันขึ้นมา เพราะว่ามีเรื่องจะคุยกับนายคยองซู”ผมยิ้มดีใจแล้วมองจงอินพรางปาดน้ำตาออก
“หึ..ตามสบายนะ”ไอซิคโกพูดแล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ
“นายมีเรื่องจะคุยอะไรกับฉันหรอ?”สิ่งที่คยองซูคาดหวังคือ หวังให้จงอินมาขอคืนดี จึงได้แต่ยืนนิ่งรอฟังคนพูดต่างๆจากคนร่างสูงด้วยใบหน้ามียิ้มหวังน้อยๆ แต่สิ่งที่เอ่ยออกมากับตรงกันข้าม
“ต่อไปนี้..เราอย่าเจอ อย่าคุย กันอีกเลยนะคยองซู ฉันตัดสินใจแล้ว ว่าฉันจะเลิกกับนาย และขอร้องว่าต่อไปนี้ ฉันกับนายเราไม่รู้จักกันอีก และนี่แหวนของนายฉันเอามาคืน”
“ห๊ะ?!!”ผมก้มมองมาที่แหวนวงเล็กๆที่จงอินยื่นมาแล้วยัดใส่ในมือผม แต่ผมไม่สนหรอกก็ประโยคที่จงอินเอ่ยสำคัญกว่า
“หมายความว่าไงจงอิน?นี่นาย..นายบอกเลิกฉัน?ไม่นะ?ฉันไม่เลิก ทำไมละจงอิน ทำไม? เกิดอะไรขึ้นกับนายบอกฉันหน่อยสิ..ฮือ”ผมเข้าไปตบที่หน้าอกของจงอินรัวน้ำตาไหลออกมาราวทำนบแตกจนเปรียกเสื้อผมไปหมด แต่จงอินกับยืนอยู่กับที่ปล่อยให้ผมระเบิดอารมณ์ออกมา
“ฮือ...”จนผมหยุดไปแล้วมายืนหมดแรงร้องไห้ตรงหน้าเขา
“ก็ อย่างที่บอกไป ฉันหมดรักนายแล้วและฉันก็คบกับอึนจองแล้วด้วย ฉันไม่อยากให้อึนจองรำบากใจ”จงอินยังพูดราวเป็นเรื่องง่ายผมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหมือนกับอ้อนวอนขอแต่จงอินก็เงียบแล้วเอ่ยกับผม ครั้งสุดท้าย...
“โชคดีนะคยองซู ลืมฉันสะ ลืมฉัน....นายกับฉัน มันสุดทางที่จะรักกันแล้ว ต่อไปนี้เราอย่าติดต่อกันอีกเลย เห็นฉัน ก็อย่าทัก ทำเลยผ่าน แล้วมันจะดีขึ้นเอง”
“ลาก่อน...”จงอินพูดแค่นั้นแล้วออกเดินไปผมเดินไปรั่งเขาด้วยกอดแต่เขาก็สะบัดมันออกจนผมปริวไปอีกทาง
“ไม่!!!จงอิน...ฮื่ออ...จงอินกลับมา..ฮืออ..”
ผมหลับตาลงแล้วออกเดินออกไปจากดาดฟ้านี่ช้าๆ ถึงเสียงเล็กๆจะร้องไห้ราวขาดใจแต่ผมจะใจอ่อนไม่ได้ เพื่ออนาคตของคยองซูเอง
“ฉันขอโทษนะโดคยองซู ที่ทำตามความฝันร่วมกับนายไม่ได้แล้ว คยองซูยา..”

2013-10-12

fic Really I Did't Know [KAIDO] - 1

“จงอินอา เรียนจบแต่งงานกันนะ?”
ผมเหลียวมองคนร่างเล็กที่นั่งเอาหัวพิงกับขอบเตียงเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเคลิ้มฝัน ส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ผมที่กำลังก้มอ่านหนังสือที่โต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆที่มีกองหนังสือวางพะเนิบไว้เต็มไปหมด
เรากำลังจะเตรียมตัวสอบ ทั้งสอบปรายภาคเทอมสุดท้ายของชีวิตนักเรียนมัธยมปลายและเข้าสอบต่อมหาลัย
“......”
ผมเงียบให้เป็นคำตอบก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือไป แต่คุณรู้อะไรมั๊ย?ว่าตาผมจดจ้องตัวหนังสือแต่หัวสมองกับคิดเรื่องอื่น
“จงอินอ่า นายได้ยินที่ฉันพูดรึป่าว เราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุด แล้วไปใช้ชีวิตในโซล”
คนร่างเล็กยังคงพูดไปราวชีวิตนี้โปรยไว้ด้วยกรีบกุหลาบ หึ!!ถ้าโปรยไว้ด้วยกรีบกุหลาบคงเป็นชีวิตขิงโดคยองซูคนนี้คนเดียว
“แล้..../ขอโทษนะ คยองซูฉันต้องการอ่านหนังสือ!”ผมเอ่ยตัดบทคนร่างเล็กจนปากที่กำลังอ้ากว้างชะงัดค้าง
“ทำไม?ฟังเราพูดก่อนไม่ได้หรอ?ยังไงนี่มันก็อนาคตเรานะ!!”จากที่นั่งหัวติดขอบเตียงก็ลุกพรวดขึ้นมาจ้องหน้าท้าทายอย่างเด็กเอาแต่ใจ
“แต่ฉันไม่อยากแต่งงาน!!”จงอินผละใบหน้ามามองดวงหน้าขาวใสของคนตรงหน้าที่มีดวงตากลมโตประดับด้วยแววตา ชงน สงสัย ตกใจที่คนร่างสูงสวนกลับจนตัวเองไปไม่เป็น
“ทำไม?เมื่อก่อน..นายไม่เป็นแบบนี้เลยหนิ?”โดคยองซูคนนี้ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจในท่าทีของร่างสูงที่เป็นอยู่ตอนนี้ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?
“เมื่อก่อน เรายังพูดถึงความฝัน อนาคตของเราด้วยกัน แต่ตอนนี้นายกับทำท่าทีรำคาญ มันเกิดอะไรขึ้น?!!”คยองซูตะคอกเพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่จงอินจะด้านชาใส่เจ้าตัว มันเริ่มมาตั้งแต่ขึ้นชั้นปีที่สามแล้ว
“อยากรู้หรอ?”จงอินเอ่ยราวเป็นเรื่องที่ไม่คิดอะไรยากแต่ใบหน้าแบบนี้จงอินจะรู้หรือป่าวว่าทำให้คยองซูใจกระตุก
“เพราะว่า............ใจคนเปลี่ยนได้ไง!!!”
“จึก!!!”เสียงหัวใจของคยองซูเหมือนถูกมีดแหลมๆแทง คว้านลึกจนเป็นแผลกว้าง แผลกว้างที่ถูกกระทำโดยคนร่างสูงตรงหน้าที่เอ่ยออกมาอย่างไม่ปราณี
“จง..อิ...น”น้ำใสไหลออกมาช้าๆเขามองเห็นร่างสูงที่มีใบหน้าเรียบนิ่งผ่านม่านน้ำตาที่รื่นที่ขอบตาก่อนจะไหลเป็นสายหยดหายไปกับปรกเสื้อ
“ฟังนะ ตอนนี้ความรู้สึกของฉันที่มีต่อนาย.............มันเป็นศูนย์!!!!”
“มันเป็นศูนย์แล้ว โดคยองซู!!!!”สิ้นเสียงมุมปากเรียวของคนรักที่เคยกระตุกมันเพื่อยิ้มให้กับผมอย่างอบอุ่นกับกระตุกยิ้มเย็นจนหนาวยะเยือกไปทั้งใจ เหมือนๆกับว่าทุกการกระทำที่ผ่านมาผมไม่เคยมีค่าในสายตาของคิมจงอินคนนี้เลย
“ถ้าจะดีมาก ถ้าช่วงนี้ เราอย่าเจอ.....กันอีกเลย!!!!”
“เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!!!!!!!”โดคยองซูรับไม่ได้ที่จะถูกคนร่างสูงเอ่ยคำตัดรอนแบบไม่มีเยื่อไยแบบนี้ แค่คำพูดประโยคนั้นดั่งกับเป็นฟ้าฟาดฝ่าลงมากลางใจให้ไม่เหลือชิ้นดี
“ไม่...ฮึก..จงอิน...ฮื่ออ”



2013-09-29

MY BROTHER 19 NC 100%

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]

19





“จงอินนี่มันอะไร?ภาพเมื่อกี้ที่เกิดขึ้นมันคืออะไร?นาย......”ลู่หานไม่มีคำไหนจะมาเอื่อยเอ่ยให้กับภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่ผ่านไป เปรียบดั่งกับหนังสดเรื่องสั้นๆที่ทำเอาลู่หานช็อคค้างจนพูดไม่ออกมาได้สักระยะหนึ่งที่อึ่งกิมกี่ไปก็คงจะเป็นพระนางคู่เอกของฉากที่ไม่คิดว่าจะเป็น...อะไรแบบนี้ พอบุคคลแปลกปลอมในความคิดของลู่หานเดินออกไปลู่หานก็เดินกลับเข้าห้องไปด้วยท่าทางเรียบเฉยเมินใส่จงอินที่ยืนแข็งทื้อยิ่งกว่าตอไม้แห้งๆสะอีก แต่ใครจะรู้ว่ามือที่กำตระกร้าผ้าที่เขาเอาขึ้นไปตากที่ดาดฟ้าจะกำแน่นจนขึ้นซับสี






“ฉัน..............ฮึก...ลู่หาน!!”จงอินเข้าโผกอดลู่หานที่นั่งน้ำตาคลออยู่ที่โซฟานั่งเบือนหน้าหนีตัวเองก็รู้สึกเจ็บปวด น้ำตาเป็นสายไหลออกมาตามใบหน้านวล เขาคิดเอาไว้แล้วว่ายังไงความลับก็คงไม่มีในโลก สักวันลู่หานก็ต้องรู้และรู้ด้วยตัวเขาเองที่เป็นคนทำตัวเองทุกอย่าง เกลียด เกลียดตัวเองที่ไม่มีทางเลือกเลยสักนิด










“ฉันขอโทษลู่หาน...ฮึกฉัน....ฮือ....”จนแล้วจนรอดผมก็ได้แต่ร้องไห้เป็นคนอ่อนแอให้ลู่หานเห็นผมสะอื้นใส่บ่าของลู่หานที่ยังนิ่งเงียบจนผมชักใจกระตุก ลู่หานคงโกรธเกลียดผมไปแล้วแน่ๆ








“ที่นายหายไปทั้งคืน นายไปอยู่กับพี่ชานยอลใช่มั๊ย?”น้ำเสียงเรียบเฉยเอ่ยออกมาแต่เป็นประโยคที่ทำเอาจงอินหยุดสะอื้นแล้วผละอ้อมกอดออกมาจากคนร่างเล็กแทน แววตาที่แข็งกระด้างของลู่หานทำให้จงอินกลัว เพราะลู่หานเป็นที่พึ่งสุดท้าย สุดท้ายแล้วจริงๆ












“ฉัน...........”






“บอกฉันมา จงอิน!!อย่าเงียบ!!!หึ!!นายจะปฏิเสษใช่มั๊ย?ว่าเมื่อคืนนายไม่ได้อยู่กับพี่ชานยอล ว่านายกับพี่ชานยอลไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรกัน....ทั้งๆที่เมื่อกี้ภาพมันก็ฟ้องขนาดนั้น นี่มันเกิดอะไรขึ้น จงอิน? นายกับพี่ชานยอลทำไมถึง...แล้วนายทำแบบนี้กับพี่สาวของนายได้ไง?นั่น...สามีพี่นายเลยนะ..จงอิน!!!”ลู่หานขึ้นเสียงผลักจงอินออกห่างจนกระเด็นไปอีกฝั่งของโซฟาตัวเดียวกัน เขารู้สึกงงงวยสับสนไม่เข้าใจตอนนี้ลู่หานเหมือนสัตว์โง่ๆที่ถูกเพื่อนรักกำลังโกหก ต่อหน้าอย่างหนึ่งลับหลังอย่างหนึ่ง นี่จงอินเพื่อนรักคนนี้เห็นเขาเป็นอะไร?













“นี่ใช่มั๊ย?...ที่คืนนั้น ทำให้นายหนีมาหาฉันเพราะเรื่องนี้ใช่มั๊ย?!!!!”ลู่หานเมื่อพายุที่พร้อมจะทล่มให้กับทุกสิ่ง เขารู้ว่าทุกอย่างทุกเรื่องราวย่อมมีสาเหตุแต่ตอนนี้สิ่งเหล่านั้นถูกความโกรธโมโหบังตาจนเอาอารมณ์ทุกอย่างมาใส่แบบนี้เห็นแบบจะๆตาหลักฐานแน่นหนาแบบนั้นเป็นเขาเย็นไม่ได้หรอก เพราะเพื่อนเขากำลังทำผิด ไม่ใช่สิ....หลงผิดไปแล้วต่างหาก เพราะนั่น...พี่เขยของตัวเองด้วยซ้ำเท่ากับจงอินคนนี้เล่นชู้และบาปอย่างมหันต์














“ลู่...หานน”จงอินอยากจะขอโทษ อยากจะอธิบายให้เพื่อนตรงหน้าได้เข้าใจถึงเหตุผลต่างๆที่เขาต้องเป็นแบบนี้ แต่จะเอ่ยไปลู่หานก็เข้ามากระชากคอเสื้อนักศึกษาตัวเมื่อวานของจงอินที่ลู่หานเป็นคนรีดให้และตอนนี้มันก็ยับยู้ยี่และเลอะเศษต่างๆจนเป็นรอยด่างดำชัดเจน













“อย่าปฏิเสษ จงอินรอยดูดที่คอนายมันฟ้อง!!”จงอินเบิกตากว้างแล้วดึงคอเสื้อคืนมาตกใจกับสิ่งที่ลู่หานพูดและเริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้ง











“ฮึก..ลู่หานฉัน ฉันไม่อยากให้ มัน มันฮึก...เป็นแบบนี้เลยนะ ฉันอธิบาย..ฮึก..ได้”จงอินทั้งสะอื้นและพูดตามไปจนทำให้คำต่างๆไม่ปะติปะต่อพร้อมกับเสียงฮึกฮักสั่นจนตัวโยน ลู่หานหลับตาลงช้าๆสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วพรู่ลมออกมา เขาต้องใจเย็นใจเย็นกว่านี้..













“งั้นหรอ...เอาสิอธิบายมาให้หมด ว่าเรื่องมันเกิดขึ้นได้ยังไง?”ลู่หานว่าขึ้นเสียงขึ้นจมูกยังคงท่าทางและสีหน้าได้อย่างเรียบนิ่งจ้องมองจงอินที่ยังสะอื้นอยู่ด้วยท่าทางไหล่ลู่และก้มหน้า และเรื่องราวต่างๆตั้งแต่ต้นเรื่องก็ถูกจงอินถ่ายทอดออกมาจนหมดลู่หานฟังอย่างตกใจและใช้วิจารณญาณไปด้วย และก็เกิดความรู้สึกเห็นใจเพื่อนขึ้นมาเมื่อได้ฟังจบ ลู่หานหยุดนิ่งไปพร้อมกับจงอินที่เล่าจบและเงียบทำให้ทั้งห้องได้ยินแต่เสียงสะอื้นเบาๆของจงอินเท่านั้น










แต่สิ่งที่จงอินต้องการคือ..อย่าให้ลู่หานเกลียดตัวเขาเองไปมากกว่านี้เลย ขอให้ลู่หานเข้าใจและเชื่อใจเชื่อในสิ่งที่เขาพูดว่าความจริงแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เป็นแบบนี้ ไม่ได้ตั้งใจที่จะยอมและถูกกระทำจนไม่เหลือศักดิ์ศรีอีกต่อไป







“สวบ!!!”จงอินเบิกตากว้างเมื่ออยู่ๆร่างบอบบางของลู่หานก็โผเข้ามากอดตัวเองอย่างรวดเร็วและก็มีเสียงอู้อี้ตามมาจากบ่าของเขาจนฟังไม่รู้เรื่อง













“ฉันขอโทษ จงอิน...ขอโทษที่ไม่ยอมฟังอะไรเลย ฮึก...ไม่รู้ว่านายต้องเจอกับอะไรบ้าง..ฉันขอโทษ”ลู่หานกอดจงอินแน่นจนรู้สึกอึดอัดแต่ทำไมนะจงอินถึงรู้สึกว่ามันอบอุ่นไม่หนาวเย็นอีกครั้ง “ฉันมันโง่มาก ที่ด่านายไป แทนที่ฉันจะเข้าข้างนายและให้กำลังใจทั้งที่นายเจอเรื่องร้ายๆมาแต่ก็ยังจะ...”ผมดันลู่หานออกแล้วจ้องหน้าขาวใสอมชมพูระเรื่อที่มีคราบน้ำตาไหลมาเป็นทาง













“อย่าพูอย่างนั้นสิ ใครเพิ่งได้เห็นก็ต้องโกรธแบบนายทุกคนแหละน่า ฉันรู้ที่นายทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นห่วงเห็นฉันหลงผิด แต่อย่าตะคอกได้มั๊ย นายแบบนี้น่ากลัวมาก ฮ่าฮ่า”จงอินว่าออกมาแล้วยิ้มหัวเราะอย่างสดใส เอานิ้วโป้งปราดคาบน้ำตาของลู่หานที่ไหลออกมาจากดวงตาจนเหือกแห้งไป









“ต่อไปนี้ ฉันจะไม่ว่านายแบบนี้อีกแล้วฉันเข้าใจแล้วจงอิน...แต่ฉันขออะไรได้มั๊ย อย่าทำแบบนี้อีก เลิกติดต่อสะ ผู้ชายเลวๆคนนั้น อย่าให้มันเอาแต่ใจจนได้ใจไหนจะพี่นายอีก นายอยากทำให้พี่นายเจ็บหรอ?”ผมคิดตามลู่หานมันก็จริงผมต้องจัดการเรื่องนี้ให้มันจบๆไปเพื่อตัวผมและพี่สาวของผมร่วมถึงพ่อแม่ด้วย














“อืม...ฉันจะจบเรื่องทุกอย่างลู่หาน ฉันจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว”












“ดีมาก จงอิน มา...เรามากระชากหน้ากากผู้ชายเลวๆคนนี้กัน!!!”ผมรู้สึกโล่งอกที่ได้ระบาย ผมรู้สึกดีที่การที่ความจริงเปิดเผยแล้วผลรับสุดท้ายมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดแต่มันกับทำให้ผมได้ยกเอาความรู้สึกขมขื่นที่มีได้ระบายออกมาจนหมดเปลือกให้กับคนที่ถึงแม้จะไม่พอใจโกรธเราที่เราทำไม่ดีหลงผิดไปแต่สุดท้ายก็พร้อมที่จะอยู่ข้างเราเสมอและพร้อมที่จะช่วยเราในยามที่เราจนตรอก












.....นี่แหละครับเพื่อน มิตรภาพที่ตัดกันไม่ขาด......













..... ช่วยฉันด้วยนะลู่หาน.....
















ชานยอลเพิ่งกลับมาถึงบ้านตระกูลคิมที่วันนี้ดูจะผิดหูผิดตาแปลกๆกับของตกแต่งต่างๆไฟประดับหลากสีและไหนจะเป็นกระถางดอกไม้สวยงามที่เอามาวางเรียงกันข้างๆเวทีเตี้ยๆกลางสวนย่อมเนื้อที่กว้างขวางของบ้านตระกูลแห่งนี้และคนงานที่ดูจะวิ่งวุ่นกับการเตรียทงานจนหัวหมุนทำเอาชานยอลขมวดคิ้วจนชิดติดกัน








“เกิดอะไรขึ้นว่ะ?”ชายหนุ่มอุทานเบาๆแล้วเดินเข้าไปในบ้านทีดูจะวุ่นวายไม่แพ้กัน














“นี่..ทำความสะอาดให้เนี๊ยบๆเลยนะฉันอยากให้วันงานบ้านหลังนี้ดูสะอาดที่สุด อย่าให้พวกคุณหญิงคุณนายพวกนั้นดูถูกได้เด็ดขาด”เสียงแว่วๆมาจากทางบันไดของบ้านเสียงแหบๆของหญิงชราที่ชานยอลรู้จักดีกำลังแว๊ดๆอยู่นั้นเป็นใครไม่ได้นอกจากแม่ยายของเขาเอง














.....คิมจองมี.....







“คุณแม่...”ชานยอลเอ่ยเรียกแล้วเดินเข้าไปหาทำเอาคนถูกเรียกหันมาแล้วยิ้มตาโต













“ชานยอล..กลับมาแล้วหรอลูก? เมื่อวานแม่กับจองอาเป็นห่วงแทบแย่ ว่าหายไปไหนทั้งคืน โดยเฉพาะจองอาเป็นห่วงเรามาจนนอนไม่หลับ แต่พอลูกโทรมาบอกเมื่อเช้าก็ค่อยสบายใจ ออกไปจ่ายตลาดแต่เช้าแม่น่ะ บอกว่าไม่ต้องไปให้คนใช้ออกไปก็ไม่ยอม ตอนนี้อยู่ในครัวนะจ๊ะบอกว่าอยากทำอาหารให้เราทานหรือเราจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าพักผ่อนก่อนก็ได้นะเดี๋ยวค่อยลงมาก็ได้”ผมไม่รู้หรอกว่าแม่ยายผมกำลังพร่ามอะไรอยู่ รู้แต่ว่าสายตาของผมตอนนี้สอดสายตาข้ามศีรษะของแม่ยายที่สูงแค่เพียงอกผมไปแล้วมองดูรอบๆบ้านหายเข้าไปทางห้องครัว













“อย่างนั้นหรอครับ...ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้โทรมาบอกก่อน แล้วนี่จัดงานอะไรหรอครับดูวุ่นวายไปหมด?”ผมเอ่ยถามแล้วก้มหน้าลงมาถามแม่ยายอีกครั้ง









“อ้อก็..ตายุนโฮน่ะสิ ได้เป็นประทานมูลนิธิเด็กกำพร้าแห่งประเทศไทยและยังได้รับโล่คนดีของประเทศปีนี้ด้วย ก็เลยจะต้องจัดงานฉลองสะหน่อยน่ะจ๊ะ ตอนนี้กำลังเตรียมสถานที่ส่วนวันงานก็ น่าจะมะรืนนี้น่ะ ส่วนเรากับจองอาก็ไปเตรียมหาสูทหาชุดหล่อๆสวยๆเพื่องานนี้ด้วยนะจ๊ะ”แม่ยายของผมพูดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วเข้ามาขยับสาบเสื้อของผมจัดให้เข้าที่อย่างกับแม่ชมลูกชายแล้วผละออกมาหัวเราะมีความสุข แล้วก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อผมแกล้งเอ่ยชื่อใครอีกคนขึ้นมา....













“จงอินรู้เรื่องงานนี้รึยังครับ?”












“เอ่อ.......อ้อแม่ยังไม่ได้โทรบอกน้องเลยลูกไม่ต้องห่วงน้าแม่จะโทรบอกจงอินเอง..หิหิๆ”ผมกระตุกยิ้มเย็น ผมก็พอจะรู้บ้างว่าแม่ยายของผมปฏิบัติกับจงอินและจองอาสองมารตฐานทั้งๆที่เป็นลูกด้วยกันทั้งคู่แท้ๆแต่บางทีจงอินก็โดนดุด่าว่าจนเกินเหตุ คนตัวเล็กของผมช่างบอบบางและน่าถนุถนอมน่าดู แต่ทำไมนะผมถึงยังคิดที่จะทำร้ายจงอินอยู่ เวลาที่ร่วมรักกันนอนด้วยกันเสร็จผมมักจะได้ยินจงอินระเมอเกี่ยวยกับแม่ตัวเองเสมอไม่ใช่ระเมอเรียกหาในทางที่ดีหรอกแต่ระเมอว่า ‘อย่าทำผมอย่าตีผมเลย’ ทำนองนี้จนบางทีผมก็รู้สึกสงสัยว่าจงอินเป็นลูกจริงๆของผู้หญิงคนนี้รึป่าว?








“ครับ..งั้นผมไปหาจองอาก่อนนะครับ”ผมยิ้มรับแล้วเดินขอตัวเองมาออกก้าวเดินไปที่ห้องครัวที่อยู่ในโซนด้าในของบ้านได้กลิ่นหอมๆของอาหารที่ลอยมาแตะจมูก เดินเข้าไปช้าๆเงียบเชียบแล้วพุ้งตรงเข้าสวมกอดภรรยาจากด้านหลังจนจองอาตกใจ













“อุ๊ยชานยอล!!”






“ว่าไงครับจองอา ทำอาหารอะไรเอ่ยน่ากินจัง?หื่มมมหอมด้วย...ฟอด!!”ผมลักหอมแก้มเร็วๆฟอดใหญ่จนสุดท้ายก็โดนจองอาแจกตะหลัวให้จนร้องโอ้ยลั่นห้อง












“ผมเจ็บนะจองอา...งื้ออ”ผมทำเสียงออดอ้อนจนจองอาที่ขรึมๆอยู่เผยยิ้มออกมา








“ไม่ต้องมาทำกลบเกลื่อนหายไปทั้งคืน แล้วยังไม่โทรมาบอกกันอีก”จองอาว่าออกมาอย่างค้อนๆเชิดหน้าหนีแล้วหันไปสนใจผัดในกะทะต่อ












“โถ..จองอาผมไปกะทันหันจริงๆ ขอโทษนะครับที่ไม่ได้โทรมาบอก แต่ตอนนี้ผมกลับมาแล้วไง ”ผมเอาศีรษะถูที่ต้นแขนท่าทางของผมเหมือนลูกแมวน่ารักเชื่องๆตัวหนึ่งก็ไม่ปรานจนจองอาหมั่นไส้เอามือมาบีบที่ปรายจมูกของผมแล้วบิดอย่างแรง












“โอ้ยยย....จองอาอ่า”








“สมน้ำหน้า นี่คือการลงโทษถ้ามีอีกจองอาไม่ปล่อยคุณไว้แน่ โทรศัพท์ก็มีน่าจะโทรมาบอกก่อน อย่าทำแบบนี้นะคะจองอาไม่ได้ห่วงคุณแต่จองอาเป็นห่วงคุณมากกว่า”หญิงสาวรู้ว่าที่เอ่ยออกไปไม่ตรงกับใจสักนิดเพราะความจริงแล้วหล่อนหึงหล่อนหวงชานยอลมากเพราะหลังจากที่หล่อนแท้งลูกไปชานยอลก็หายไปจนหล่อนวิตกว่าชานยอลอจจะไปมีกิ๊กที่อื่นหรือแอบมีน้อยทางไหนแต่ถ้าจะเอ่ยตรงๆไปแบบนั้นเกรงว่าจะดูไม่ดีเพราะหล่อนต้องดูแสนดีอ่อนโยนน่ารักสดใสต่อหน้าชานยอลให้มากที่สุดเพื่อให้ชานยอลรักหล่อนมากๆอีกครั้ง












“ฉันกำลังทำอาหาร คุณเพิ่งกลับมาไปพักผ่อนก่อนนะคะ แล้วทำเสร็จแล้วฉันจะขึ้นไปเรียก”จองอาเอ่ยไล่แล้วดุนหลังสามีไปที่ทำหน้างอแงไปอยอยากไป












“แต่ผมคิดถึงคุณยังกอดไม่หายคิดถึงเลย”ชานยอลว่าออกมาแล้วทำการจะเข้าไปกอดอีกครั้ง










“หยุดเลยนะคะ อย่าเด็ดขาด ดูจากสารูปคุณแล้วยังไม่ได้อายน้ำ อี๊...เหม็นๆแบบนี้อย่ามาเข้าใกล้จองอาเด็ดขาด!!”จองอาว่าเสียงเฉียบแล้วเอาตะหลิวขึ้นมาขู่จนชานยอลต้องยอมแพ้ด้วยการยกมือขึ้นทำท่ายอมอย่างน่ารัก












“เขายอมแร่วววววเมียจ๋า...”ชานยอลลากเสียงยาวๆทำเอาจองอากลั่นยิ้มไว้ไม่อยู่







“ฮ่าฮ่าฮ่า...ไปเลยไป๊!!!”












“คร้าบบบบบ”ชานยอลรับคำแล้วหันหลังจะออกไปแต่เสียงที่เอ่ยขึ้นมาลอยๆนั้นกับทำให้ชานยอลสะอึก








“คุณเปลี่ยนน้ำหอมกลิ่นใหม่แล้วไม่คุ้นเลย นี่มันกลิ่นที่คุณไม่ค่อยชอบหนิ?”จองอาพูดขณะหั่นผักที่เขี้ยงชานยอลหันเบี่ยงมาแล้วยิ้มตอบ












“หรอครับ...ผมอยากรองกลิ่นใหม่ๆน่ะ”






ถ้าฟังดีๆในประโยคอาจจะแฝงวลีร้ายกาจถ้าคนฟังสามารถเข้าใจความหมายก็จะรู้ว่าเขาสื่อถึงอะไร...














....ผมขอโทษจองอา บางทีใจคนเราก็อาจเปลี่ยนได้ ก็เหมือนน้ำหอม....














น้ำหอมกลิ่นจงอิน.....















“พ่อมาหาผมมีธุระอะไรหรอครับ?”ผมยืนอยู่ดาดฟ้าขอเมนชั่นที่ผมอยู่กับลู่หานสายลมพัดพาลมพัดหน้ามาแบบเอื่อยๆแต่ก็ทำเอาคนที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักอย่างผมรู้สึกหนาว ในห้วงความคิด หนาวๆแบบนี้กับทำให้ผมคิดถึงใครบางคน










“พ่อมาที่นี่จะมาบอกลูกว่า บ้านเรากำลังจะมีงาน พ่อว่าลูกอ่านตามนี้ดีกว่านะ”พ่อยื่นซองมาให้ผม ผมรับไว้แล้วเปิดอ่าน ไล้สายตาไปทีละบรรทัดและก็เข้าใจความหมายได้อย่างทันที












“โห...พ่อผมเจ๋งที่สุดเลย แบบนี้พ่อก็ต้องดังใหญ่แล้วสิ?แหม่...ผมยินดีด้วยนะครับ”ผมแซะสีข้างพ่อแล้วหลิ่วตาให้พ่อก็ยิ้มหัวเราะหึๆในลำคอ








“เอ้ออ..ให้มันได้เหมือนพ่อละกันคนดีเนี๊ย ฮ่าฮ่าฮ่า”พ่อผมหัวเราเสียงดังแล้วหันหน้าไปด้านนอกของระเบียงแต่ผมกลับเข้าสู่วังวนอีกครั้ง













คนดี...คนดีผมจะเป็นได้ยังไง เพราะตอนนี้ผมไม่ดีด้วยซ้ำ...












“จงอิน!!ได้ยินที่พ่อเรียกรึป่าว?”ผมกลับออกมาจากภวังค์แล้วมองไปที่ใบหน้าของพ่อ













“ครับ!!”











“นั่นพ่อว่าแล้ว ว่าเราจะเหม่อ เป็นไรหื่มช่วงนี้มีอะไรไม่สบายใจป่าวหื่ม!!”พ่อเอ่ยถามแล้วเข้ามาลูบที่ศีรษะของผมเบาๆ







“ป่าวครับ...ไม่มี”ผมเอ่ยโกหกออกไปแล้วเงียบก้มหน้างุดกับพื้นปูนขึ้นตะไคร่น้ำที่เกิดจากฝนและการเวลาที่ผ่านไปของตึก













“อย่าลืมละเราต้องไปงานเลี้ยงนี้มะรืน อย่าลืมนะลูกชวนเพื่อนไปก็ได้”พ่อเข้ามากอดคอผมแล้วกระชับเข้าหาตัวแรงๆจนผมสะดุ้งแล้วเงยหน้ายิ้มให้พ่อ










“ครับ..ผม..ผมจะไป...”ความจริงตอนนี้ผม กำลังคิดหนักยิ่งไม่อยากกลับบ้านเพราะมีใครบางคนอยู่ที่นั่นด้วยแล้วความคิดที่อยากจะกลับไปยิ่งไม่มี แต่ตอนนี้พอพ่อผมมาที่นี่มาบอกเรื่องนี้แล้วมาเยี่ยมผมด้วยแล้วยิ่งปฏิเสษว่าไปไม่ได้ด้วยเพราะเป็นงานสำคัยพ่อคงอยากให้ลูกๆไปอยู่กันพร้อมหน้าก็เลยต้องตกปากยิ้มกว้างรับคำไป แล้วเป็นแบบนี้ผมจะทำยังไงดี? ผมต้องไปเผชิยหน้าผู้ชายคนนั้นอีกแล้วหรอ?
















ชานยอลกำลังย่อง ย่องออกมาจากห้องน้ำเมื่อตอนที่เขาเปิดประตูห้องน้ำออกมาก็เห็นแผ่นหลังบอบบางของจองอาที่กำลังเลือกชุดลำลงสบายๆให้กับเขาอยู่ที่เตียงด้วยท่าทางมีความสุขโดยที่จองอาหันหลังให้กับผม ผมเลยทำการเดินเข้าไปสวมกอดจองอาจากด้านหลังช้าๆแล้วอุ้มทุ่มลงกับเตียงสปิงส์













“ฮื่ออ..อ่ะชานนนนน”เสียงผมหัวเราะดังลั่นแล้วผมก็กระโดดใส่จองอาที่ยังไม่ทันตั้งตัวดีจนตอนนี้ผมคร่อมทับจองอาอยู่เรียบร้อยด้วยท่าทางล่อแหลม













“ไม่เอานะคะ ชาน...”จองอาส่ายหน้าปฏิเสษพัลวันแต่ก็แอบแฝงรอยยิ้มพอใจอยู่ไม่น้อย ผมไม่พูดอะไรยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอานิ้มโป้งคลึงที่ริมฝีปากชมพูระเรื่อของจองอาช้าๆแล้วลากมาจับค้างของจองอาที่ดูจะนิ่งมากแต่เสียงหัวใจที่เต้นรัวของจองอานี้ผมกับได้ยินชัดมาก ผมก้มหน้าลงไปแต่จองอาสิครับกับหลับตาพริ้มจนผมรู้สึกขำไม่ได้








‘ไหนๆก็.......มาถึงขั้นนี่แหละ จัดสักดอกคงไม่เป็นไร’

















“อืมมม...ใส่ตัวไหนไปดีน้า ตัวนี้ ไม่ๆ หรือตัวนี้ดี”จงอินกำลังเหม่อกำลังมองดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนฝากฟ้าที่มีก้อนเมฆทมึนบดบังจนเห็นแสงสีเหลืองเพียงรำไรเหมือนๆกับว่าเมฆบนท้องฟ้ากำลังจับตัวเป็นกลุ่มก้อนเกิดฝนในอีกไม่ช้า ก็เหมือนกับจิตใจของเขาที่กำลังมืดมัวถูกบดบังด้วยความมืดมิด เหมือนหลุมดำที่ตกลงไปแล้วไม่มีทางที่จะออกมาได้ แต่ทำไม?...บางทีหลุมดำนี้ถึงทำให้เขามีความสุขและมีความทุกข์อยู่ในเวลาเดียวกัน คนเราบางทีก็ชอบให้ใจกายถูกทำร้ายซ้ำๆเพียงเพราะ...สิ่งที่มากระทำอาจจะเป็น........สิ่งที่เราต้องการ





และผมปฏิเสษไม่ได้ว่า บางที.....สิ่งที่ทำให้ผมเจ็บอยู่ทุกข์วันนี้ ผมอาจต้องการมันและผมคิดว่านับวันความต้องการนั้นยิ่งรุนแรง จนผม.......รู้สึก ขาดมัน ไม่ได้......









“ผมต้องการพี่.................พี่ชานยอล..........”












“จงอิน!!!!”






“หื่ออ..วะ...ว่าไงลู่หาน..?”ผมสะดุ้งตกใจแล้วหันมาหาคนร่างบางที่มายืนอยู่ข้างๆตอนไหนก็ไม่อาจทราบได้ แต่ลู่หานจะได้ยินประโยคที่ผมเอ่ออกมาเมื่อกี้หรือป่าว?แต่ผลก็ปรากฏว่าในมือลู่หานกับถือชุดสูททักสิโด้ที่ลงทุนไปเช่ามาจากร้านหลังจากที่รู้ข่าวจากพ่อผมและทานอาหารเย็นกันเรียบร้อยส่งพ่อผมเสร็จ ก็วิ่งแจ้นบอกผมที่ทำหน้าที่ล้างจานแทนว่าจะไปเช่าชุดด้วยความรีบร้อนตื่นเต้นสะทำเอางานจะเริ่มคืนนี้ทั้งๆที่วันจริงก็วันมะรืน










“จงอินอ่า คิดว่าเขาจะใส่ชุดไหนดี”ลู่หานยิ้มตาหยีแล้วยื่นชุดมาตรงหน้าผม








“ก็ทั้งสองก็ดูเหมาะกับนายดี เลือกใส่สักอันสิ”ผมเอ่ยขึ้นยิ้มๆลู่หานเป็นคนรูปร่างก็ดูโอเคใช้ได้ใส่อะไรก็ดูดีทั้งนั้น













“งั้นฉันเองชุดนี้ส่วนายก็ เอาชุดนี้ก็แล้วกัน”ลู่หานยื่นชุดสูททักสิโด้ที่อยู่ในถุงห่อชุดมาทาบที่ตัวผมแล้วจับคางตัวเองเพื่อพิจารณาในความเหมาะสมระหว่างผมกับชุด









“อื่ม...นายก็ดูเหมาะนะใส่ก็คงหล่อ สาวเห็นต้องกรี๊ดน่าดู ฮ่าฮ่าๆ”ลู่หานหัวเราะออกมาเต็มเสียงจนตาหยีแล้วก็หุบยิ้มฉับลงอย่างรวดเร็วจนทำเอาผมที่หัวเราะแห้งๆต้องหยุดมองหน้าลู่หานแบบงงๆ













“และ.....งานนี้ จะเป็นงานสุดท้ายที่นายจะต้องสะส่างเรื่องของนายสะ จัดการเรื่องของนายกับผู้ชายคนนั้นให้เรียบร้อย อย่าให้มัน ค้างคาอีกเข้าใจมั๊ยจงอิน”ลู่หานพร่ามยาวและก็เอาฝ่ามือมาตบที่ไหล่ผมเบาๆสองทีเพื่อย้ำในสิ่งที่เขาพูดไปให้ผมที่กำลังจะเหม่อกับเข้ามาในสนทนาอีก














“อืม....ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้จบๆไป......ลู่หาน...”ผมบอกลู่หานอย่างหนักแน่นวันนี้มีเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาจนผมคิดว่าจะตั้งรับมันไม่ทันสะแล้วแต่เรื่องทุกอย่างสาเหตุก็มาจากคนๆเดียวกันทั้งนั้น ผู้ชายคนนั้น ปาร์คชานยอล



















“ชานยอลคะ.....คุณแต่งตัวเสร็จรึยังคะ ตอนนี้แขกมากันแล้ว ฉันจะออกไปรับแขกช่วยคุณแม่ก่อนนะคะ”จองอาบอกกับผมที่กำลังแต่งตัวอยู่ที่หน้ากระจก ตาของผมมองร่างบอบบางของจองอาที่อยู่ในชุดราตรีสีม่วงรัดรูปเกาะอกอวบอิ่มล้นออกมาเป็นจุดขายน่ามองสำหรับผู้หญิง ทรงผมม้วนเกล้าขึ้นไปทั้งหมด ทิ้งปรอยเล็กๆลงมานิดหน่อย ใบหน้าเรียวถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำองค์ยี่ห้อดีสวยรับกับทรงผมจนดูลงตัว
จองอาดูสวยจนผมต้องมองเหลียวหลัง ไม่บ่อยนักที่จะเห็นจองอาแต่งหน้าเข้มๆหรือแต่งตัวสไตล์นี้เพราะส่วนใหญ่จองอาจะแต่งตัวออกแบบสาวหวานมากกว่า













“ครับ ผมคงอีกสักครู่ถึงจะตามไป”ผมตะโกนบอกจองอาที่ตอนนี้จะได้ยินหรือไม่เพราะหลังจากที่ผมพูดก็ได้ยินเสียงประตูห้องปิดลงแล้ว ผมเหลียวมองงานจากข้างบน แขกต่างๆเริ่มทยอยกันมาพวกคุณหญิงคุณนายจากสมาคมต่างๆ ต่างแต่งตัวมาอวดโฉมอย่างไม่มีใครยอมใคร เครื่องประดับสร้อยเพชรแหวนส่องแสงจนแยงตาไปทั้งงาน ผมเห็นแล้วต้องยิ้มเยาะงานพวกนี้หนีไม่พ้นหน้ากากหนาๆที่ใส่บดบังใบหน้าเน่าๆของจริง แต่สายตาองผมก็ไปสะดุดที่คนร่างบางที่หมู่นี้มันจะตรึงสายตาของผมได้อย่างอยู่หมัด






....คิมจงอิน....
















“คุณพ่อ.....”












“อ่าวลูก มาถึงกันแล้วหรอ พ่อรออยู่เลยนะ”พ่อผมเอ่ยยิ้มๆอย่างคนแก่ใจดีแล้วเข้ามาโอบเอวผมไวหลวมๆ









“คุณลุง นี่ครับของขวัญแสดงความหญิงดีกับคุณลุง”ลู่หานเอ่ยขึ้นแล้วยื่นของขวัญให้กับพ่อผม ที่รับเอาด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม












“ขอบใจมากนะลู่หาน แหมะวันนี้แต่งตัวหล่อๆกันทั้งนั้น นานทีจะได้เห็นลูกพ่อใส่สูท”ผมยิ้มบางกำลังจะเอ่บปากแต่แม่ผมก็เข้ามาก่อนสะงั้นแล้วยังมาเอาตัวพ่อผมไปโดยที่ไม่พูดอะไรกับผมเลย







“คุณคะ มาอยู่นี่เอง มานี่หน่อยสิคะ คุณเชวซึงฮยอนอยากคุยกับคุณ”












“เออ..แต่ผมคุย.../ไปก่อนเถอะคะ เดี๋ยวค่อยมาคุย!!”แม่ผมตวัดสายตามาอย่างไม่พอใจแล้วลากตัวพ่อผมออกไป









“คุณพ่อไปคุยกับแขกก่อนเถอะครับ ยังไงแขกก็สำคัญกว่าอยู่แล้ว”ผมยิ้มบางๆ มองตามหลังของพ่อที่หายไปกับฝูงคน











“หึ่มมม..อะไรเนี่ย แทนที่จะพูดคุยกับลูกบ้งสักคำนี่กับทำอย่างกับนายเป็นตัวน่ารังเกลียด!!”ลู่หานเอ่ยขึ้นไล่หลังแม่กับพ่อเสียงดังจนแขกหันมามอง









“ไม่เอาน่าลู่หาน ช่างเถอะแค่แม่กับพ่อสบายดีฉันก็ดีใจแล้ว”ผมว่าเสียงเศร้าแต่ก็พยายามปั้นหน้าให้ดูมีความสุขเพื่อไม่อยากให้ลู่หานเป็นห่วง แต่ข้างในของผมตอนนี้มันรวดร้าวไปหมดแล้ว












ผมปีกตัวออกมาจากลู่หานที่ดูจะสนุกกับการกินที่โต๊ะตั้งอยู่กลางงานแล้วออกมานั่งรับลมคนเดียวที่ม้านั่งเจ้าประจำเวลาที่ผมไม่สบายใจตอนอยู่ที่บ้าน ตรงหน้ามันดูรกไปหมดหญ้าดูจะขึ้นสูงจนยอดของมันจะยาวมาถึงที่นั่งแล้ว













“เฮ่ออ...”ผมพรุ่ลมหายใจยาวๆออกมาเสื้อสูทที่ลุ่หานเช่ามามันไม่เหมาะกับผมสักนิด เสียงไมค์ที่ดังขึ้นคงบ่งบอกได้ว่าตอนนี้ในงานกำลังเริ่มแล้ว ถึงผมจะเป็นผู้เกี่ยวข้องแต่ผมก็รู้สึกเหมือนคนนอก







รู้สึกเป็นส่วนเกิน...













“มาอยู่นี่เอง ปะเข้างานกัน งานจะเริ่มแล้ว เร็ว!!!”ผมเงยหน้าขึ้นมองลู่หานที่มาหยุดอยู่ตรงหน้าผมพร้อมกับยื่นมือมาจับผมขึ้น









“งานครอบครัวตัวเองแท้ๆ แต่มานั่งหลบอยู่หลังบ้าน มันใช่มั๊ยเนี๊ย? ตอนนี้แม่กับพี่สาวนายยืดคอจนจะโก่งอยู่แหละ แทนที่จะแนะนำหรือพานายไปรู้จักกับคนโน้นคนนี้บ้างก็ไม่มี”












“จะไปไม่ใช่หรอ ป่ะ..”ผมตัดบทเพราะผมรุ้สึกอ่อนใจเกินกว่าจะพูดอะไรหรือฟังอะไรทั้งนั้นเดินนำหน้าลู่หานที่ยืนอ้าปากหวออยู่กับที่มองผมที่เดินไปทำตาปริบๆ












พ่อผมกำลังกล่าวเปิดงานอยู่บนเวทีโดยมีแม่ของผมอยู่ด้วยกันบนนั้นพร้อมกับพี่จองอาแต่ไร้เงาของใครบางคน?







“ไม่คิดว่านายจะมา?...หึ!!”ผมเอ่ยเสียงประชดประชันใส่คนข้างๆที่สูงที่เพียงบ่าผมเท่านั้นแต่ตาผมตอนนี้กำลังจับจ้องไปที่เวทีทำเหมือนกับว่าเราไม่ได้คุยกัน











“ผมก็คนในครอบครัวคนหนึ่ง ทำไมผมจะมางานนี้ไม่ได้ พี่ต่างหากที่เป็นคนนอก!!”ผมเอ่ยเสียงหนักแน่นข่มความโกรธที่กำลังจะปะทุไว้ในส่วนลึก เพื่อไม่ให้พ่ายแพ้แก่ผู้ชายตรงหน้าที่พยายามปั่นหัวผมให้ผมเล่นไปตามเกมส์









“แน่ใจ?!!..ว่าที่ผ่านมานายใช่คนในครอบครัวนี้ จงอิน?!!”คราวนี้ผมผินหน้ามามองอย่างรวดเร็ว ผู้ชายตรงหน้าต้องการสื่ออะไรกับผม?หรือแค่อยากให้ผมกับครอบครัวผิดใจกัน แค่นี้ยังไม่พออีกหรอ?














“อย่าคิดนะ..ว่าผมจะยอมพี่อีกต่อไป พอกันที!!”เราสองคนจ้องตากันอย่างดุเดือดผมเอ่ยประโยคที่ผมตัดสินใจมาตลอดดีแล้วว่าสำควรที่จะพูดออกไป เพื่อยุติเรื่องนี้ให้มันจบลง













“หมายความว่าไง?!!”ร่างสูงตรงหน้าผมจับเข้าที่แขนเรียวของผมแล้วดึงเข้ามาหาตัวทิ้งน้ำหนักลงกับมือจนมันเกือบจะหายไปกับเนื้อของผม บ่งบอกได้ว่าพี่ชานยอลกำลังโกรธ!!









“หยุดนะ..ทำอะไรลจงอินน่ะ?”ลู่หานเข้ามาผลักพี่ชานยอลออกจากผมไปแล้วจ้องพี่ชานยอลด้วยดวงตาแข็งกร่าว











“เลิกรังแกจงอินสักที แค่นี้ยังไม่พอรึไงกับสิ่งที่คุณทำ อย่าคิดนะว่าสิ่งชั่วๆที่คุณมีมันจะปิดได้มิดอีกต่อไป ผมจะไม่ยอมให้คุณฯรังแกจงอินอีกแล้ว”ลู่หานเอ่ยเสียงเบาแต่ก็เน้นหนักทุกประโยค พี่ชานยอลแค่นยิ้มร้ายที่ทำเอาผมกับลู่หานต้องเสียววันหลัง







“ดี...ต่อไปจะได้ไม่ต้องเกรงใจกันอีก ในเมื่อรู้ๆสันดานกันแล้ว เพื่อนนายนี่เด็ดนะ อ้าขาให้ฉันตั้งหลายครั้ง ปากก็บอกว่าเกลียดฉัน แต่นายรู้อะไรมั๊ย?”พี่ชานยอลเงียบไปแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ก้มหน้าลงมากระซิบที่หูเล็กของลู่หานที่ยืนบังผมอยู่













“ว่าลับหลังใบหน้าที่แสนซื่อนั่น มันก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงพวกนั้นสักนิด ง่าย ร่าน เหมือนกันไม่มีผิด!!”









“แก๊!!หุบปากเดี๋ยวนี้นะ แกกล้าพูดออกมาแบบนี้ได้ง? แกมันเลวกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย”ลู่หานว่าใส่หน้าชานยอลอึ่งจนพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าจงอินหลงผิดไปกับผู้ชายคนนี้ได้ไง











“ระวังเพื่อนนายไว้ให้ดี ลู่หานปกป้องกันเข้าไป แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน หึหึหึ!!”













“จงอิน!!!”จงอินทนฟังต่อไปไม่ไหวน้ำตาเป็นสายไหลออกมาความเจ็บปวดรวดร้าวที่มีเขาเก็บมันไม่ได้อีกแล้ว สำหรับผู้ชายคนนั้นเขาก็มีแค่นี้ ร่างกาย เท่านั้น ทำไมนะวันนั้นเขาถึงไม่ขัดขื่นปกป้องร่างกายของตัวเอง โง่ยอมปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นทำกันได้ขนาดนี้











“จงอิน!!!”ลู่หานหยุดอยู่กลางงาน วิ่งตามลู่หานออกมาก็ปรากฏว่าจงอินเร็วกว่าที่สายตาของเขาจะจับไว้ได้













“โถ่เว้ย!!”














“ฮึก...ฮื่อ..”ลู่หานวิ่งออกมาไกลจากงานกว่าปกติด้วยความที่เป็นบ้านของตัวเองทำให้รู้ทุกวอกมุมของตัวบ้านเลยวิ่งหนีมาหลบที่ม้านั่งหลังต้นไม้สูงใหญ่เงียบสงบ แอบนั่งร้องไห้คนเดียวปล่อยน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างกับทำนบแตกให้เปียกที่ปกเสื้อ ความปวดหนึบแบบชาๆไล่ขึ้นมาจากปวดแค่ที่มือก็ลามมาถึงที่หัวใจด้านซ้ายบีบรัดจนต้องกุมมันไว้เพื่อบรรเทาความเจ็บ











“ใครน่ะ? ใครมาร้องไห้แถวนี้?”เสียงแหบๆเสียงหนึ่งดังขึ้นทำเอาจงอินที่ร้องไห้อยู่รีบปาดน้ำตา













“อ่าวพ่อหนุ่ม มานั่งทำอะไรที่นี่คนเดียว?”รอไม่นานเจ้าของเสียงก็ปรากฏเป็นร่างสูงวัยของชายที่อายุไม่น่าจะเกินห้าสิบกว่าๆมายืนอยู่ตรงหน้าของจงอิน













“คือ.../เอ๊ะ..นี่พ่อหนุ่มร้องไห้?”คุณลุงคนนั้นตาเบิกกว้างแล้วทรุดตัวลงนั่งข้างๆผม









“ทำไมถึงร้องไห้แบบนี้ใครทำอะไรมา?บอกลุงได้นะ ลุงชื่อคิมแทมนแล้วเราละหึ่ม?”ชายสูงวัยคนนั้นเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ผม














“ขอบคุณครับ ผมชื่อ.../อื่ดดดด”จงอินสะดุ้งเมื่อมีสายเข้ากำลังจะตอบคนชราข้างก็กลายเป็นมาหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าแทน













“ขอโทษนะครับคุณลุง”ผมเอ่ยอย่างสุภาพแล้วลุกออกมา






“ว่าไงลู่หาน?...เออ..ฉันอยู่แถวๆนี้แหละไม่ต้องเป็นห่วงนะ อื่ม..เดี่ยวฉันจะรีบกลับเข้าไป ”ผมวางสายแล้วยิ้มให้กับคุณลุง













“ขอบคุณ คุณลุงมากเลยนะครับ สำหรับผ้าเช้ดหน้านี่ แต่ผมต้องไปแล้วจริงๆ”จงอินว่าแล้วก้มโค้งขอบคุณตามมารยาท









“เฮ่อ เธอนนี่นะ มมีมารยาทจริงๆ น่าตาก็ดูหล่อน่ารัก อืมไม่เป็นไร ส่วนผ้าเช็ดหน้านั่นฉันให้”ชายชรายิ้มอบอุ่น ยิ้มที่ทำเอาจงอินรู้สึกถึงความอบอุ่บที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย รอยยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกบางอย่าง












“เห็นเธอแล้วคิดถึงลูก แต่ช่างเถอะรีบไม่ไม่ใช่หรอฮึ่มเดี๋ยวเพื่อนรอนะ..”






“ครับคุณลุง แล้วถ้าผมได้เจอคุณลุงอีกผมจะเอาผ้าเช้ดหน้ามาคืน”จงอินยังไม่เลิกเกรงใจก้มขอบคุณอีกครั้งแล้วเดินออกไปทันที












แต่บางทีฟ้าก็มักเล่นตลกกับเราจนน่าขำ แต่บางทีก็น่าโมโหที่ฟ้ามักเล่นตลกจนทำให้มนุษย์ตัวน้อยๆต้องเจ็บตัว.....













ลู่หานเดินออกมาจากสวนหลังบ้านที่มืดสนิทได้แต่คิดว่าคุณลุงคนนั้นเป็นใครถ้าเป็นญาติขิงเขาหือคนที่สมาคมเขาอาจจะไม่รู้จักและญาติก็มักจะนานทีเจอแต่คุณลุงคนนั้นกับทำให้เขารู้สึกปลอดภัยเหมือนความรู้สึกของ พ่อลูก!! ตี่ระหว่างที่เดินใจลอยเพลิน จงอินไม่รู้เลยว่า ณ บัดนี้ตนกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครคนหนึ่งเข้าแล้ว








และ....












“อุ๊บ!!”จงอินเบิกตากว้างเมื่อถูกปิดปากฉุดร่างกายหายเข้าไปในประตูครัวหลังบ้าน ดิ้นขรุขรักสะบัดให้คนที่กระทำหยุดแต่ก็ดูว่าแรงของเขาจะไม่ไปกระตุ้นคนๆนั้นเลย








“อ่อยยยย อื่อออ อ่อยอู..”เสียงอู้อี้ที่ถูกปิดปากด้วยมือหนาและร่างๆใหญ่ๆที่โอบตัวเขาจากด้านหลังอยู่นี่ทำให้จงอินรู้สึกกลัวระแวง จนถูกลากเข้ามาในห้องน้ำของบ้านชั้นหนึ่ง













“ปั่ก!!”






“กริช!!”เสียงทุ่มร่างเล็กลงกับฝาชักโขรกอย่างแรงเล่นเอาคนร่างเล็กจุก้มหน้ากุมท้องด้วยความเจ็บปวด เสียงล็อกประตูตามมาติดๆทำให้คนที่หายใจด้วยความเหนื่อยหอบเงยขึ้นมาด้วยความสงสัยคนทำ














“พี่ชานยอล?!!!”จงอินเบิกตากว้าง ร่างสูงคุ้นตาทึ่อยู่ในชุดสูทกำลังปลดเนทไทช้าๆสายตาก็มองต่ำลงมาที่เขา












“พี่จะทำอะไร อย่านะ..พี่จับตัวผมมาแบบนี้ทำไม ปล่อยผมไปเดี๋ยวนี้!!”ผมลุกขึ้นวิ่งไปที่ประตู แต่พี่ชานยอลก็ไวกว่าคว้าเอวผมไว้ให้มานั่งลงทับตักของพี่เขา กลายเป็นว่าผมนั่งทับตักพี่ชานยอลอยู่








“ทำเป็นดิ้นขัดขืน อยู่เฉยๆได้มั๊ย?”












“ปล่อยผม เลิกทำแบบนี้กับผมสักที หยุดเถอะ ผมไม่อยากทรมานอีกแล้ว ผมยอมแล้วแต่เลิกยุ่งกับผมเถอะนะ ผมขอร้อง ผมไม่อยากทำบาปกับพี่จองอาพ่อกับแม่ ฮึก...ฮือ..พี่ชานยอล..”จงอินร้องไห้ออกมาแรงที่ขัดขื่นผมหายไป คนร่างบางเอาแต่สะอื้นตัวโยนบนตักผม







“ให้ฉันหยุดหรอ...หึหึ ได้สิ!!”ผมเบิกตาที่เปื้อนคราบน้ำตาขึ้นมาแล้วหันไปทางพี่ชานยอลท่าหายใจรินรดหูผมอยู่













“แต่..ต้องห็แนเล่นสนุกกับร่างกายของนาย จนหน่ำใจก่อน ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วฉันจะปล่อยนายไป จงอิน!!!”






“อึก..ไม่!!...อย่า ...”ผมจับข้อมือแกร่งที่ปลดซิปกางเกงผมลงขื่นแรงไว้สุดความสามารถแต่จูบไซร์ที่คอดูดเม้มสร้างรอยของพี่ชานยอลทำให้ผมอ่อนระทวย













“ไม่..อ่ะ..อื่อ..อย่า!!”ผมย่อคอหนีแต่ปากร้ายดั่งเหล็กกล้าก็ตามาอีกจนได้ พี่ชานยอลสอดมือเข้ามาในเสื้อของผมที่ถูกปล่อยลอยชายเข้ามาลูบเขี่ยวนที่เม็ดลูกเกตของผมจนมันแข็งชูชัน ผมก็ครางห้ามบิดหนีแต่ก็ถูกมือหนาที่โอบเอวไว้ล็อกอยู่












“อื่อ..อย่า อย่าทำผม..หื่อ..”ผมหลุดเสียงครางแล้วเองมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้เพราะตอนนี้พี่เขาเลื่อนมือมาส่วนหน้าล้วงเข้าไปหยอกล้อที่แกนกายของผมขยับช้าๆสร้างอารมปั่นป่วนต้องแหงนหน้าระบายความเสียวที่มันอัดอั่นภายใน อารมณ์ถูกจุกขึ้นทีละน้อยไม่รู้ว่าเสียงห้ามของผมกลายเป็นเสียงครางสมบูณย์แบบไปเมื่อไหร่ มือร้อนจับที่หัวกางเกงสแล็กเลื่อนหลุดไปอยู่ที่ตาตุ๋มโดยที่ผมเป็นคนยกก้นขึ้นเอง มันเป็นไปตามความรู้สึก ผมกำลังแพ้ให้กับร่างกายของตัวเองที่โอนอ่อนให้กับพี่เขาไปในที่สุด ผมเอาหัวพิงเข้ากับบ่าคนข้างหลังที่ขบเม้มใบหูของผมเป่าลมรดรินจนขนลุกเกียว








“อื่อ../หันหน้ามาสิ จงอิน!!”ผมหันไปตามเสียงเรียกกระเส่าๆนั่นอย่างไม่ลังเล ใบหน้าของผมคงแดงเถือก ร้อนแล้วแน่ๆร่างกายมันอ่อนปวกเปรียกไปหมด และส่วนนั้นที่ถูกรุดรั่งกำลังรวมมวลกันที่ส่วนปราย













“อึก...อื่อ..ออ”ผมถูกบดจูบอย่างรุนแรงอ้าปากเผยอให้เรียวล้นเหมือนงูฉกนั้นเข้าไป ฉกหาน้ำหวานที่ทำเอารู้สึกดีทั้งคู่ จูบที่รุนแรงของพี่เขาผมชักจะติดใจมันแล้วเป็นคนอ้อนขอจูบกับพี่เขาเอง














“ชานยอลคะ ชานยอล คุณอยูไหนคะ ชานยอลล”เสียงที่ดังลอดเข้ามาทำเอาเราสะดุ้งและคนที่ตกใจที่สุดคงเป็นผม เรากำลังจูบกันอย่างดูดดื่มผมก็ถอนออกมาด้วยความเสียดายนิดๆ ความกลัวเริ่มกัดกินหัวใจสติกลับมาครบทุกอย่างผมก้มเก็บกางเกงขึ้นมาจะแต่งตัวแต่พี่ชานยอลก็โอบเอวผมมานั่งตักที่เดิม









“อย่างไปสนใจ!!/พี่จะบ้าหรอ ปล่อยผม ผมจะออกไป เราไม่ควรทำแบบนี้อีก”ผมว่าแล้วผลักพี่ชานยอออกโดยที่ผมอยู่ในแบบร่างกายเปลือนครึ่งท่อน












“ชานยอล.....”เสียงพี่จองอายังเอ่ยเรียกออกมาเรื้อยๆแต่สัมผัสต่างๆของพี่ชายก็หายไปผมรู้สึกดีใจที่พี่เขาปล่อยผมเป็นอิสระแล้ว แต่...









“บอกแล้วไง? ว่าฉันไม่ให้ไป!!!”












“อื่ออออออ”ผมร้องลั่นเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องน้ำ นำตาเป็นทางไหลออกมาตามหางตาแกนกายขนาดที่ไม่อยากจะบรรยายถูกสอดใส่เข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ปากที่ถูกปิดไว้โดยพี่ชานยอลทำให้เสียงลดรัดับลงมาบ้างแต่มันก็ยังคงดังก้องในหูของผม













“อยู่เฉยๆ อ่ะ!!..อื่มม ของนายมันตอดฉันจงอิน อะ”เสียงทุ่มดังอยู่ข้างหูพี่ชานยอลขยับเข้าออกช้าๆให้ผมได้ปรับตัวแล้วค่อยเร่งความเร็วจนร่างผมที่อยู่ข้างบนสั่นครอน











“อึก..อ่ะ..อื่ม..ช้าๆ ผม..อ่ะ เจ็บบบ”คำว่าเจ็บสั่นเป็นจังหวะไปพร้อมๆกับแรงกระแทกจนอินปรือตาแล้วจับแขนร่างสูงมั่น ตอนนี้แม้แต่เสียงเรียกหรือเสียงอะไรจงอินไม่ได้ยินแล้วได้ยินแต่เสียงครางที่ดังลอดออกมาอย่างสุกขสมของเขากับคนข้างหลังที่จวนกล้จะเสร็จ ขาเล็กที่แบะกว้างอย่างน่าอายจับชันให้เป็นรูปตัวเอ็มแล้วมีแกนกายใหญ่ๆนั้นของชานยอลสอดเข้าออก จงอินเห็นมันชัดเจนเพราะหลังประตูห้องน้ำกับมีกระจกบานใหญ่ที่ถูกติดไว้เพื่อเช็ดสภาพต่างๆก่อนออกจากห้องน้ำ ทำให้เขาเห็นร่างกายของตัวเองที่ถูกสอดใส่จนแคมของช่องทางปริ้นออกมาตามแกนกาย จงอินกำลังหน้าแดงหันหน้าไปมองใบหน้าของชานยอลที่หอบหนักสะท้านไม่ไหวอีกต่อไปแล้วจนในที่สุด...













“อ่า....”ทั้งคู้ปลดปล่อยออกมาพร้อมกันจงอินแทบไม่แตะกับสิ่งนั้นแต่เพราะความเสี่ยวทำให้แกนกายปลดปล่อยออกมาเองราวถูกกระตุก จนอินขมิบรัวๆเพื่อให้น้ำที่ไหลทะลักออกมา รีดออกมาให้หมดจนไหลเยิ้มออกมาตามเรียวขาที่ถูกชานยอลจับวางลง














“ปล่อยผม!!!”จงอินลุกขึ้นรวดเร็วแต่ก็ต้องทรุดลงกับพื้นเมื่อช่องทางที่เป็นตัวต้นเหตุ












“ดื้น อวดเก่ง เลิกทำแบบนี้สักที ลุกขึ้นมาจะแต่งตัวให้”ชานยอลว่าแล้วอุ่มคนร่างบางที่จ้องขมึงมาทีก่อนหน้าละ...เฮ่ออ









“พี่อย่ามาว่าผมนะ พี่เป็นคนทำผมเจ็บ”













“เจ็บ แต่นายก็ชอบไม่ใช่หรอ ครางสะจนฉันเกือบไม่ไหว”









“พี่ชานยอล!!!”ผมว่าใส่ร่างสูงเสียงดังแล้วตบลงไปที่ไหล่หนาที่นั่งยองๆลงกับพื้นแล้วเอวกางเกงในขึ้นมาใส่ให้ผมต่อด้วยกางเกง













“เสร็จแล้ว หวังว่าต่อจากนนี้นายจะออกไปเองได้นะ ฉันไม่อยากให้เมียฉันสงสัย”ผมว่าแล้วจัดการแต่งตัวเองอยู่หน้ากระจกห้องน้ำ เห็นคนร่างเล็กที่ทำปากขมุบขมิบใส่ผมจากกระจกแล้วหันมา













“เห็นนะว่าทำอะไร อยากได้อีกรอบรึไง?55”ผมเม้มปากแน่นเกลียดผู้ชายแต่ได้ตรงหน้าที่ปู้ยี่ปุ้ยำผมแล้วก็แต่งตัวออกไปสบายใจเฉิบ ปล่อยให้ผมต้อเกาะขอบอ่างล้างหน้าขึ้นมาเองด้วยความลำบาก










“เจ็บชะมัด แม่งรอยที่คอ!!”ผมมองตัวเองในกระจกที่มีรอยเลื่อยเต็มคอขาวๆของผม













“แบบนี้ออกไปข้างนอกไม่ได้แน่”ผมเลยตัดสินใจโทรบอกลู่หานว่าจะขอตัวกลับก่อนโดยที่ผมไม่ได้อธิบายเหตุผลให้กับลู่หานฟังเลยสักนิดตัดสายเพื่อนไปแล้วรีบวิ่งออกไปจากบ้านทางประตูหลังทันที










“ลุงครับไป XX”ผมบอกลุงคนขับเสร็จสรรพก็กลับมาจมกับตัวเองเหม่อออกไปนอกตัวรถที่นานๆทีจะได้มานั่งมองแสงสียามค่ำคืนของโซล เมื่อหวนคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นเร็วจนผมไม่ถึงตั้งตัวมันเกิดขึ้นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแผลเก่าๆที่ถูกฝากไว้ก็ดูจะหายแห้งไปเหลือแต่แผลที่ตกเป็นสะเก็ดใจให้คิดถึงแล้วเจ็บเล่น ผมว่าตอนนี้ผมคงด้านชากับมันแล้วละ เพราะร้องไห้ไปมันก็ให้คำตอบเท่าเดิมคือไม่มีอะไรดีขึ้นมีแต่จะทำร้ายผมลงเท่าเดิม









คุณรู้อะไรมั๊ยว่าที่ผ่านมาผม...แกล้มยอม ยอมให้ผู้ชายคนนั้น ผมก็มีความสุขนะที่ได้กอดได้อยู่ใกล้พี่ชานยอล บางทีมันก็เจ็บบ้างที่ต้องเห็นคนที่เรารักอยู่กับใคร แต่นับจากนี้จะไม่มีแล้วละ จงอินคนที่อ่อนแอ แต่จะมีจงอินคนที่เข้มแข่งคนใหม่
















“พี่ชานยอล เรามาดูกันดีกว่าว่าต่อจากนี้ไปใครกันแน่ ที่เป็นฝ่ายเจ็บกัน พี่หรือ............ผม”












“ผมจะทำให้พี่หลงผม และเป็นฝ่าย ออกตามหาผมเอง”











“ใครกันแน่ที่โง่ ใครกันแน่ที่ฉลาด”













“พี่หรือ.........ผม!!!”












“หึหึหึหึหึหึหึ”


















PS.เป็นแบบนี้ได้ไงอะไร?ยังไง?อีจงอินมัน.....ฮ่าอฮ่าคอมเม้นต์บอกไรท์ทีว่อีอินเป็นอัลไลลลล










2013-09-23

MY BROTHER 18


MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]

18





“จงอินนี่เลคเชอร์นายขอบใจมากนะที่ให้ยืม”ผมหันไปหาต้นตอของเสียงที่ดังมาแต่ไกลจากด้านหลัง ลีจองชินเพื่อนในคณะที่ผมสนิทด้วยอีกคน ยืมเลคเชอร์ผมไปเมื่อวานเพิ่งเอามาคืน






“ไม่เป็นไรหรอกจองชินแค่นี้เองแล้วนี่นายจะรีบไปไหนหรอแต่งสะหล่อเชียว?”ผมถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางรีบร้อนของเพื่อนมาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจายนั่นอีก











“แฮะๆฉันนัดสาวคณะศิลปะศาสตร์ไว้น่ะต้องรีบไป ไปก่อนนะเดี๋ยวไม่ทัน”จองชินเอ่ยลาพร้อมกับโบกมือให้ผมแล้วยิ้มโชว์เหงือกมาให้จนผมอดขำไม่ได้ นานแล้วสินะที่ผมไม่ได้ใช้ชีวิตปกติแบบบนี้นานแล้วหลังจากเรื่องเมื่อเดือนก่อนผมก็ขออนุญาติพ่อออกมาอยู่กับลู่หานอย่างฐาวรและก็แชร์เรื่องค่าห้องค่าหอ ส่วนจื่อเทากลับไปจีนแล้วก็เลยเหลือแค่ผมที่อยู่กับลู่หานแทน ก็ใช้เวลาพอสมควรที่จะปรับเรื่องการเรียนที่ห่างหายไปหลายอาทิตย์จนเกือบไม่มีสิทธ์สอบก็ได้รุ่นพี่ใจดีเดือนคณะผมนี่แหละจัดการให้ เฮ่ออ..ไม่งั้นผมซวยแน่ๆ...ขอบคุณนะครับพี่ซองมิน!!




แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่รู้เรื่องการเป็นไปของที่บ้าน พ่อของผมก็โทรมาหาถามสารทุกข์สุกดิบกับผมอย่างไม่ขาดและผมก็ได้รู้ว่า..พี่จองอากับผู้ชายคนนั้นกับมาคืนดีกันแล้ว ได้ยินแบบนี้ผมก็พลอยดีใจกับพี่สาวไปด้วยถึงมันจะทำให้ผมเจ็บจน..แทบทนไม่ไหวและก็ขอภาวนาว่าอย่าได้เจอกับผู้ชายคนนี้อีกเลย ฟังเหมือนผมกำลังหนี









บางทีผมก็อาจจะหนีอยู่ก็ได้...








..หนีความจริง..











“มึง...อยู่ที่นี่จริงๆใช้มั๊ย? เออ..ขอบใจที่หาข้อมูลมาให้ เดี๋ยวกูเลี้ยง เออแค่นี้ก่อนนะ!!”ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำวางสายเพื่อนคนสำคัญไปในขณะที่ตัวเองในอยู่ในรถสปอร์ตคันหรูเปิดแค่กระจกครึ่งเดียวทางฝั่งคนขับ สายตาคมกวาดมองไปรอบๆในสถานที่ที่คนพลุ่พล่านอย่างมหาลัยโซลที่มีชื่อเสียงแห่งนี้











“หวังว่าพี่จะเจอนายนะ..จงอิน!!”













“จงอินจ๊ะ...”เสียงหวานใสของอาจารย์สาวสวยอิมยุนอาดังขึ้นจากด้านหลังขณะที่ผมกำลังจะเดินลงบันไดหลังจากที่เพิ่งไปส่งงานอาจารย์เสร็จ











“ครับอาจารย์มีอะไรให้ผมช่วยหรอครับ?”ผมเอ่ยถามแล้วเดินเข้าไปหาอาจารย์ช้าๆในมือของอาจารย์ถือสมุดรายงานมากมายแล้วก็เข้าใจได้ในทันที












“ช่วยอาจารย์ถือหน่อยนะเดียวให้คะแนนพิเศษเลย”เสียงสดใสว่าขึ้นแบบเหนื่องๆยู่ปากอย่างน่ารักที่ทำเอาผมที่แพ้ความโมเอ้สดใสต้องรีบเข้าไปช่วยทันที








“ผมช่วยครับ..ไม่ถึงขนาดนั้นก็ได้ ผมไม่ใจร้ายกับอาจารย์คนสวยหรอก!!”ผมเอ่ยออกมายิ้มๆแล้วถือสมุดเดินไปพร้อมกับอาจารย์อิมในชุดสูทสีครีมกับกระโปงสั่นรัดรูปสีเดียวกันทำให้ดูสวยดูเพรียวลมคู่กับรองเท้าส้นสูงสีขาว













“แหม่..เธอก็พูดยอสะ..อาจารย์เขินขอบใจนะที่ชม เฮ่อ..รอให้คนช่วยถืออยู่แล้วแหละ เดินถือมาตั้งไกลไม่เห็นจะมีใครถือช่วยอาจารย์สักคน ขอบใจจงอินมากเลยนะ ทั้งๆที่อาจารย์ก็ว่าอาจารย์สวยอยู่นะทำไมถึงไม่มีใครสนใจอาจารย์เลย”เสียบ่นกระปอดกระแปดว่าออกมาไม่หยุดจนผมหัวเราะหึๆในลำคอน่ารักแบบนี้ทำไมยังไม่มีใครมาจีบนะแต่สำหรับผมผมขอนับถือชื่นชมอาจารย์ไปแบบลูกศิตษ์คนนึงจะดีกว่า จนเดินมาถึงหน้าพักของอาจารย์อิม













“ถึงแล้ว ขอบใจอีกครั้งนะอาจารย์จะให้คะแนนพิเศษเธอจงอิน ไม่มีอะไรแล้วละขอบใจมาก”อาจารย์อิมว่าขอบคุณผมแล้วยิ้มอ่อนโยนมาให้จนผมรู้สึกเขินแล้วขอตัวกลับออกมาทันที นี่มันก็ค่ำแล้วลู่หานต้องเป็นห่วงอีกแน่ๆเลยที่ผมกลับช้า
เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็รีบวิ่งลงบันไดมาด้วยความที่รีบร้อนทำให้ผมวิ่งชนเข้ากับใครคนนึ่งจนจะล้มลงไปแต่ก็มีมือหนึ่งเข้ามาเกี่ยวเอวผมไว้ได้ทัน













“..............”












“O.O!!!!พี่ชานยอล!!!”ผมเบิกตากว้างไม่คิดว่าจะได้มาเจอผู้ชายคนนี้อีก อาการรีเฟลกซ์จึงเกิดขึ้นทันที ผมผลักพี่เขาออกแล้วมายืนด้วยตนเองอย่างรวดเร็ว








“จงอิน!!”เสียงทุ้มต่ำดุๆที่ดังขึ้นทำเอาต้องหันไปมองคนร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความท้าทาย เกลียดชังอย่างเห็นได้ชัด แค่เสี้ยววินาทีแล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้นไม่สนว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าจะเป็นยังไงผมต้องการหนีออกไปจากที่นี่ออกไปจากคนใจร้าย...













“เดี๋ยวจงอิน!!”ผมหยุดชะงักเมื่อมือของผมโดนรั่งไว้โดยพี่ชานยอลแล้วอยู่ๆน้ำตาของผมมันก็ไหล..ไหลออกมาช้าๆ ไม่รู้ว่ามันไหลออกมาเองได้ยังไง? ทำไมร่างกายของผมถึงต้องอ่อนไหวไปกับทุกสัมผัสของผู้ชายคนนี้ด้วย บางทีผมก็ไม่เข้าใจแค่โดนแตะเนื้อต้องตัว ทำไม?ผมถึงกับต้องโอนอ่อนผ่อนตามและรู้สึก..









...อยากโดนฉุกรั่ง!!...












“ปล่อยผม!!”ผมสะบัดมือแกร่งออก ถึงตาผมจะแดงกร่ำตอนนี้มีม่านน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ แต่ผมจะไม่อ่อนแอเด็ดขาด!! ผมต้องท่องจำให้ขึ้นใจว่า..ผู้ชายคนนี้ทำอะไรกับผมไว้บ้าง? เท่าที่ดูจากภายนอกเขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ จากที่ดูเหมือนชานยอลหมดอาลัยตายอยากในวันนั้นตอนนี้กับดูเป็นผู้ชายที่แสนจะเพอร์เฟคอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาคมเข้มขับนั้นทอแววที่กำลังสื่อถึงความไม่สบอารมณ์ ความขมุกขมัว ที่กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ











“ผม..หึ!!ไม่คิดว่าจะได้เจอผู้ชายห่วยๆอย่างคุณอีก บังเอิญจังเลยนะ ผมโชคร้ายจริงๆ อ่าห์..แบบนี้กลับไปต้องไปล้างซวยสักหน่อยแหละ”ผมแกล้งพูดลอยๆออกไป ไม่ใช่ว่าแกล้งหรอกแต่ตั้งใจเลยต่างหาก ใช้น้ำเสียงเนิบๆและสายตาเย็นชาที่สามารถทำให้คนร่างสูงกำยำตรงหน้านี้เป็นรูพรุนๆได้ด้วยสายตาที่แสดงออกถึงการไม่แยแสกับคนตรงหน้า ทพี่ชานยอลจ้องผมจนเหมือนจะขย่ำได้ถ้าที่นี่ไม่ใช่ที่สาธารณะที่มีเหล่าอาจารย์หรือนักศึกษาที่กำลังเดินผ่านเราลงบันไดไปแต่ก็มีมองบ้างนิดหน่อย และผมเห็นว่าร่างสูงตรงหน้ากำหมัดแน่น รอเวลาให้กลุ่มนักศึกษาสาวที่แต่งตัวกระโปรงสั่นจูดที่คุยเสียงดังเดินผ่านไป









...และมันก็เป็นจริงดังคราด!!...

















“ผลั่ก!!!...........อ่ะ!!คุณ?!!”ผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเมื่อแผ่นหลังของผมถูกมือแกร่งกดไหล่เข้ากับกำแพงจนได้ยินเสียง ความเจ็บวิ่งขึ้นมาเป็นริ้วๆจนเปร่งเป็นเสียงสั่นเครือ ผมมองหน้าคนตรงหน้าอย่างอัตโนมัติที่เคลื่อนเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเรารดกัน













“อย่ามาพูดแบบนี้กับฉันนะ!!จงอิน..หึ!!เกลียดฉันมากอย่างงั้นหรอ?..นายอย่าลืมสิว่าฉันเป็นใคร?ฉัน..ผัวนายเลยนะ!!กล้าพูดกับผัวตัวเองแบบนี้ได้ไง? แล้วคิดหรอว่าที่หนีฉันออกมาแบบนี้จะหนีฉันพ้น นายคิดผิดแล้วคิมจงอิน หึนายรู้อะไรมั๊ย..ว่าการปั่นหัวพี่สาวนายและแสร้งทำว่ารักมันสนุกมากแค่ไหน? ที่ฉันกลับไป บางที..ฉันอาจจะเอาคืนพี่นายสักดอกสองดอกให้สาสมที่พี่สาวนายทำกับฉันไว้ก็ได้ใครจะไปรู้หึหึหึ!! ”ผมตะหวัดสายตามองไปทันทีแค่ได้ยินในสิ่งที่คนตรงหน้าพูดออกมาเกี่ยวเรื่องพี่สาวผม นี่ใช่มั๊ยคือเหตุผลที่ผู้ชายชั่วๆคนนี้กับไปหาพี่สาวผมอีกครั้งแล้วดูจากน้ำเสียงและใบหน้าที่จริงจังนั่นทำเอาผมใจแกว่ง และขออย่าให้เขาทำอะไรที่รุนแรงกับพี่สาวผมเลย












“แก..แกมันเลว!!อย่าทำอะไรพี่สาวฉันนะ?”ผมเข้าไปคย่ำที่คอเสื้อคนร่างสูง จากที่สีหน้าที่เรียบเฉยเย็นชาของผมเปลี่ยนในบัดดลตอนนี้ผมเป็นห่วงกังวลกลัวว่าพี่จองอาจะเป็นอะไรไป ใบหน้าหล่อหัวเราะเย็นๆอย่างเหนือกว่าอีกครั้งสายตานึกสนุกนั่นผมเกลียดนัก สายตาที่ทำให้ผมเหมือนถูกต้อนเหมือนลูกไก่ ผมเกลียด!!








“ฮ่าฮ่าฮ่า..หรอ..เป็นห่วง? นายเป็นห่วงพี่สาวนายด้วยหรอ คิมจงอิน!!ฮ่าฮ่าจุ๊ๆ..อยากให้พี่สาวนายได้ยินจัง นาย..น้องชายผู้ที่รักและหวังดีกับพี่สาวห่วงใยเสมอคนนี้แท้จริงแล้วมันเป็นยังไงน้า...”ผมเบิกตากว้างนี้สินะ ที่ทำเอาผมเสียเปรียบทุกอย่างหมดสิ้นหนทางที่จะต่อกรสิ่งที่ผูกมัดตัวผมรัดแน่นจนผมหายใจไม่ออกมาตลอดหนึ่งเดือนเต็มที่เกิดเรื่อง











“อย่าพูด!!ฮึก!!..ฉันไม่อยากได้ยิน!!!..แก..แกไอสารเลว!!..ฮื่อ..”











“ถ้าฉันเป็นสารเลว..นายก็เป็นเหมือนกันจงอิน!!อย่าลืมสิ..ว่าคนที่นายกำลังเป็นชู้ด้วยคือฉัน..คือคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของพี่..สาว..นาย!!!”ผมเน้นใส่หน้าคมหวานตรงหน้าทีละคำที่เอามือปิดหูหลับตาแน่นร้องไห้ไม่รับรู้สิ่งใดแล้วส่ายสะบัดหน้าไปมา น้ำตาใสๆไหลออกมาตามแก้มตอบที่ซูบลงไปมาก ผมยอมรับเลยว่าเห็นจงอินคราแรกแทบจากที่ไม่ได้เจอกันตั้งแต่วันนั้นดูผอมและตัวบางจนจะล้มได้ตลอดเวลานี่ด้วยความเป็นห่วงแต่ผมก็โมโหที่จงอินหนีผมมาแบบนี้และสุดท้ายผมก็เอาอารมณ์ทุกอย่างหึงห่วงคิดถึงคนตรงหน้ามาใส่จนเก็บตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว







“ฮึก!!..ผม..เกลียดพี่!!!พี่ต้องการอะไรพี่ชานยอล..ฮื่อ..พี่ต้องการอะไร?พี่ได้ไปหมดแล้วหนิ..งั้นก็ปล่อยผมไปสักที!!พี่ปล่อยผมไปเถอะนะ ผมขอร้อง ผมจะไม่ยุ่งกับพี่อีกเลย ขอแค่พี่ ปล่อยผมไป ผมขอร้อง แค่นี้..ผมก็เหมือน..เหมือนฮึก!!ตกนรกทั้งเป็นอยู่แล้ว..ฮื่ออ”ผมสะอึกเมื่อคนร่างบางทรุดร่างลง ร้องไห้กับพื้นด้วยความอ่อนแรง นี่ผมรุนแรงไปใช่มั๊ย?ผมทำร้ายจิตใจของจงอินมากไปใช่มั๊ย?
ผมทอดมองลงไปที่ร่างบางมองร่างที่สั่นจากแรงสะอื้น จงอินเข้มแข็ง จงอินไม่ยอมแพ้ จงอินผู้ที่มีรอยยิ้มสดใสเสมอ ยิ้มหัวเราะ ที่ผมคิดว่ามันสวยและน่ารักที่สุด ตอนนี้..กำลังร้องไห้ระเบิดอารมณ์ด้านความอ่อนแอออกมา













...แต่ผมไม่ใจอ่อนหรอกผมต้องการจงอินต้องการผูกมัดให้จงอินอยู่กับผม อยู่กับผมตลอดไป!!...













“อยากรู้หรอ?..ลุกขึ้นมาสิจงอิน นายจะยอมแพ้ ให้พี่สาวนายโดนฉันทำร้ายรึไง โอเค..ฉันจะบอกก็ได้..ฉันรักจองอารักมาก แต่จะให้ฉันทำร้ายจิตใจจองอาคนที่ฉันรักมันก็ยังไงอยู่ สู้ทำร้ายนายยังจะดีกว่าสะอีกทำร้ายนายไปช้าๆเอานายมารองรับอารมณ์แทนพี่นายไง ทำร้ายนายมันก็เหมือนทำร้ายพี่สาวนายนั่นแหละ..ถ้าวันใดที่พี่สาวนายรู้ว่านายกับฉัน..เป็นยังไงกันพี่สาวนายจะเป็นยังไงน้า..”









“อย่านะ!!ไม่..ผมขอร้องอย่าบอกพี่จองอานะ..”ผมเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ความจริง นี่ใช่มั๊ย?ความจริงที่ผู้ชายเลวๆตรงหน้าวางแผนเอาไว้ทุกอย่าง ทำร้ายผมและแบล็คเมย์ผมรวมทั้งทำร้ายพี่จองอาทางอ้อม แต่ถ้าพี่จองอารู้เรื่องของผมกับผู้ชายคนนี้ ไม่ใช่แค่พี่จองอาที่จะโกรธเกลียดผมผู้หญิงคนนั้นด้วย..แม่ของผมคิมจองมี แม่ต้องฆ่าผมแน่ๆที่ผมทำแบบนี้













“ฮ่าฮ่า..ไม่อยากให้ฉันบอกหรอ ไม่อยากจริงๆน่ะหรอจงอิน..”ใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้อีกครั้ง น้ำเสียงเย็นๆและเอาปากเข้ามาคลอเคียใกล้กับปากของผม ผมมองผ่านม่านน้ำตามองใบหน้าคมที่แฝงความร้ายกาจใบหน้าที่เคยเป็นดั่งเทวดาตอนนี้ยิ่งกว่าปีศาจทั้งมวล “ยอมฉันสิ..ยอมให้ร่างกายนายกับฉัน ตามที่เราได้ตกลงกันไว้ตอนนั้น ฉันสัญญาเลยว่าเรื่องนี้จะเป็นความรับ”สัญญาตอนนั้น..ภาพในวันเก่าไหลย้อนเข้ามาในสมอง ภาพวันที่ผมตกเป็นของผู้ชายตรงหน้าและสัญญาข้อตกลงบางอย่างที่ยังดังเสมอในหูผม แต่ผมก็ไม่อยากจะจดจำมัน เพราะมันคือความทรงจำที่แสนจะเลวร้ายของผม













“ไม่!!ไม่มีทาง!!ผมไม่ยอมให้คนอย่างพี่มาทำร้ายผมได้อีกหรอก..ไม่!!”ผมร้องไห้ออกมาอีกครั้งด้วยความกลัว ทำการจะวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้แต่พี่ชานยอลก็เข้ามาจับข้อมือของผมไว้แล้วออกแรงยึด ผมเหมือนคนบ้าร้องลั่นและพยายามจะสะบัดมือพี่เขาออก












“จงอิน!!”








“ปล่อย!!ฮึก!!ปล่อยผม!!ฮื่อ...”ผมถูกลากโดยพี่ชานยอลลงมาตามบันไดจนมาถึงรถสปอร์ตคันหรูของพี่เขาที่ผมจำได้ ผมขัดขืนสุดแรงเกิดแต่สุดท้ายร่างของผมก็โดนยัดลงรถไปอยู่ดีทางฝั่งคนขับเพื่อเป็นการไม่ให้ผมเปิดประตูหนีพี่เขาไป














“นี่พี่จะพาผมไปไหน..ปล่อยผมไปเดียวนี้นะ..พี่จะทำอะไรผมอีก..แค่นี้พี่สะใจไม่พออีกรึไง?”น้ำตาเป็นสายไหลมาตามแก้มอีกครั้ง เมื่อไหร่นะที่จงอินกลายเป็นคนเจ้าน้ำตา ร่างบางแหกปากร้องลั่นไปต่างๆนาๆส่วนผมก็เหยียบคันเร่งบังขับพวงมาลัยให้ไปในเส้นทางที่ผมต้องการโดยใช้ความเงียบเป็นสิ่งปิดกั่นการปะทะอารมณ์กันระหว่างผมกับจงอิน
ภาพข้างทางที่บอกจงอินได้ในตอนนี้คือทะเลที่เลียบไปตามถนนสายเล็กๆที่ไม่รู้ว่าออกมาจากตัวเมืองตั้งแต่ตอนไหน มองเห็นภูเขาไกลๆเห็นหาดทรายสีขาวละเอียดเห็นครื่นน้ำที่ซาซัดกระทบหาด แต่ภาพเหล่านี้ไม่ได้ทำให้จงอินเย็นลงแต่กลับเพิ่มความร้อนลุ่มพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว















“จอดรถ!!จอดรถให้ผมเดี๋ยวนี้!!”จงอินออกคำสั่ง หลังจากที่ระเบิดน้ำตาเสร็จ หันมาสั่งชานยอลที่ยังปั้นหน้าขับรถไปเรื้อยๆ








“ไม่!!จงอิน!!”ร่างสูงปฏิเสษทั้งๆที่ใบหน้ายังจับจ้องที่ถนน จงอินเม้มริมฝีปากแน่นตัดสินใจครั้งสุดท้าย

















...เป็นไงเป็นกัน!!...









“เฮ้ย!!จงอิน..ทำอะไรของนายน่ะฮ่ะ?!!”ชานยอลตกใจเมื่อคนร่างบางข้างๆพุ่งเข้ามาจับที่พวงมาลัยอย่างรวดเร็วแล้วทำการหักดิบหมุนพวงมาลัยให้ไปในทิศทางตรงกันข้ามกับทางตรง รถสปอร์ตคันหรูเซซ้ายขวาไปตามถนน และในรถกำลังวุ่นวายเมื่ออีกคนเอ่ยปากให้ร่างบางเล็กหยุดส่วนอีกคนดื้นแพ่งหักพวงมาลัยท่าเดียว จนในที่สุด!!!














“ครืดดดดดดดดดด”เสียงรถหยุดกะทันหันครูดไปตามพื้นทราย ที่จงอินหักพวงมาลัยได้สำเร็จจนรถมาจอดแอ่งแม้งที่หาดทรายสีขาวเว้งว้างนี้















“ปัง!!”แต่ก็ไม่มีเวลาแม้แต่จะหายใจเมื่อทันทีที่รถหยุชานยอลยังไม่ทันจะหันมาถามจงอินว่าเป็นอะไรรึป่าวทั้งๆที่จงอินร้องลั่นขนาดนั้นแต่ก็ยังดื้นฝืนความเจ็บ ร่างสูงโปร่งก็เปิดประตูรถออกไปด้วยท่าทางสะโหล่สะเหล่










“ปัง!!.........จงอิน!!!”ผมเปิดประตูรถและวิ่งตามจงอินไป ตามชายหาดแต่ด้วยทรายที่ไม่เอื้ออำนวยต่อทัศนวิสัยในการวิ่งทำให้ผมวิ่งช้าลงแต่ก็ทันจงอินในที่สุด














“จงอิน!!”ผมเรียกให้หยุดพร้อมกับที่มือผมเอื้อมเข้าไปคว้าไว้ได้ทันแล้วจับจงอินหันมาเผชิญหน้ากับผม













“ปล่อย!!อย่ายุ่งกับผม ผมจะกลับ!!”จงอินสะบัดแขนผมออกแล้วเดินเร็วๆจะไปที่ถนน ผมส่ายหัวด้วยความหัวเสียแล้ววิ่งเข้าไปดึงจงอินหันมาอีกครั้ง









“ดื้น!!อวดเก่ง..เมื่อกี้ร้องจะเป็นจะตาย อยากกลับนักหรอฮ่ะ?”













“ใช่!!ใครจะอยู่ ผมเกลียดพี่ แค่หน้าผมก็ไม่อยากเห็น ทำไมนะเมื่อกี้รถถึงไม่ชนต้นไม้ข้างทางไปสะ จะได้ตายๆกันไปให้หมด!!”ผมสะอึกกับคำพูดของจงอินไม่คิดว่าที่จงอินทำเมื่อกี้มีเจตนาแค่อยากให้ผมหยุดรถแต่นี้..ถึงขั้นอยากให้ตาย









“เกลียดพี่..ถึงขนาดอยากให้ตายเลยรึไง ไม่ใจร้ายไปหน่อยหรอฮ่ะ จงอิน...”ร่างสูงเปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนลงแล้วใช้คำพูดที่แทนตัวเองที่ทำเอาจงอินไม่อยากเชื่อหูว่าจะได้ยินมันอีกครั้ง แต่ก็เสหน้าไปมองทางอื่น เขาเห็น เห็นสายตาอ้อนวอน ของชานยอลที่ส่งมา มันไม่น่าจะเป็นแบบนี้คิมจงอิน!!ความรู้สึกหัวใจของนาย ไม่ใช่ถูกสั่งมาให้ยอมใจอ่อนง่ายๆ แล้วมันก็ยิ่งอ่อนอีกครั้งเมื่อข้อมือบางถูกจับกุมด้วยมือแกร่งสากหนาเข้าไปกุมไว้ จงอินกระตุกและมองมาที่ข้อมือด้วยความตกใจ














“ปล่อยผม!!เอามือสกปรกของพี่ออกไป!!”แต่ทีนี้ไม่ใช้มาแค่ความร้อนที่มือ เมื่อเอวบอบบางถูกตะหวัดโอบให้เข้ามาในร่างกายกำยำโดยฝีมือของชานยอลอีกครั้ง โอบกอดจนไม่มีลมแทรกผ่าน













“อ่ะ..พี่ชานยอล!!”จงอินตกใจและทำการจะผลักออกแต่ชานยอลไม่ให้เป็นแบบนั้นกระชับกอดแน่นขึ้น ทั้งคู่ถลึงตาใส่กัน คนนึงแสดงความหงุดหงิดส่วนอีกคนแสงดความหงุดหงิดเชิงล้อเล่นผลักออกกระชับเข้าจนสุดท้ายจงอินทนไม่ไหวใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักชานยอลออกแรงๆจนร่างสูงล้มไปกองที่พื้นทราย ทำการออกวิ่งทันทีที่เป็นอิสระ ชานยอลที่เห็นดังนั้นลุกขึ้นเข็ญเคี่ยวฟันวิ่งตามไปทันที










จนในที่สุดเขาก็คว้าแขนบางได้อีกครั้งแต่ไม่รู้ว่าวิ่งอีกท่าไหนหรือสะดุดอะไรทำให้ร่างสูงกำยำล้มลงไปทับร่างบอบบางจนล้มไปกองรวมกันที่พื้น
















“..............”

ไม่มีแม้แต่เสียงที่เอื้อนเอ่ย ทั้งคู่นอนนิ่งและสบตากันอยู่เช่นนั้น ชานยอลมองใบหน้าคมหวานที่นานแล้วไม่ได้มองใกล้ๆเช่นนี้ มองริมปากกระจับชมพูที่เม้มแน่น มองดวงตากลมโตที่กำลังจ้องเขาไม่วางตา
ส่วนจงอินหัวใจด้านซ้ายที่ด้านช้าและเจ็บแปบบัดนี้มันกับเต้นแรงโครมครามจนกลัวว่าจะกระเด็นหลุดนอกอก เขากำลังอ่อนไหวและมีความรู้สึกแปลกใหม่อีกแบบที่ไม่ใช่แค่คำว่าเกลียด..แล้วไอเสียงหัวใจที่มันเต้นแปลกๆนี้คืออะไร?มาพร้อมกับใบหน้าร้อนผล่าวนี้อีก














“อื่อ...”ไม่ทันที่จะร้อง หรือปัดป้องอะไรไป ริมฝีปากหนาก็กดจูบลงมาอย่างรวดเร็วจนจงอินตกใจจากที่เม้มริมฝีปากสนิทก็อ้าออกน้อยๆจนชานยอลแทรกเรียวลิ้นเข้าไปหาความชุ่มฉ่ำอย่างหิวกระหาย มือหนาที่คล่ำยันกับพื้นทรายเพื่อเป็นการลดแรงกายที่กดทับร่างบางก็เปลี่ยนมาเป็นลูบไล้ไปตามร่างกายแนบร่างทับสนิทจนรับรู้ได้ถึงแรงการเคลื่อนที่ของหน้าอกบางกระเพื่อมขึ้นลงหายใจแรงๆ จงอินไม่รู้ว่ามือที่ยันอกแกร่งออกมันวางราบไต่ขึ้นไปไหนแล้ว รู้แค่ว่าตอนนี้ตัวเองเบี่ยงองศาของใบหน้าให้รับจูบของชานยอลได้ดียิ่งขึ้นทำให้ลมหายใจที่สะดุดช่วงลงก็กลับมาเป็นปกติ ชานยอลกำลังอพอใจยกยิ้มขึ้นข้างมุมปากเมื่อเรียวแขนทั้งสองข้างของจงอินไต่ขึ้นมาลูบวงที่ศีรษะไท้ทอยไปตามไรผมและตะวัดเรียวขาเกี่ยวเข้าที่เอวเขายึดให้สะโพกแกร่งเบียดเข้าหาไม่ยอมผ่อนแรง ท่ามกลางเสียงนกเสียงคลื่น เสียงลมทะเลเย็นๆที่พัดผ่านร่างกายไป

















...บางทีนี่อาจจะเป็นการบอกกรายๆว่า..จงอินก็ต้องการเขาเช่นกัน...












จงอินกำลังได้ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกนี่เขาอาจจะไม่แน่ใจ?แต่ร่างที่สั่นคลอนนี้กำลังมีความสุข เจ็บ และเสียวซ่าน บนพื้นเบาะของรถสปอร์ตที่เอนปรับจนราบเป็นแนวนอน ร่างกายนอนบิดเร่าไปตามเบาะ แต่พื้นที่อันน้อยนิดนี่ก็ให้ทำอะไรๆให้ยากลำบากสักนิด เรียวขาบางยาวถูกพาดขึ้นกับบ่า เสียงหน้าขาที่กระทบกันคลอเสียงครางระงมไม่ได้ศัพท์ของจงอิน ดวงตาฉ่ำน้ำตาปรือปรอย ตามลำตัวถูกโอบรอบเรียงรายด้วยริ้วแดงของรอยคีสมาร์กที่แต่งแต้มโดยร่างสูง
ชานยอลก้มลงมามองที่สิ่งนั้นที่เคลื่อนเข้าออกได้อย่างไม่มีสะดุดผลุบเข้าออกและตอดรัดจนเขาหน้าเหยเกเสียวซ่านครางต่ำไม่แพ้กัน นี่เป็นอีกครั้งที่เขาได้รับความสุขที่เต็มใจจากจงอินหลังจาที่ทุลักทุเลอยู่ที่ชายหาดนานสองนานบทรักที่ผ่านไปรอบสองต่อจากที่หาดเขาก็อุ้มจงอินที่เชื่อมติดกันไปที่รถ โดยไม่อายว่าจะมีรถที่อาจจะขับผ่านมาทางนี้สักนิด แต่ก็มีบ้างที่จงอินจะแสงดถึงความเสียวผ่านเล็บที่จิกลงมาบนแขนล่ำจนเป็นรอยแต่ชานยอลก็ไม่สนใจยังกระแทกสะโพกสอบเข้าหา และหยุดลงสะดื้นๆ









“อ่ะ..อะไร..?”จงอินไม่เข้าใจว่าทำไมร่างสูงถึงหยุดลงดื้นๆเขากำลังจะเสร็จ แต่ก็ได้รับคำตอบเป็นใบหน้าที่แสนจะกวยโอ้ยนั่นแทน และร่างกายที่ถูกพลิกให้มาอยู่ข้างบน
ชานยอลจับร่างอ่อนปลวกเปลียกที่อ่อนยวบไปหมดจะจับให้ไปท่าไหนทำอะไรก็ไม่มีขัดขืน โอบให้มาแนบตัวแล้วกดริมฝีปากจูบลงไปเร็วๆแล้วจับพลิกช้าๆด้วยพื้นที่แคบๆก็ใช้เวลาเล็กน้อยกว่าจะพลิกสำเร็จ














“ขยับสิ..ช่วยๆกัน ฉันเหนื่อย!!”จงอินเม้มริมฝีปากอย่าเอาเล็บตะกุยหน้าเมื่อเห็นว่าชานยอลหลับตาลงแล้วแต่เจ้าหนูนี่สิยังไม่หลับตามเจ้านายยังคงแข็งเกร็งและยิ่งมาอยู่ท่านี้ยิ่งเข้าไปลึกจนรู้สึกจุก






เมื่อไม่มีทางหนีรอดหรือปฏิเสษได้เลยจงอินก็ต้องทำตามนั้น ค่อยๆยกสะโพกขึ้นกดลงไปช้าๆได้ยินเสียงครางลึกในลำคอของชานยอลที่ยังหลับตาอยู่และไม่รู้ทำไมแค่ได้ยินเสียงครางต่ำนั่นแทบทำเอาจงอินร้อนวูบวาบมีความสุขดีใจที่ชานยอลพอใจที่เขาทำ..ทำไม? และยิ่งเร็วขึ้นเรื้อยๆเมื่อตอนนี้ไฟรักของจงอินโหมแรงจนหยุดไม่อยู่ขยับแรงๆและคว้านวนสองสามครั้งแอ่งหน้าอกไปด้านหน้าโดยที่เอนตัวไปด้านหลังจับเข้าไปหัวเข่าของชานยอลไว้เป็นหลักยึด ยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งได้เสียงครางตอบรับกลับเป็นอย่างดี ชานยอลทนไม่ไหวเป็นฝ่ายจับสะโพกของจงอินจับขย่มลงมาแรงๆด้วยตัวเองและสวนขึ้นไปจนร่างบอบบางกระเด้งไปมาอยู่เฉยๆ จงอินกำลังมีความสุขหลับตาครางรับจนรู้สึกถึงรถที่กำลังสั่นเคลื่อนอย่างรุนแรงจากบทรักของเขานี่ บางทีมันก็เป็นเรื่องน่าอาย เขาอายที่ยอมชานยอลแบบนี้ และครั้งนี้ดูว่าเขาจะโอนอ่อนและยอมทำตามอย่างไม่มีการขัดขืน แต่อีกใจก็รู้สึกผิด ผิดกับแม่ผิดกับพี่สาวผิดกับพ่อที่ให้ความหวัง มุ่งมั่น ความเชื่อใจแต่ถ้าทุกคนรู้ว่าเขาทำแบบนี้เป็นชู้กับพี่เขยแล้วจะเป็นยังไง กลัว..กลัวว่าจะคนร่างสูงข้างล่างจะเอาเรื่องนี้ไปบอก กลัวทุกอย่าง แต่มัน..ก็หยุดไม่ได้











...ยอมรับเลยว่าจงอินกำลัง..กำลังติดใจรสชาติของเซ็กส์...






















ชานยอลกำลังนอนดูใบหน้าขาวๆที่หลับสนิทไปเพราะความอ่อนเพลีย ข้างนอกกลายเป็นสีดำมืดแต่ยังดีหน่อยที่ตามข้างทางยังมี เสาไฟให้ความสว่างทำให้ไม่ค่อยมืดมากจนน่ากลัว และเขากำลังโอบกอดจงอินไว้นอนด้วยกันบนเบาะรถเบาะเดียวกันแต่เขาแค่ตะแคงและเอาแขนคล่ำไว้กับเบาะเท่านั้น ถึงจะไม่ได้นอนสบายๆแต่เพื่อให้จงอินได้นอนอย่างเต็มที่แล้วเขาสะระได้อยู่แล้วเพื่อคนที่เขารัก บนตัวมีแค่เสื้อสูทสีดำตัวเดียวที่ปกปิดร่างกายของทั้งสองคนไว้ ชานยอลลูบไปตามโครงหน้าหวาน มองสำรวจปากบวมๆแล้วต้องอมยิ้มเมื่อริมฝีปากนี้มีเรียวปากของเขาเป็นเจ้าของ















“พี่รักนาย...คิมจงอิน!!”ชานยอลว่าออกมาแผ่วเบาแล้วก้มลงจูบที่หน้าผากมนก่อนจะคิดได้หยิบโทรศัพท์ยี่ห้อแพงขึ้นมาแล้วเข้าโหมดกล้อง ยกขึ้นไปข้างหน้าปรับมุมและเตรียมถ่าย เตรียมถ่ายภาพที่ระลึกที่เขาจะเก็บไว้ดู













ภาพคู่ภาพแรก...









“แชะ!!”ชานยอลเอาโทรศัพท์กลับมาดูและต้องหัวเราะเมื่อมุมที่ได้คือหน้าของเขาและมีใบหน้าหลับพริ้มของคนร่างบางในท่าเปลือยเปล่าทั้งคู่ ก่อนจะถ่ายอีก คราวนี้เป็นรูปที่เขากดจูบลงไปที่ริมฝีปากของจงอินแล้วถ่าย












“แชะ!!”เสียงหัวเราะคิกคักเบาๆแต่ก็ทำเอาคนที่หลับอยู่หน้าขมวด ชานยอลหมุ่นคิ้วแล้วยิ้มบางๆ เขาทำตั้งสามรอบส่วนอีกหนึ่งรอบปล่อยให้จงอินทำเขาสิน่าจะเหนื่อยกว่าแต่ทำไมน้า..ถึงเป็นจงอิน แต่ช่างเถอะยังไงๆคืนนี้จงอินก็ไม่พ้นได้นอนกับเขาอีกอยู่ดี แต่สถานที่อาจจะไม่ใช่เตียงคอนโดหรูแต่ขอแค่มีจงอินแค่นี้ไม่ว่าที่ไหนเข้าก็มีความสุข











ขอแค่ให้นายรักพี่บ้างก็พอ...











...จงอิน...














“อื่อ..เชี่ย..ปวดตัวชะมัด!!”ชานยอลสบถออกมายันตัวลุกขึ้นนั่งบนเบาะเมื่อรู้สึกว่าความเจ็บปวดตามตัวตามหลังเริ่มลุกลามจนนอนไม่ได้ กว่าจะข่มตาหลับก็ปาไปค่อนคืนถึงจะมีความสุขที่ได้นอนกอดคนร่างบางแต่มันก็แค่ความสุขทางใจเท่านั้นแต่ร่างกายนี่สิจะแย่เอา นอนผิดที่ผิดทางทำเอาคนสูงเก้งก้างอย่างเขาปวดตามข้อเลยทีเดียว










แล้วจงอินไปไหน?..









ตื่นขึ้นมาก็เจอแต่ร่างเปลือยๆล่อนจ่อนของตัวเองที่ไม่มีอะไรปิดสักนิด ความกังวลใจจึงเกิดขึ้นผลุบลุกออกมาจากรถอย่างรวดเร็วกวาดสายตามองหาจงอินจนทั่วหาด ไม่ลืมที่จะเอากางเกงสแล็คมาใส่ลวกๆไม่รูดซิปเดินลงเนินทรายมาก็เจอกับร่างบอบบางของจงอินที่นั่งคูดคู้กอดเข่าเหม่อมองออกไปสู่ทะเล ที่ตอนนี้ยังมืดสลัวๆอยู่เนื่องจากยังตีสี่เศษๆ สายลมพัดมาเอื่อยๆ ชานยอลถอนหายใจโล่งอกแล้วเดินมาหาร่างของจงอินช้าๆทียังไม่สวมใส่อะไรปิดร่างกายเช่นกันก็มีแค่เสื้อสูทของเขาเท่านั้นที่ปิดช่วงบนไว้กันความหนาว









“อ่ะ!!”จงอินหันควบทันทีเมื่อโดนโอบกอดจากด้านหลัง ตาสวยโตเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นชานยอลที่เปลือยท่อนบนที่มีรอยเล็บรอยกัดข่วนของตัวเองลามเป็นแถบๆ ชานยอลนั่งซ้อนหลังแล้วดึงคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าเอาศีรษะให้มาพิงที่ไหล่ จงอินไม่อยากขัดขืนเพราะไม่เหลือแรงแล้วได้แต่ทำตามแล้วนอนลงแต่สายตาก็ยังจ้องมองทะเลอยู่ ได้ยินเสียงหัวใจของชานยอลเต้นชัดเจน..เต้นอยู่ข้างหูของจงอิน














“หนาวมั๊ย?”ชานยอลไม่มีคำใดๆจะเอ่ยกระซิบลงข้างๆหูเบาๆแค่นั้นแล้วเพิ่งแรงกอดมากขึ้น แต่จงอินก็เลือก..เลือกที่จะเงียบ และหลับตาลงช้าๆ เหนื่อย..เหนื่อยใจเกินกว่าจะพูดสิ่งใดออกมา เขาถล่ำเกินกว่าจะกู้กลับคืน ผิด..เขารู้ว่ามันผิด บาป..อยู่แล้วตายไปเขาก็ไม่พ้นนรกหรอก แต่จะให้เขาทำยังไงได้ เขาหนี เขาหนีแล้ว แต่เขาหนี หนียังไงมันก็ไม่พ้นในเมื่อผู้ชายคนนี้ไม่ปล่อยเขาไป รักหรอ?...ปาร์คชานยอลคนนี้รักเขาหรอ..หึ!!นายหลงตัวเองไปหน่อยแล้วจงอิน อย่าอ่อนไหวแค่เพียงผู้ชายคนนี้อ่อนโยนกับนายเด็ดขาด อย่างปาร์คชานยอลคนนี้หรอจะรักนาย เขาก็แค่อยากแก้แค้นพี่นายและมาลงกับนายใช้นายเป็นที่รองรับอารมณ์ต่างหาก!!!













จำใส่สมองนายไว้สะ!!!












“อืดดดด”จงอินที่นั่งอยู่ในรถรอคนร่างสูงของพี่เขยที่จะพาเขากลับโซลหลังจากที่ชานยอลลักพาตัวเขามาที่ทะเลและยัง...จนเขาระบมจะลุกนั่งเดินยังลำบาก ไหนจะลู่หานถ้ากลับไปเห็นเขาสภาพนี้ต้องสงสัยมากขึ้นอีกแน่ๆเพราะหลังจากที่เขาซมซานไปหาลู่หานเขายังไม่ปริปากบอกอะไรลู่หานเลย อาจจะเห็นแก่ตัวที่เขาไม่เล่าความลับสุดยอดให้เพื่อนฟัง ผิดกับลู่หานที่ยอมเล่าความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อเด็กชาวจีนคนนั้นให้ฟังอย่างหมดเปลือกว่า..แอบรักจื่อเทาและก็ร้องไห้ฟูมฟายที่เด็กนั่นกลับไปก่อนกำหนดอย่างกระทันหันด้วยเรื่องการหมั่นกับผู้หญิงที่ทางบ้านให้คบหาจนกินไม่ได้ป่วยไปหลายวัน แต่ขึ้นชื่อว่าลู่หานจอมเข้มแข็งแล้วแค่วันเดียวก็ขจัดความรู้สึกเหล่านั้นไปจากใจจนหมดด้วยการยิ้มสู้และลืมเรื่องราวทั้งหมดไป จงอินอยากเป็นแบบนั้นบางเขาอยากลืมหรือความจำเสื่อมก็ได้จะได้ไม่ต้องจำเรื่องเลวร้ายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตตอนนี้ได้
แต่เสียงโทรศัพท์ยี่ห้อแพงๆนี้ของชานยอลที่ถูกวางไว้ที่คอลโซรถดังขึ้นจนทำเอาเขาออกจากภวังค์หันมามองด้วยความงุ่นงงแล้วชำเลืองมองคนร่างสูงที่กำลังยืนเลือกอาหารสำเร็จรูปในซูปเปอร์มาเก็ตในปั๊มริมทางสักพักก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดูรายชื่อช้าๆก็ต้องเบิกตาโพรงเมื่อเป็นรายชื่อที่คุ้นเคย










...คิมจองอา...













จงอินมองที่หน้าจอที่แสดงไฟกระพริบๆตามเสียงเรียกเข้าค้างอยู่แบบนั้น ในหัวสมองมันไม่สั่งการ ความกลัว กลัวความผิดที่มีเริ่มประดังประเดเข้ามา ถ้าจองอารู้ว่าเขาอยู่กับชานยอล รู้เรื่องของเขา เขาต้องไม่รอดแน่ๆ เขาจะทำยังไง?
แต่เสียงสัญญาณก็เงียบไปจงอินเหมือนหลุดออกมาจากโลกส่วนตัวก่อนจะมองที่หน้าจออีกครั้งแล้วถอนหายใจเมื่อสัญญาณถูกตัดไป





“เฮ่อออ...”จงอินวางมันลงที่เดิมพร้อมๆกับที่ชานยอลเพิ่งซื้อของเสร็จแล้วเข้ามานั่งในรถ กลิ่นอาหารหอมฉุยอบอวลไปทั่ว ภายในมือของชานยอลมีถุงมากมาย แต่จงอินก็ไม่คิดที่จะหันมาสนใจแต่ก็เหม่อไปนอกตัวรถจนได้กลิ่นบะหมี่ที่ลอยใกล้จมูกจึงหันมา













“เผื่อนายหิว ฉันไม่อยากทรมานทั้งใจและร่างกายคน เกิดตายขึ้นมาจะแย่ฉันเอา”ชานยอลสาบานได้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดประโยคนี้ออกมา แต่ไม่รู้ว่าอะไรปากถึงไวกว่าใจนัก







“ขอบคุณ..แต่ผะ../อืดดดดดดดด”ยังไม่ทันที่จงอินจะเอ่ยปฏิเสษไปเสียงโทรศัพท์ของชานยอลก็ดังขึ้นอีกร่างสูงเลยวางถ้วยบะหมี่กระดาษลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายแบบไม่คิดอะไรทั้งสิ้น














“ครับที่รัก..อ้อ..ผมมาดูงานที่ต่างจังหวัด ตอนนี้กำลังกลับจะถึงโซลแล้วครับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะรีบกลับไป ครับคิดถึง ผมรักคุณนะครับ..จองอา!!”ร่างสูงพูดด้วยความสุขไม่สนว่าจะมีใครเจ็บปวดอยู่ข้างๆ จงอินเบือนหน้าหนีเขาไม่อยากฟังซ่อนน้ำตาที่ไหลลงมาช้าๆแล้วรีบปาดมันออกเขาไม่อยากให้ชานยอลเห็นน้ำตาของเขา ทำไมเขาถึงรู้สึกน้อยใจ เสียใจที่คำว่ารักที่เอ่ยออกมาจากปากของชานยอลมันช่างทิ่มแทงใจเขาเหลือเกิน










...รักจองอา..รักจองอา..ทำไมไม่มีรักจงอิน..รักจงอิน..บาง...














หึ!!!นี่ฉันคงรักผู้ชายข้างๆเข้าแล้วสินะ..นายมันคนเลวที่ทรยศหัวใจตัวเอง...คิมจงอิน




















“ส่งผมตรงนี้แหละ..”จงอินแค่พูดแค่นั้นแล้วเตรียมตัวจะลงจากรถลงไปเมื่อชานยอลจอดรถสนิทลงที่หน้าอพาร์ทเม้นต์ที่เขาอยู่กับลู่หานตึกขนาดห้าชั้นที่สูงอยู่เบื้องหน้าที่ไม่ได้หรูหรามากนักแต่ก็น่าอยู่อาศัยในระดับหนึ่ง ไม่มีเสียงใดๆจะเอ่ยออกมาจงอินลงจากรถเงียบๆหลังจากที่ออกมาจากปั๊มเขาก็ไม่พูดอะไรอีกแม้ร่างสูงจะพูดเชิงยั่วโมโหหรือกระแหนบ้างก็อดทนจนมถึงโซล แต่จงอินก็ต้องเบิกตาโตครั้งที่เท่าไหร่ของเช้านี้ก็ไม่รู้เมื่อชานยอลเปิดประตูลงมาจากรถแล้วถามในสิ่งทำให้เขาคิ้วขมวด














“ห้องนายอยู่ชั้นไหน เดี๋ยวฉันเดินไปส่ง!!”








“ไม่จำเป็น..ขอบคุณมากพี่กลับไปได้แล้ว และต่อจากนี้ ผมหวังว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก!!”แค่เพียงวลีเดียวที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของจงอิน ถ้อยคำที่เชิงว่าไม่ใยดี หรือไม่ต้องการนี้ของจงอินทำให้ชานยอลรู้สึกของขึ้น หงุดหงิด รู้สึกไม่ชอบที่จงอินทำเมินเพิกเฉยใส่เขาแบบนี้














“ทำไม?..นายอยู่ที่นี่กับใครอย่างงั้นหรอห๊ะ?..อ้อที่ขอพ่อออกมาก็แอบมาอยู่กับผู้ชายนี่เอง หึ!!ฉันมองนายผิดไปจริงๆคิมจงอินที่แท้นาย../หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!!ผมไม่มีใครทั้งนั้นแหละ พี่อย่าพูดถ่อยๆแบบนี้เด็ดขาด และขอบคุณมากที่มาส่ง จะดีมากถ้าจากนี้ไปผมกับพี่จะไม่เจอกันอีก!!”จงอินว่ากร้าวแล้วจ้องตาท้าทายสุดฤทธิ์ขึ้นเสียงจนชานยอลก็ต้องมองอึ้ง















“จงอิน..นายสั่งฉันได้หรอ นายรู้อะไรมั๊ย ว่าในโทรศัพท์เครื่องนี้มีอะไร?”







“หมายความว่าไง?”จงอินตาวาวแล้วจ้องไปที่โทรศัพท์ยี่ห้อแพงที่มีภาพของเขากับผู้ชายตรงหน้าถ่ายคู่กันในท่าเปลือยโดยที่เขาหลับไม่รู้เรื่อง เขาเบิกตากว้างและทำการจะคว้าเอามาลบทิ้งแต่ชานยอลก็ไวกว่าชูขึ้นสูงท่วมหัวจนจงอินยื่อไม่ถึง














“นี่แก!!..”








“หึ..ฉันยังมีอีกเยอะ นายจะลองขัดขืนฉันก็ได้นะ รับรองว่าภาพพวกนี้ว่อนเน็ตแน่ และมันยังจะส่งตรงถึงพ่อแม่นายและที่สำคัญส่งตรงถึงจองอาในระยะเผ่าขนเลยละทีนี้นายจะเป็นยังไงน้า...”ชานยอลแกว่งโทรศัพท์ไปมาต่อหน้าจงอินที่เม้นริมฝีปากแน่นมองเขาด้วยความเกลียดชังจนเม้มเป็นเส้นตรง ร่างกายสั่นเทิมเมื่อทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้














“เพาะฉะนั้น นายอย่าพูดแบบนี้กับฉันอีก..จงอินตอนนี้ชีวิตนายขึ้นอยู่กับฉันแล้ว หึหึหึ”








และสุดท้ายจงอินก็ต้องพาชานยอลขึ้นมาส่งถึงห้องด้วยความจำใจ โดยที่มีชานยอลเดินโอบเอวขึ้นมาจนถึงชั้นห้าชั้นสุดท้ายที่มีห้องของเขาอาศัยอยู่กับลู่หาน การก้าวเดินของเขาดูช้าลง ในหัวคิดไปต่างๆว่าขอให้ลู่หานออกไปข้างนอกหรือไม่อยู่ไปเลยจะได้ตัดปัญหาไปเพราะว่าลู่หานรู้จักพี่เขยของเขาดีเพราะในวันแต่งงานจงอินก็ได้ชวนเพื่อนคนนี้ไปด้วย













“ห้องนายอยู่ไหนจงอิน?”ชานยอลถามออกมาอีกครั้งกระซิบลงข้างหูร่างบางที่ดูจะเงียบไป















“สะ..ส่งผมตรงนี้เถอะ..”จงอินเอ่ยออกมาแผ่วเบาสายตาลอกแลกเขากำลังกลัวกังวล ใจที่เต้นรุ่นระทึกอย่างกับก้องศึกจนกลัวว่ามันจะกระเด็นหลุดออกมา









“ห้องนี้หรอ..ห้องนาย?”ชานยอลคิ้วขมวดถามออกไป จงอินเงยหน้าขึ้นมาแล้วพยักเบาๆ ชานยอลจะทำการจับลูกบิดเข้าไป จงอินรีบยกมือขึ้นมาห้ามไว้จนชานยอลคิ้วมุ่น














“ผม..ขะ..ขอร้อง..ผมไม่สะดวกจริงๆ ผมอยู่กับเพื่อน”จงอินบอกออกไปแล้วทำน้ำเสียงอ้อนขอร้อง ถ้าปล่อยให้ชานยอลเข้าไป คนที่จบทุกอย่างคือเขาที่จะถูกซักฟอกจนไม่เหลือชิ้นดีและอาจจะได้รับสายตาผิดหวังเสียใจที่เขาทำแบบนี้ แต่ชานยอลก็ไม่ฟังคำทัดทานเขากับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามและปรากฏว่าประตูห้องไม่ได้ล็อกนั่นยิ่งเป็นสัญญาณเตือนว่า..ลู่หานยังอยู่ที่ห้อง
ใจของจงอินเต้นแรงสูบฉีดเลือดแล่นไปทั่วร่างกาย เหงื่อตกและลนลานจนชานยอลรู้สึกผิดสังเกต และทันใดนั้นเอง จงอินตกสินใจทำในสิ่งที่เขาคิดไม่อยากทำที่สุดแต่มันเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เขาจะรั่งร่างสูงไว้ไม่ให้เข้าไป
















“อื่อออออ..ออ”จงอินประกลบปากลงไปที่ริมฝีปากหนาของชานยอลอย่างรวดเร็ว เขารุกชานยอลเองจนชายหนุ่มสะดุ้งที่อยู่ๆจงอินก็รวบเขาเข้าไปจูบแบบนี้แต่ก็ไม่ได้ตกใจหรือหนีริมฝีปากของจงอินที่บดเข้ามาและเป็นเขาเสียมากกว่าที่แทรกลิ้นเข้าหาจนคนที่รุกตกเป็นรองและโอนอ่อนตามรสจูบที่ทวีความเร่าร้อนมากขึ้นจนเกิดเสียงเปียกชื่นดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน








“กึก..”แผ่นหลังของจงอินกระทบกับกำแพงเบาๆเมื่อชานยอลหมุนจงอินมาดันใส่กำแพงแทนตน จูบที่รวดเร็วกอบโกยเอาไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างจงอินที่ไม่ประสีประสานักจะทำมันได้ดีตอบรับเอียงองศาของใบหน้าจนได้จูบดูดดื่มและแนบแน่นขึ้น มือไม้ที่เกาะที่คอแกร่งของคนร่างสูงยึดเข้ามาหาตัวเองจนร่างกายทุกส่วนแนบกันไปจนไม่มีลมแทรกผ่าน รสจูบที่หอมหวานทำเอาน้ำผึ้งที่อยู่ในโพรงปากไหลซึมออกมาช้าๆ




ชานยอลรู้สึกว่าจงอินกำลังยั่ว..ทั้งๆที่เขาไม่รู้ตัวสักนิดว่าทำแบบนี้มันกำลังยั่วกันชัดๆแล้วแบบนี้เขาจะไม่หลงจงอินจนหัวปลักปลำได้ไงในเมื่อร่างตรงหน้าช่างยั่วยวนหอมหวานทั้งตัวแบบนี้









“อื่อ..ฮื่อ..”จงอินหายใจหอบปรือตามองขึ้นเพดานเมื่อชานยอลซุกไซร์ริมฝีปากลงที่ซอกคอ ดูดกัด จนรู้สึกเสียวซ่าน มือที่ลูบไล้เข้าไปหยอกล้อกับตุ่มไตมันกำลังทำให้จงอินมีความสุขและกำลัง..ยอม..ช้าๆ
ถ้าเขาไม่รีบห้ามมีหวังเขาอาจจะทำอณาจารณ์กันที่โถงทางเดินที่อาจจะมีผู้คนเดินมาเห็นแบบจะๆก็ได้













“อื่อ..พี่ชานยอล..อื่อ..หยุด!!!”จงอินมองใบหน้าเปรี่ยมสุขของชานยอลที่ดูขัดใจไม่น้อยที่จงอินเอ่ยห้ามแล้วลุกขึ้นมายืนเต็มความสูงมองใบหน้าหอบของจงอินแล้วยิ้มกริ่ม “นึกว่านายจะต้องการฉันตอนนี้สะอีก”







“ผมต้องไปเรียนภาคบ่าย ผมขอละนะฮ่ะ..ส่วนพี่ก็กลับบ้านไปได้แล้ว ผมเป็นห่วงพี่จองอา”จงอินว่าออกมาเขาเป็นห่วงพี่สาวจริงๆป่านนี้คงจะรอคนร่างสูงอยู่ที่บ้านจนนึกถึงไหนต่อไหนแล้ว














“หึ..ก็ได้ แต่คราวหน้าฉันไม่ปล่อยไว้แน่ วันนี้นายทำให้ฉันพอใจมาก ทำตัวให้มันน่ารักๆแบบนี้สิฉันชอบ”ชานยอลก้มลงไปหอมแก้มจงอินรวดเร็วแล้วลูบตรงที่ตัวเองหอมเมื่อกี้เบาๆ








“ฮ่ะ...แล้วเจอกันนะฮ่ะพี่ชานยอล”











“แค่นี้จริงๆหรอ?จงอิน..”ชานยอลว่าออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ จงอินไม่รู้ว่าจะทำยังไงยื่นหน้าเข้าไปจูบชานยอลที่ปากๆช้าๆแล้วผละออก ชานยอลมองใบหน้าที่เคลือบสีแดงไว้ครั้งสุดท้าย มองริมฝีปากสีระเรื่อวาวฉ่ำน้ำลายนั่นด้วยความเสียดาย









“ถ้าฉันต้องการนายเมื่อไหร่..เดี่ยวฉันจะโทรเรียกเอง!!!!”เสียงนั้นหายไปหลังจากที่ชานยอลก้าวเข้าไปในลิฟต์แค่เพียงเท่านั้น ร่างบางก็ทรุดร่างลงกับพื้นร้องไห้ น้ำตาไม่รู้ว่ามาจากไหนไหลมาอาบแก้มตอบจนป่ายเท่าไหร่ก็ป่ายไม่หมด เขาเจ็บ..เจ็บไปหมด แน่นตรึงที่อกด้านซ้ายสุดท้ายเขาก็มีค่าแค่ร่างกายไว้ปรนปรอสินะ















ผมมีค่าแค่ให้ร่างกายให้พี่ได้ปลดปล่อยความสุขแค่นี้หรอพี่ชานยอล...














ร่างบางลุกขึ้นโครงเครงแล้วทำการจะบิดลูกบิดเข้าไปแต่ก็ต้องเบิกตากว้างกับร่างบางอันคุ้นเคยตรงหน้าที่จ้องมาทางเขาด้วยสายตาถมึงถึน











ลู่หาน.....

2013-09-23

MY BROTHER 17

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]

17





“เฮือก!!..”ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนดึก ร่างกายผมหอบเหนื่อยอย่างรุนแรงอาบเหงื่อจนเปียกชุบ แต่ก็รู้สึกมึนหัวนิดหน่อย พิษไข้ที่รุมเร้ารู้สึกว่าจะยังมีอยู่มันจึงทำให้ผมสะลึมสะลือได้ขนาดนี้ หันหน้ามองคนร่างสูงที่ยังเอาแขนมากอดที่เอวผม ผมก็อยากจะสะบัดออกด้วยความรังเกลียดแต่ก็ติดตรงที่กลัวว่าร่างสูงที่นอนไม่รู้เรื่องรู้ราวนี้จะตื่นขึ้นมา เกลียด..เกลียดใบหน้าคมหล่อเหลาที่ปู้ยี่ปู้ยำผมจนไม่เหลือชิ้นดี อยากเอามีดแหลมๆมาจ้วงสะเดี๋ยวนี้ให้สาสมกับสิ่งที่ได้กะทำลงไป และผมไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด อย่าหวังเลยว่าผมจะญาติดีกับผู้ชายเลวๆคนนี้ ไม่มีวันสะหรอก!!!







“อื่อ...แม่ง จะตอกย้ำกูไปถึงไหน..สัต!!”สบถด่าตัวเองเมื่อความเจ็บที่ช่องทางยังไม่ขาดหายไป จะลุกเดินออกจากเตียงไปขาที่ใช้ก้าวเดินก็ซวนเซจะล้มสะท่าเดียวเลยต้องเอามือจับเกาะไปตามผนัง ไม่ว่ายังไงเขาจะต้องออกไปจากที่นี่ ไปจากคนใจร้าย ทั้งๆที่รู้ว่าร่างกายไม่เอื้ยอำนวยแต่ก็อยากจะไป เจ็บ..เจ็บไปหมดตั้งแต่ช่องทางจนถึงกลางหลังไหนจะรอยช้ำต่างๆที่ยังไม่หายสนิด










....พอกันทีผมจะไม่ยุ่งอะไรกับผู้ชายอย่างพี่อีกแล้วพี่ชานยอล!!!....











“อื่อ..จงอินอ่า..”ผมครางเรียกออกมาเบาๆตวัดแขนคลำไปตามเตียงสีขาวหาร่างบอบบางของจงอินที่กอดเมื่อคืนแต่ตอนนี้ละ...ผมขมวดคิ้วหมุ่น







จงอินหายไปไหน?








“จงอิน!!!”ผมร้องเรียกและกระชากผ้าห่มออกจากตัวไป ลุกเดินออกหาคนร่างเล็กตามห้องน้ำ และส่วนต่างๆที่คิดว่าจะไปได้ ยิ่งร่างกายไม่ค่อยจะสู้ดีนักแต่ทำไมยังไม่รู้จักเจียมตัวสะบ้าง












“จงอิน!!”ออกตามหาตามห้องก็ไม่เจอ สุดท้ายก็มาทรุดตัวลงนั่งกับโซฟาห้องรับแขก ไปแล้วสินะจงอิน..ผมคร่ำครวญอยู่ในใจ สำควรแล้วละที่จงอินจะไปไม่ลากันแบบนี้ ได้แต่ร้องขอโทษอยู่ในใจ












....พี่ขอโทษจงอิน....








“ก็อกๆ”ผมยกมือขึ้นมาด้วยความยากลำบากเล็กน้อยเพราะว่าไม่ค่อยจะมีแรง ยืนรอสักพักประตูกรอบหนาตรงหน้าก็เปิดออก เท่านั้นทันทีที่ผมเห็นร่างบอบบางตรงหน้าผมก็ทรุดร่างเข้าหาทันทีอย่างหาที่พึ่งสุดท้าย













...ลู่หาน...









“จงอิน!!”











“นี่มันอะไรกันเนี่ย?เกิดอะไรขึ้น?”ไม่ทันแล้วผมไม่เหลือแรงแล้วไม่แปลกเลยถ้าผมจะล้มพับหมดสติไปในอ้อมแขนขงลู่หาน






“จื่อเทา..มาช่วยพี่หน่อยเร็ว!!!”คนร่างบางเอ่ยเรียกคนตัวสูงที่กำลังนั่งเล็กนอนเล็กอยู่ที่โซฟาหน้าทีวีในมือถือรีโมตกดเปลี่ยนช่องด้วยความสบายใจ แต่คนร่างสูงก็ต้องหันไปตามเสียงเรียกที่ดังอยู่หน้าประตูเบิกตากว้างวิ่งปรูดมาหาลู่หานทันที












“ไรอ่ะพี่..ใครอ่ะ?”คนตัวสูงทอดสายตาลงมามองไปยั่งร่างสูงของอีกคนที่ลู่หานแบกอยู่พรางพิจารณาใบหน้าที่หลับไหลไม่ได้สตินอนซบคอพับที่ราดไหล่ของคนร่างเล็กคนละไซต์







“อย่าพูดมากมาช่วยพี่ก่อนนะไอแพนด้า”ลู่หานเอ่ยขอความช่วยเหลือแล้วจื่อเทาคนนี้จะปฏิเสษหรอต้องเข้าไปประคองแทนคนร่างบางที่ส่งร่างของจงอินไปให้ช้าๆ












“กบบ้าพาไปไว้ไหน?”ลู่หานที่สะบัดไหล่หันมาแล้วส่ายหน้าให้กับคนที่ดูจะไม่เข้าใจอะไรเลย












“ถามโง่ๆ..พาไปที่ห้องฉันสิ เร็วๆ”ลู่หานเอ่ยเร่งแล้วเดินกระแทกบ่าอีกคนหายเข้าไปในห้องครัวโซนเล็กๆภานในอพาร์ทเม้นต์ที่ไม่ใหญ่มากนัก












“พี่ใครอ่ะ?”จื่อเทาไม่รู้ว่าคำถามถามนี้มากี่รอบแล้วแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบจากอีกคนอยู่ดียืนมองลู่หานพี่ชายชาวจีนที่เมื่อก่อนบ้านติดกันเข้ามาเรียนที่เกาหลีขณะทำการเช็ดตัวให้กับอีกคนด้วยท่าทางอ่อนโยน มองใบหน้าขาวจิ้มลิ้มของพี่ชายที่กำลังเขมักเขม้นไม่สนคำถามเขาสักนิด รู้ว่าไม่ใช่คนสำคัญ ที่มาหาถึงที่นี้ก็แค่มาเที่ยวพักผ่อนไม่มีที่พักเขาเลยมาขออาศัยชั่วคราว












“เพื่อนน่ะ..ชื่อจงอินไม่ได้เจอกันตั้งนานและ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ถึงได้...”ลู่หานไล่สายตาไปตามร่างกายของจงอินที่มีรอยต่างๆมากมาย จื่อเทามองตามพี่ชายแล้วเอ่ยขึ้นเมื่อรู้ว่ารอยพวกนี้เกิดจากอะไร












“พีลู่หาน..นี่มัน...”








“เราก็ได้แค่สันนิฐานนะจื่อเทา รอให้เพื่อนพี่ตื่นขึ้นมาค่อยว่ากันอีกที”ลู่หานว่าขึ้นแล้วมองมายั่งร่างของจงอินที่ยังสลบไม่รู้เรื่องที่เตียงของตน หลังจากที่เปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยแล้ว












“แล้วคืนนี้พี่นอนไหนอ่ะ?”จื่อเทาถามออกมาแล้วมองด้วยสายตากรุ่มกริ่ม






“เหอะ..นอนที่ห้องนายไง ถามได้”ลู่หานตอบปัดๆแล้วทำการจะเดินออกไป












“จริงดิ พี่!!”เทาเอ่ยยิ้มๆอย่างดีใจ ในสมองคิดไปต่างๆนาๆจนกู้ไม่กลับแต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่ออึ้งกับสิ่งที่ลู่หานเอ่ยขึ้น










“นาย..นอน..ที่โซฟา..เค๊!!”












“ไม่น้าาาาาา..พี่ลู่อ่ะ..งื่ออออ”







“อื่อ..”ผมลุกขึ้นมา มันมึนๆเบอๆไปหมดปรับโฟกัสให้มองอะไรๆได้ชัดขึ้นเรียบร้อยก็มาสำรวจที่ตัวเองที่ตอนนี้อยู่ในชุดใหม่ขาวสะอาด ได้กลิ่นของไอแดดและกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจางๆกลิ่นคุ้นเคยที่ผมมักได้กลิ่นมันจากตัวของลู่หาน ช่างไร้เดียงสาและอ่อนโยน ผมคิดเช่นนั้นเพราะลู่หานใสซื่อและน่ารักแต่มาย้อนดูตัวเองแล้ว ผมสกปรกไม่สมควรได้รับความขาวสะอาดพวกนี้เลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าเปลือกนอกจะถูกห้มด้วยสิ่งของสูงค้าแต่เปลือกในก็ลายล้อมไปด้วยแผลเน่าเหวอะหวะน่าเกลียดน่ากลัวไม่ว่าจะพยายามลบออกหรือรักษายังไงมันก็ไม่หายไปหรอกมีแต่จะเป็นแผลเป็นเตือนสถานะของเราไปแบบนั้น












...จงอินเกลียดตัวเอง...













“ฮึก....ฮือ..”









“ก็อกๆ.........โอ๊ะ..จงอินนาย..”ลู่หานที่กะว่าจะเข้ามาดูจงอิน ร้องตกใจเมื่อเห็นเพื่อนที่เข้มแข็งและคอยปลอบใจอยู่ข้างๆกันกำลังนั่งคู้ดคู้ร้องให้ซบหัวลงกับเข่าของตัวเองด้วยความไม่เข้าใจปนสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก็ยังไม่คิดจะเอ่ยถามตอนนี้














“ลู่หาน..ฮึก..”








“นี่นายร้องไห้ทำไม บอกฉันมาสิ?”ลู่หานเอ่ยถามออกไปแล้วมองใบหน้าที่ไม่ค่อยสดใสของเพื่อนที่ยังคงหลงเหลือคราบน้ำตาอยู่ทั้งๆที่ป่ายมันออกไปแล้วอย่างลวกๆ














“ป่าวสักหน่อย..ฝุ่นเข้าตาน่ะ เมื่อคืนฉันคิดว่าจะเคาะห้องผิดสะแล้ว ขอบใจมากนะที่ให้ค้าง มันกะทันหันจริงๆ”จงอินเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มฝืดๆและคิดว่าสิ่งที่พูดออกไปช่างโง่เง่าสิ้นดี ขนาดเด็กยังไม่เชื่อเลย








“เกิดอะไรขึ้นจงอิน? ทำไมนายถึง..และอย่าปิดบังฉันที่นายโกหกมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย มีอะไรก็บอกฉันสิ เราเพื่อนกันนะ”ผมเอ่ยออกมาไม่มีเหตุผลเลยที่จงอินจะปิดบัง
จงอินลังเลว่าจะเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนฟังรึป่าวได้แต่มองใบหน้าขาวใสของลู่หานที่หน้านิ่วคิ้มขมวดรอคำตอบจากเขาอยู่














“ไม่มีจริงๆฮ่าฮ่า..อย่าทำหน้าแบบนั้นดิ ตลกมากนะดูสิคิ้วปากยู่หยีหมดแล้ว”จงอินเฉไฉไปด้วยการหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วจับปรายคางของเพื่อนที่ยู่อยู่ไปมา ลู่หานปัดมืออกด้วยความขัดใจ














“จงอิน!!นายอย่าทำแบบนี้นะ!!”สิ่งที่ลู่หานเตือนก็คือให้จงอินหยุดเปลี่ยนเรื่องแต่ก็กลับกลายเป็นว่าจงอินเข้ามาจั๊กจี้เอวตัวเองจนล้มหงายไปที่พื้นเตียง








“เฮ่ย....จงอินฮ่าๆๆ..โอ๊ยๆๆจั๊กจี้..โอ๊ยฮ่า..”จงอิลงนิ้วและตามเพื่อนไปจี้เอวจนนอนลงไปกองกันทับกัน เสียงหัวเราะดังขึ้นไปทั่วห้องอย่างมีความสุขจนไม่สนคนที่เข้ามาใหม่ที่ทำหน้าปูดเป็นตูดลิงอยู่ที่กรอบประตูขมึง













“กบบ้า..ทำไรน่ะ?!!”ลู่หานหันไปตามเสียงที่เอ่ยขึ้น ซึ่งจงอินก็หยุดมือแล้วหันไปจ้องคนมาใหม่ด้วยความสงสัยว่าใคร?ทั้งๆที่ทับอยู่บนร่างบอบบางของลู่หาน







“เอ่อ....”













“ปัง!!!!”










“เฮ่ย..เทา!!”ลู่หานร้องเรียกตามแต่ก็ไม่ทันแล้วเมื่อจื่อเทาออกไปแล้ว













“ใครอ่ะ?แฟนหรอ แหม่ไม่เจอกันนานคราวนี้กินเด็กเด็กเลยหรอเนี๊ย ฮ่าฮ่า”จงอินเอ่ยแซวแล้วมองหน้าแดงๆของเพื่อนที่กำลังทำสีหน้าที่ดูยังๆก็เหมือนกำลังกลัวกังวลกับอะไรสักอย่าง








“ป่าวสักหน่อย..ไม่ใช่แล้ว ฉันกับจื่อเทาก็แค่พี่ชายกับน้องชายเท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรกัน!!”แต่ก็ยังคงทำสีหน้าครเครั่งเครียดไว้อยู่














“แน่นะ!!!”จงอินกระแหนแล้วแซะสีข้างเพื่อนที่นั่งอยู่บนเตียงข้างๆ













“แน่ดิ..พอๆพอได้แหละ ป่ะไปกินข้าวกันวันนี้ฉันอุตสาห์ออกไปจ่ายตลาดแต่เช้า...เพราะไอแพนด้าบ้านั่นแท้ ออกมากวนฉันแต่เช้า..ฮึย!!!”เหมือนประโยคหลังๆจะเอ่ยออกมาคนเดียวแต่ก็ทำเอาจงอินกลั่นขำแทบไม่อยู่











“หัวเราะอะไร..อย่าคิดนะว่าฉันจะลืมประเด็นของเราไปแล้ว จงอินถ้านายมีอะไรไม่สบายใจระบายได้นะฉะนพร้อมที่จะรับฟังเสมอ”จงอินอยากขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเพื่อนคนนี้แต่เขามีความจำเป็นจริงๆที่ยังบอกไม่ได้














“ขอบใจนะ ลู่หานแต่ฉันคงพูดอะไรมากตอนนี้ไม่ได้ ขอบคุณจริงๆที่อยู่ข้างฉัน!!”จงอินดึงลู่หานเข้าไปกอด ทั้งคู่กอดกันด้วยความรักฉันท์เพื่อนและความบริสุทธ์ใจ..


















“จองอาวันนี้ลูกจะออกไปไหนหรอฮึ่ม?แม่ว่าลูกยังไม่หายดีเลยนะอย่าเพิ่ง../แม่คะหนูอยากออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะหน่อยนะคะ หนูขอเถอะนะคะ”จองอาในชุดเดรสสั่นเพียงหัวเข่าสีขาวเอ่ยออกมาขณะที่กำลังจะเดินออกจากบ้านไป












“จะออกไปข้างนอกหรอลูก ไปสิออกไปไหนบ้างจะได้ไม่อูดอู้อยู่แต่ที่บ้าน”ยุนโฮพูดขึ้นแล้วยิ้มอ่อนโยนไปให้ลูกสาวที่แย้มยิ้มออกมาน้อยๆแต่แค่นี้ก็ทำเอาหัวใจคนเป็นพ่อแม่พองโตขึ้นมาบ้าง













“งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวก่อนนะคะ”จองอาเอ่ยตัดบท เดินออกมาจากบ้านพยายามทำใจให้สบายมองดูสิ่งต่างๆของถนนหนทางบ้านช่องที่เมื่อก่อนเคยออกมาวิ่งเล่นเมื่อตอนยังเป็นเด็กๆจนมาถึงสวนสาธารณะใกล้บ้าน ที่ดูจะร่มรื่นมีผู้คนเข้ามาเดินกันปะปายส่วนใหญ่ที่เห็นคงจะเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ไปจนถึงคู่หนุ่มสาวที่มานัดเจอกันออกเดทที่นี่แล้วหวนให้คิดถึงเรื่องเก่าๆ
ยังจำได้ว่าเมื่อตอนมหาลัยเขาเคยพาชานยอลมาเดินเล่นด้วยกันที่นี่ โอบมือกันแล้วออกเดินไปตามทางถนนเล็กๆพูดคุยในเรื่องราวต่างๆยังได้ยินเห็นความหลังที่ยังคิดว่ามันเกิดขึ้นเมื่อวาน กลั่น..กลั่นน้ำตาที่มัพยายามจะไหลให้หยุดไหลลงกระพริบให้มันเหือดหายไปกับขอบตา














“คุณลุง..โบราอยากได้ลูกโป่ง..โบราๆอยากได้ลูกโป่ง”เสียงงอแงของเด็กน้อยน่ารักที่กำลังร้องอยากได้ลุกโป่งที่ผูกติดไว้กับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งรอใครสักคนอยู่ใต้ต้นไม้ พรางทำเอาจองอาทำให้คิดถึงลูกที่ได้จากล่วงลับไปในครั้งนั้น ใบหน้าสวยยิ้มบางๆแล้วเดินไปที่คู่ลุงหลานที่กำลังจะเดินออกไปโดยที่หลานสาวยังงอแงอยู่








“หนูจ๊ะ อยากได้ลูกโป่งหรอ รอตรงนี้ก่อนนะ”จองอาย่อตัวลงแล้วเอ่ยกับเด็กน้อยที่มีคราบน้ำตาเปอะเปื้อนตามแก้มใสขาวๆของเด็กๆ













“จริงหรอคะ..หนูอยากได้ แต่คุณลุง..”เด็กน้อยหันมาหาคุณลุงล้าเบะจะร้องไห้ต่อ จองอาลุกขึ้นยืนแล้วยิ้มให้ลุงกับหลานอีกครั้ง













“เดี๋ยวหนูจะไปเอาลูกโป่งมาให้กับหลานลุงเองนะคะ รอพี่แปปเดี๋ยวนะ”จองอาเดินออกมาจากคนทั้งคู่แล้วเข้าไปคุยกับผู้ชายคนนั้นที่รู้สึกว่าจะมารอแฟนพูดคุยกันสองสามประโยคจองอาก็ยิ้มแปล้นแล้วเดินถือบลูกโป่งที่ขอมาได้มาให้กับเด็กน้อย








“ก่อนจะให้ลูกโป่งหนูชื่ออะไรหรอจ๊ะ?”จองอาเอ่ยถามแล้วลูบใบหน้าขาวๆอวบอูมนั้นด้วยความเอ็นดู













“หนูชื่อโบรา..จองโบรา”เด็กน้อยยิ้มแก้มปริเมื่อจองอายื่นลูกโป่งมาให้









“ขอบคุณพี่เขาสิโบรา”เสียงลุงของเด็กน้อยว่าขึ้น













“ขอบคุณคะพี่สาว...”แค่เพียงเท่านั้นเด็กน้อยก็ยิ้มแก้มแทบแตกเมื่อได้สิ่งที่ได้แล้ว ชูลูกโป่งสีแดงที่สกีนลายว่า I love u ขึ้นให้กับผู้เป็นลุงดูแต่ในระหว่างนั้นลูกโป่งก็ได้หลุดมือเด็กน้อยไป








“อ่ะ!!ลูกโป่ง..พี่สาวววว..ลูกโป่งงง”จองอาหันไปตามลูกโป่งแล้วออกวิ่งตาม ลูกโป่งลอยขึ้นไปตามระดับความสูงและทันใดนั้นเอง..














“ตุบ!!!โอ๊ย!!!”จองอาลงไปนั้งจุมปุ๊กที่พื้นเมื่อถูกชนเข้าอย่างจังร่างบอบบางที่ตัวเล็กอยู่แล้วแค่ถูกชนนิดหน่อยก็ไปตามแรงกระแทกทันที แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ต้องตกใจหน้าตาตื่นกับคนตรงหน้าที่แค่เพียงได้เจอได้เห็นน้ำตาแห่งความดีใจก็ไหลตื้นมากองกันที่แก้มใส










“ฮึก...ชานยอล!!!”













ผมมองดูจองอายืนกอดกับชานยอลอยู่กลางสวนสาธารณะแล้ว..หัวใจของผมมันรู้สึกเจ็บหน่วงไปหมด มองแผ่นหลังบอบบางที่ถูกกุมด้วยลำแขนของชานยอล ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้จองอากับชานยอลผิดใจกันแล้วแท้ ผมกำลังหาโอกาสที่จะเข้าไปเพื่อที่จะหาลู่ทางเข้าไปหาจองอาอีกครั้ง แต่พอมาเห็นวันนี้ผมกับยิ่งไม่มีหวังที่จะเข้าไปอีกแล้ว












ไม่มีอีกแล้ว....สินะ...

2013-09-23

MY BROTHER 16

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]


16







“โอ๊ย!!”เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น หลังจากที่รู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่ที่ช่องทาง พลิกไปมาด้วยความเจ็บจนตกลงมานอนกองกับพื้น ก้นที่ปวดร้าวระบมจากเกมส์สวาศเมื่อคืนทำเอาคนร่างโปร่งอ่อนเพรีย ตามร่างกายขาวมีร่องรอยแดงช้ำจากการถูกดูดกัดลามลากหายเข้าไปในโคนขาด้านใน ปากแดงๆบวมเจ๋อและมีรอยเลือดแห้งเกอะกรังติดที่มุมปาก ดูยับเยินไม่น้อยผมเผ้ายุ่งไม่ได้ทรงพอๆกับเตียงคิงไซต์หลังกว้างที่มีทั้งคราบเลือดบริสุทธิ์และน้ำขุ่นขาวหยดเป็นด่างๆชัดเจน เศษเสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดเมื่อคืนก็หล่นรางรายไปตามพื้นห้อง จงอินกวาดสายตาดูความอัปยศอดสู่ของตัวเองพรางน้ำตาลื้นขึ้นมาด้วยความเสียใจแต่จะให้ทำอะไรได้ละในเมื่อเขาเสียมันไปแล้ว เสียให้ผู้ชายเลวๆที่เห็นแก่ตัว!!




ปาร์คชานยอล!!













“อ่ะ..อื่อ..”กัดฟันพยายามจะพยุงร่างเปลือยของตัวเองขึ้นมาให้ได้ มือน้อยๆเกาะที่เตียงนุ่มแล้วค่อยๆยันมือขึ้นมาช้าๆและผลที่ได้ก็คือลงมานั่งก้นจั่มเบ้าเช่นเดิมพร้อมกับก้นกระแทกที่พื้นสุดแรง










“โอ๊ย..เจ็บชะมัด..แม่งเอ้ย!!”สบถด้วยความหัวเสีย ลูบก้นตัวเองป้อยๆทั้งโกรธและหงุดหงิดผสมกับความเจ็บที่แล่นไปทั่วร่าง เมื่อคืนที่ว่าตกนรกแล้วตื่นขึ้นมายิ่งเหมือนตกนรกมากกว่าร้อยเท่า ความเจ็บนี่มันไม่ปรานีใครจริงๆ ไหนจะไอ้น้ำที่มันครั่งอยู่ข้างในนี่อีกเขาอยากจะเอามันออกๆไปให้หมด แล้วจะเอาออกไปได้ยังไงละในเมื่อแรงจะไปห้องน้ำยังไม่มี












“ลุกไหวรึป่าว?มา!!เดี๋ยวพี่ช่วยพยุง”ผมมองไปที่คนร่างสูงของพี่เขยที่อยู่ๆก็เข้ามา ในมือถือถาดอาหารที่คาดว่าคงจะเอาเข้ามาให้ผมกินอย่างแน่นอน













“ไม่ต้อง!!อ่ะ!!”ผมทำเสียงสะบัดปฏิเสธแต่คนร่างสูงก็เข้ามาอุ้มผมจนตัวลอยหวือในท่าเจ้าหญิงแล้วพี่เขาก็วางผมลงช้าๆที่เตียง ตอนนี้พี่เขาอยู่ในชุดลำลองสบายๆหัวเปียกๆแบบนี้ผมเดาเลยว่าคงเพิ่งอาบน้ำใหม่ๆแน่ๆ ทำดีกับผมอย่างกับเรื่องเมื่อคืนไม่เกิดขึ้น ผมมองหน้าคมเจ้าเล่ห์นั่นอย่างจับผิดไม่ตระหนักเลยว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน







“พี่ทำข้าวต้มกุ้งมาให้ กินสะแล้วกินยาแก้ปวดจะได้ไม่เจ็บ”










“ผมไม่กิน!!!”ผมว่าเสียงแข็งแล้วเชิดหน้าหนี ผมโกรธ ผมอาย ปู้ยี้ปู้ยำผมแล้วแทนที่จะแสดงความรับผิดชอบหรือแสดงอาการบ้างแต่นี่อะไร..ฮึ่ย!!









“อย่าดื้นได้มั๊ยจงอิน!!”ร่างสูงว่าเสียงดุแล้วยื่นช้อนที่มีข้าวต้มพูนๆมาจ่อที่ปากผม ควันไอของอาหารลอยฉุยเตะจมูกผมจังๆแต่ ณ ตอนนี้ผมต้องโกรธงอนปฏิเสธสิถึงจะถูก













“ผมไม่ได้ดื้น!!จะให้ผมพูดดีๆกับไอคนที่มันข่มขืนผมเมื่อคืนเนี้ยนะ หึ!!ไม่มีทาง แล้วอย่าเอาไออาหารพวกนี้มาแสร้งทำดีเลยดีกว่าผมไม่ต้องการ และผมขยักแขยงพี่เต็มทน ผมเกลียดพี่ได้ยินมั๊ย!!!”ผมว่าใส่หน้าของพี่เขย สายตาของผมมองด้วยความโกรธเคือง ดวงตาของผมแดงกร่ำมีน้ำคลอใสๆที่เตรียมพร้อมจะไหลออกมา







“ได้!!!ชอบแบบบังคับนักใช่มั๊ย งั้นไม่ต้องกินมานี่เลยตัวแสบ!!”พี่ชานยอลเปลี่ยนจากสีหน้าเรียบเฉยมาหงุดหงิดโมโหจับข้อมือผมออกลากลงจากเตียงไปที่ห้องน้ำ













“โอ๊ะ..โอ๊ย..ผมเจ็บ!!”เสียงใสๆของผมร้องด้วยความเจ็บทั้งตัวทั้งก้นทั้งข้อมือที่ถูกคนร่างสูงบีบลาก ร่างเปลือยของผมไถถลอกไปตามพื้นจนผ่านเข้ามาถึงกระเบื้องเย็นเชียบของห้องน้ำที่มีน้ำเจิ่งนองแล้วร่างของผมก็ถูกอุ้มขึ้นผมร้องเสียงหลง








“ตู้ม!!!”








“แอกๆแคคๆ..พี่จะบ้าไปแล้วรึไงพี่ชานยอล..แอกๆ”ผมสำลักน้ำไอโขรก ร่างสูงโยนผมลงในอ่างอาบน้ำขนาดกว้างที่ภายในบรรจุน้ำไว้เต็มอ่าง อุณหภูมิของน้ำอุ่นพอดีแต่ถ้าถูกโยนลงมาแบบนี้ก็ทำเอาตายได้เหมือนกัน









“เห็นดื้นดีนัก เจอแบบนี้เป็นไง หึ!!”คนร่างสูงว่าจบก็ถอดเสื้อที่เปียกไปแล้วเป็นแถบๆออกโยนลงกับพื้นด้วยอารมณ์ที่มาคุจนถึงที่สุด













“นี่พี่จะทำอะไรน่ะ?อย่าเข้ามานะ!!”ผมถอยไปติดกับขอบอ่างอีกฝั่งมองคนร่างกำยำสมส่วนที่แช่ลงมาในน้ำเรียบร้อยแล้วด้วยสายตาตื่นกลัวกอดเข้าที่ลำตัวของตัวเองที่มีรอยรักมากมาย








“จะปิดทำไม?ในเมื่อเห็นๆกันอยู่แล้ว ทำมากกว่านี้ จับมาก็แล้ว”











“มานี่!!!”ผมร้องลั่นเมื่อมือหนาเข้ามาลากที่แขนผมไปหาตัวอย่างรวดเร็ว น้ำภายในอ่างกระเพื่อมจนล้นเอ่อออกด้านนอก








“อ่ะ..โอ๊ย!!!พี่ชานยอลอย่านะ..ปล่อยผม!!!”












“ทำเป็นห่วงเนื้อห่วงตัว อย่างนายสะบัดสะบิ้งไปก็เท่านั้น อย่าลืมสิเมื่อคืน ใครกันที่เป็นคนขึ้นให้ฉันตั้งสามรอบ..หึๆ”เสียงเย็นๆแหบๆก้มมากระซิบที่ข้างหูผม ผมตัวสั่นทั้งตัว โกรธ..ที่ถูกว่าด้วยความหยาบคายคำพูดร้ายกาจพวกนั้นเสียดแทงผมจนพลุนไปหมดทั้งใจ









“มันมากเกินไปแล้วนะ!!!”











“เพี้ย!!!!”ร่างคมหน้าหันไป จากแรงตบฉากใหญ่ของผม ห้องทั้งห้องเข้าสู่ความเงียบ เมื่ออารมณ์ที่ข่มไว้ของผมนั้นมันเก็บไม่อยู่สะแล้ว ผมไม่คิดเลยว่าพี่เขยคนที่ผมทั้งรักเคารพอย่างกับพี่ชายจะกล้าพูดอะไรได้ขนาดนี้ หึ!!ไม่ใช่สิ ทุกอย่างมันหายไปหมดตั้งแต่เมื่อคืน ในเมื่อผมหมดความเคารพความศัธราแล้วจำเป็นด้วยหรอว่าต้องทำดีด้วยอีกต่อไป แค่ตบๆเดียวไม่พอสะนิด









“มันคือรางวัลสำหรับผู้ชายเลวๆอย่างคุณ..ผมไม่นึกเลยว่าพี่สาวของผมจะหลงผิดมองซาตานเป็นเทวดา!!”ผมกดเสียงต่ำจ้องดวงตาคมที่แข็งกร้าวจนน่ากลัวที่ทำเอาใจผมแกว่งนิดๆ













“ทำไงได้ละ ในเมื่อพี่สาวนายมันโง่เอง ฉัน..ก็รู้มาตั้งนานแล้วละว่าจองอาคบกับไอนิชคุณนั่น แต่เพราะฉัน อยากได้พี่สาวนายมั๊ง ก็แค่..”มือสากทั้งพูดและลากมือไปตามโครงหน้าของผมช้าๆสายตาคมร้ายเจ้าเล่ห์ที่ผมไม่ชอบเอาสะเลยมันเหมือนกำลังดูดกลืนความเป็นตัวตนของผมเรื้อยๆจนผมหลงจ้องดวงตาคู่นั้นไปเต็มๆดวงตาที่ผมเคยแอบจ้องมองด้วยความหลงไหลชื่นชอบจนหมดหัวใจ








“เข้าไปปั่นป่วนหัวใจพี่นายนิดหน่อย และบวกกับพี่สาวนายมันง่ายแค่หว่านเสน่ห์เล่นบทพ่อพระพี่สาวนายก็หลงรักฉันเข้าเต็มเปาชนิดที่ว่า..ต้องเลิกกับไอนิชคุณเลยละหึหึหึ...”ผมผละออกมาจากภวังค์เมื่อเรียวนิ้วยาวๆลากมาถึงปรายคางแล้วจับเบาๆ













“แกมันเลว..นี่ใช่มั๊ยตัวตนของแก ไอชั่ว!!”ผมพ่นคำพูดใส่หน้าเน้นคำสุดท้ายเป็นพิเศษแต่ก็ไม่สะทกสะท้านอยู่ดีแถมยังหัวเราะอย่างกับเรื่องตลก














“ถ้าฉันชั่ว..นายก็ชั่วไม่แพ้ฉันหรอก ที่ทำอยู่ก็เข้าข่ายข้อหาเล่นชู้กับสามีชาวบ้านเลยนะ ไม่ใช่เล่นชู้ธรรมดาแถมยังเล่นกับพี่เขยสะด้วย แหม่ๆรู้ถึงไหนอายถึงนั่น”








“ไอ่.../ฮ่าฮ่า..มันคือความจริงทั้งหมดจงอิน ว่าตอนนี้นายเป็นเมียฉันและฉันก็คือผัวของนาย สมใจนายแล้วสิแอบชอบฉันมากไม่ใช่หรอ?”ผมเม้มริมฝีปากแน่นไม่อยากจะพูดว่าทั้งหมดคือความจริง ความจริงที่ผมทำอะไรไม่ได้เลยสักนิด














“ตอนนี้..แม้แต่เศษเสี้ยว!!!ผมก็ไม่มี หัวใจของผมมันได้ตายไปกับชานยอลคนที่แสนดีคนนั้นแล้ว คุณ!!มันซาตานอย่าคิดเลยว่าผมจะรักคนอย่างคุณ!!!”ผมเชิดหน้าไม่สนว่าคำเหล่านั้นจะไปทบกระแทกใจใครเข้า สรรพนามใหม่ที่ผมใช้มันบอกชัดแล้วว่าผมจะไม่ญาติดีกับคนๆนั้นอีกถ้าเกลียดไปแล้วไม่มีวันที่จะกลับมาคืนดีได้หรอก ไม่มีวัน!!









“จงอิน!!”ร่างสูงบีบข้อมือผมอีกคราวนี้ลงมือหนักจนขึ้นสี ผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บในขณะที่ร่างของผมนั่งอยู่บนตักของคนร่างสูงข้างล่าง














“ปล่อยผม!!ผมจะได้กลับ แล้วลืมเรื่องวันนี้ให้มันตายไปจากสมอง!!”ผมยื่นหน้าเข้าไปพูดใกล้ จะทำการลุกแต่คนที่นั่งอยู่ก็ขื่นแรงไว้แล้วจับตัวผม ผลักบ่าผมลงกับอ่างอย่างแรง คอของผมกระแทกกับขอบอ่างจนได้ยินเสียง อั่ก!! ดังๆความเจ็บรวดร้าวเข้ามาอีกแต่มันก็ไม่มีอารมณ์ที่จะมานั่งร้องโอดโอย













“นี่!!ปล่อยผมนะ จะทำอะไรผมอีก คุณได้ไปแล้วไม่พอใจอีกหรอ?..อ่ะ..อ่ะ..โอ๊ย..!!”ผมเม้มปากหลับตาแน่น มือที่ตะเกี่ยตะกายขึ้นมาจับขอบอ่าง เอียงหน้าซบลงกับบ่าเมื่ออยู่ๆช่องทางนั้นของผมโดนลุกล่ำจากท่อนมหึมาขนาดใหญ่ที่แทงพรวดเข้ามารวดเดียวจนสุดลำแล้วแทยงซ้ายขวาขรูดไปตามผนังหดเกร็งของผมอย่างนึกสนุกทำเอาผมทั้งเจ็บทั้งเสียวแทบขาดใจ








“อื่อ..ปล่อยผม!!ฮึก..ผมอยากกลับบ้าน..”ผมหันหน้ากลับมามองไปที่ใบหน้าหล่อ ยิ้มพราวกัดปากห่อครางซูดซ่าดแล้วเริ่มขยับๆรัวไม่สนว่าผมจะปรับตัวรึยัง














“อยากกลับหรอ?..เอาให้ครบสิบรอบก่อนสิแล้วจะปล่อยให้กับ..”ร่างสูงที่พูดแต่ได้เอ่ยขึ้น สอดแขนเข้ามาในข้อพับขาของผมจับแยกออกกว้าง เสียงน้ำกระทบกับขอบอ่างจนดังก้องแข็งกับเสียงขยับที่ดังพับๆใต้น้ำ ผมจับขอบอ่างแน่นครางเจ็บ ผนังจากที่ฉีกขาดอยู่แล้วยิ่งขาดขยายช่องทางจนเลือดไหลออกมาเปลี่ยนสีขาวใสของน้ำเป็นสีแดง ผมขอให้มันจบเร็วๆยิ่งเร็วเท่าไหร่ได้ยิ่งดี นั่นยิ่งทำให้ผมได้ออกไปจากที่นี่ได้เร็วที่สุด ผมเจ็บไปถึงข้างใน ไม่ใช่ปอดตับแต่เป็นหัวใจที่เจ็บปวดมันชาและกระตุกสั่นเหมือนมีมีดมาแสะมันออกมาช้าๆ ทรมาน..ได้แต่มองหน้าหื่นกามเคลือบม่านน้ำตาใสที่ไหลระริกลงมาช้าๆหยดลงผสมกับเลือดในอ่างไป...


















“จงอิน..จงอิน..จงอิน”ไม่รู้ว่าใครเรียกผมแต่ตอนนี้ผมไม่มีแม้แต่แรงจะลุกหรือลืมตาได้แต่นอนแล้วครางหือรับในลำคอ ตัวผมมันปวดไอร้อนๆแผ่กระจายไปทั่ว ไข้ขึ้นจนทำอะไรไม่ได้ เสร็จจากกิจกรรมที่แสนกระชากวิญญาณผมไปก็ตอนบ่ายสองตอนนี้คงจะเย็นมากแล้วมั๊ง? ผมก็ไม่แน่ใจมันลืมตาไม่ขึ้นเลย แล้วใครละเรียกผม?
















“หือ..”ผมเอ่ยเรียกจงอินที่สลบคาอกผมไปหลังจากที่ผมบรรเลงบทรักที่ดุเดือดถึงเจ็ดครั้งภายในช่วงเช้าและตกใจมากเมื่อก้มมองลงมาที่ร่างบอบบางนอนจมเลือดจนร่างแดงฉาน ผมอุ้มจงอินขึ้นมาจากอ่างห่อด้วยผ้าขนหนูพาออกมาวางลงที่เตียงในห้องผม จัดการเช็ดตัวเปียกๆหาเสื้อผ้าที่มีแต่ไซต์ใหญ่ๆทั้งนั้นให้กับจงอินใส่เพื่อประทังความหนาวปกปิดรอยต่างๆให้เรียบร้อย หาผ้ามาเช็ดตัวที่เริ่มร้อนขึ้น จนผมเริ่มกลัวว่าจนอินจะเป็นอะไรมากรึป่าว? บางทีก็รู้สึกผิดที่ทำอะไรรุนแรงลงไปแต่มันก็เป็นไปเพราะอารมณ์ล้วนๆ ผมรัก ผมหึง ผมห่วง ผมถึงทำขนาดนี้หวังว่าทุกคนคงเข้าใจผม








“กินข้าวนะจงอิน..พี่อุ่นข้าวต้มให้นายด้วย ที่เมื่อเช้านายไม่ได้กินไง?”ผมเอ่ยขึ้นแล้วเกี่ยปรอยผมที่ปรกหน้าปรกตาจงอินออกไปทัดหู ตักข้าวต้มขึ้นจนเต็มช้อนเป่าควันร้อนๆที่ลอยอยู่ออกช้าๆแล้วยื่นจ่อริมฝีปากซีด












“อื่อ..”จงอินรับเข้าไปอย่างว่าง่าย เคี้ยวมุบมับแล้วค่อยๆกลืนลงไป







“เก่งมากเด็กดีของพี่..”ผมยิ้มน้อยๆออกมาแล้วบรรจงป้อนไปเรื้อยๆจนร่างบางอิ่ม จะทำการป้อนยาให้ในลำดับต่อไปแต่ก็ติดตรงที่ป้อนน้ำนี่แหละ ผมส่งยาใส่ปากของคนร่างบางที่หลับอยู่ ส่วนผมก็ยกน้ำขึ้นมาอมใส่ในปากอึกใหญ่ก้มลงต่ำไปที่ริมฝีปากอิ่มบีบตรงปรายคางส่งน้ำที่อยู่ในปากตัวเองเข้าไปให้กับคนหลับช้าๆจนหมด ด้วยความหอมหวานของริมฝีปากทำให้ผมหลงนวดคลึงอยู่ภายนอกจนได้ยินเสียงคนที่หลับอยู่ประท้วงเนื่องจากขาดอากาศหายใจ













“อื่อ..”











“เป็นอันว่าเสร็จสินะ นางฟ้าของพี่หายไวๆนะพี่คิดถึงเสียงใสๆของนาย..จงอิน!!”แล้วก็เป็นอีกคืนที่จงอินพักอยู่กับผม ผมอยากบอกว่าได้นอนกอดจงอินไว้ทั้งคืนมันมีความสุขมาก ตัวจงอินนุ่มกลิ่นกายหอมๆเฉพาะทำเอาผมหลงใหลจนไม่อยากปล่อยกอดอยากให้ไออุ่นที่ไม่สบายที่ได้แต่ครางระเมอว่า..เกลียดผม เกลียดผม..จนสุดหัวใจ แต่ผมก็ไม่สนหรอกถึงจงอินจะเกลียดผมแต่ถ้าต้องแลกกับการได้จงอินมากอด มาหอม มาทำอะไรต่อมิอะไรผมก็ยอมให้เกลียด ถึงมันจะไม่ถูกต้องแต่จะให้ผมปล่อยสิ่งที่สำคัญที่สุดไปผมต้องตายแน่ๆ ส่วนจองอาผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะสะส่างยังไง ถามใจของผมตอนนี้ผมคงบอกว่าผมก็..ยังรักจองอาอยู่รักมาก มากที่สุดเหมือนกัน ผมไม่ได้โกรธแล้วละหายโกรธแล้วจะให้ผมกลับไปหาจองอาตอนนี้ก็ได้ ทำไมผมถึงอยากผูกมัดจงอินด้วยวิธีนี้น่ะหรอก็เพราะ......











....ก็เพราะอะไรละ หาคำตอบเอาเองนะครับ....



















“จองอาวันนี้ลูกอยู่คนเดียวได้นะ เพราะวันนี้แม่กับพ่อต้องไปทำธุระ เดี๋ยวก็คงกลับแล้ว”จองมีเอ่ยบอกลูกสาวที่ยังคงเหม่อลอยขณะนั่งที่โต๊ะในสวนย่อมของบ้าน แล้วเข้ามาหอมแก้มลูกสาวคนเดียวด้วยความรักก่อนจะเดินหายออกไปหาสามี ยุนโฮที่ยืนรอที่รถ













“ฮึก...”หลังจากคล้อยหลังมารดาจองอาก็ร้องไห้ออกมากแก้มใสที่เคยถูกตบแต่งด้วยเครื่องสำอางตลอดเวลา ตอนนี้ไม่ได้แต่งอะไรเลยยิ่งขาวอยู่แล้วก็ขาวเข้าไปอีก มีคนเคยบอกว่าวันเวลาจะช่วยให้คนดีขึ้นสำหรับจองอาแล้วมันไม่เลยยิ่งวันเวลาผ่านไปยิ่งทำให้ทรมาน








“ชานยอล..ฮึก..ฉันคิดถึงคุณ..ฮื่อ..”แต่น้ำตาที่ไหลออกมาก็ทำให้ใครบางคนเจ็บไม่น้อยลงไปเลย อยากเข้าไปกอดปลอบใจแต่ก็ทำไม่ได้ได้แต่ยืนแอบดูอยู่ที่รั่วบ้าน บางทีคนร่างบางยืนร้องไห้ที่ระเบียงก็จะคอยแหงนหน้ามองแล้วทำดวงตาเศร้ามองดูทุกอิริยบทของคนร่างบางที่รักแทบจะยอมทุกอย่างให้














“ผมรักคุณ..จองอา..”















“ลูก..ลูกฉันเป็นยังไงบ้าง?”น้ำเสียงสั่นๆแหบๆของคนชราเบื้องหน้าเอ่ยขึ้นตรงหน้าคนชราทั้งสองที่อายุไล่เลี่ยกันในร้านอาหารแห่งหนึ่ง คนสองคนแต่งตัวดูดีส่วนอีกคนแต่งตัวมอซอ









“จะเป็นยังไงละ?..ก็สบายน่ะ อะไรๆก็ไม่ได้ทำ ฉันให้อยู่ฟรีๆเงินเรียนก็ส่งให้ แกไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกแทมน”ร่างหญิงที่แต่งตัวดูดีว่าขึ้นแล้วทำเสียงเชิดๆใสๆอย่างอวดๆ ซึ่งทำเอาสามีส่ายหน้าด้วยความระอา












“ไม่ต้องห่วงนะแทมน ลูกนายปลอดภัยดีฉันเลี้ยงแกดูแลแกให้ดีที่สุด สมที่แกได้ฝากฝั่งเอาไว้ ไม่ต้องห่วงนะ!!”








“คุณ!!พูดแบบนี้ทำไม?แล้วเมื่อไหร่ไอจงอินจะได้ไปจากบ้านเราสักที ฮ่ะ!!”ภรรยาเอ่ยค้านขึ้นมาเบาๆใส่สามีที่ทำหน้าดุใส













“คุณ..พูดแบบนี้ได้ไง? คุณก็เห็นหนิว่าตอนนี้แทมนเป็นยังไง ให้จงอินอยู่กับเรานี่แหละดีแล้ว/แต่!!”








“มีอะไรหรอ?”ชายที่อยู่ตรงหน้าทั้งสองเอ่ยขัดขึ้นทำเอาทั้งคู่ที่กำลังโต้เที่ยงต้องหันมามองแล้วเงียบ














“ป่าวหรอกน่ะ..นายไม่ต้องเป็นห่วงนะ ฉันจะส่งเสียทุกอย่างให้สมที่นายเคยช่วยฉันไว้ไงเมื่อครั้งนั้นถ้าไม่ได้นายฉันคงแย่”







“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกยุนโฮ ฉันตอนนั้นก็มีพร้อมทุกอย่างแต่ตอนนี้ละไม่มีอะไรสักอย่างแม้กระทั่งบ้านต้องทำงานเป็นกรรมกรนายต่างหากที่มีบุณคุณชุบเลี้ยงจงอินแทนฉันทั้งๆที่ไม่ใช่ลูกแท้ๆเลย ขอบใจมากนะ ขอบใจมาก ถ้าไม่มีนายไม่รู้ว่าป่านนี้จงอินจะเป็นยังไง..ฮึก”จองมีเบ้หน้าหมั่นใส้ใส่แทมนที่ร้องไห้ออกมา เพราะความจริงแล้วเธอเกลียดแทมนยิ่งกว่าอะไรเพราะเมื่อก่อนคิมแทมนรวยมากและสามีของหล่อนก็แค่พนักงานบริษัทธรรมดาพูดง่ายๆก็คือนางอิจฉาเพื่อนหรือแม่ของจงอินนั่นเองที่ได้สามีดีๆอย่างแทมนแต่ตอนนี้นางสะใจ แต่ไม่ทันได้สะใจเต็มที่แทมนก็หอบลูกน้อยวัยสี่เดือนเศษมาให้เลี้ยงนางไม่อยากรับสักนิดถ้าไม่ใช่ยุนโฮที่รับเลี้ยงและนั่นคือต้นเหตุทั้งหมดทำไมนางถึงได้เกลียดจงอินนักหนาเพราะจงอินไม่ใช่ลูกแท้ๆของนาง














“อย่าร้องแทมน อย่าอ่อนแอเด็ดขาด นายต้องสู้เพื่อลูกนาย แล้วถ้าถึงเวลาฉันสัญญาว่าจะบอกความจริงให้ลูกของนายได้รับรู้”ยุนโฮเอ่ยออกมาด้วยความเชื่อมั่นกุมมือสากของเพื่อนแล้วตบๆเบาๆให้กำลังใจแทมนยิ้มรับให้กับเพื่อนแท้อย่างยุนโฮเช่นกันช่างเป็นภาพที่น่าสะอิสะเอียนสำหรับจองมีสิ้นดี
















....ฉันเกลียดแก!!!ไอจงอิน!!!!....

2013-09-23

MY BROTHER 15

MY BROTHER
[Chanyeol x Kai]
15



“’สัส หายไปไหนว่ะ?!!”ชายหนุ่มในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงบ๊อกเซอร์สะบัดหัวอย่างแรงด้วยคงามหงุดหงิด เดินก้มจับพลิกข้าวของทั่วห้องก็แล้วแต่ก็ยังไม่เจอกับสิ่งที่หา เกือบจะลอกผนังห้องอยู่แล้ว
“หายไปได้ยังไงว่ะ..โธ่เว้ย!!”สะบัดหัวอีกครั้ง ก่อนจะส่ายหัวสบถว่าช่างแม่งเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวในช่วงเช้า
“เอ่า..งานมึงทำสะลูกค้าเขาต้องการแบบแปลนเดือนหน้าและนี่เอกสารคร่าวๆเอาไปอ่านทำความเข้าใจ อย่าลืมนะเว้ยเดือนหน้า”ฮิมชานกำชับเพื่อนหลังจากที่เขาเอางานมาให้เพื่อนทำ แต่พอเห็นคนที่นั่งซดเบียร์กระป๋องนอนหงายดูทีวีก็อย่างลงเท้าเตะมันสักป๊าบ
“สัสฮิม ทำเหี้ยไรของมึง!!!”
“ก็..ทำให้มึงสนใจกูไง นี่กูพูดกับมึงเรื่องงานมึงก็กรุณาสนใจกูด้วย นี่เอาไปทำแล้วส่งถ้าไม่เสร็จมึงตาย..”ฮิมชานขู่จ้องเพื่อนตาดุ ชานยอลถอนหายใจเนือยๆแล้วเอนหลังลงกับพื้นโซฟาเหมือนเดิม
“เออๆหน่า เสร็ดอยู่แล้วละสัส ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวกูทำ”ชานยอลตอบเหมือนขอไปที เอาเท้าเขี่ยงานที่วางที่โต๊ะรับแขกไปอีกทางแล้วเอาเท้าวางพาดลงกับโต๊ะด้วยทาทางสบาย
“เออ กูเห็นมึงรับปากแบบนี้ก็ดี อย่าลืมละมึง ส่วนไอนี่ก็เพาๆลงบ้าง กูไม่อยากให้มึงเสียคนกับของพวกนี้ กูไปละกูมีประชุม”ฮิมชานเอ่ยลาแล้วเดินออกมา ส่ายหน้าเอื่อมๆไล่หลังเพื่อนที่ยังนอนอืดอยู่ที่เดิม
“มันต้องใช่ของพี่แน่ๆ พี่ชานยอลพี่อยู่ที่ไหน พี่คิดอะไรของพี่อยู่ พี่จะรู้รึป่าวว่าตอนนี้พี่จองอาจะเป็นยังไงบ้าง เมื่อไหร่พี่จะกลับมา...”จงอินเอ่ยขึ้นคนเดียวขณะนั่งพิงหมอนบนเตียงภายในห้องนอน ชูสร้อยที่มีแหวนวงดังกล่าวขึ้นสูงเหนือหัวพิจารณามันอยู่แบบนั้นคิดหาหนทางที่จะตามหาพี่เขยเพื่อกลับมาให้คนที่ป่วยตรอมใจหายเป็นปกติ
“ได้!!พี่อยากเล่นซ้อนหา ผมก็จะเป็นคนหาพี่เอง พี่ชานยอล!!”จงอินว่าด้วยความมุ่งมั่นเขาจะไม่ปล่อยให้เรื่องราวไว้แบบนี้อีกต่อไปแล้ว ถึงพี่สาวเขาจะเป็นคนผิดแต่ตอนนี้พี่จองอาก็ได้รับโทษทัณฑ์ที่ก่อไว้แล้วแล้วแบบนี้คนๆนั้นจะต้องการทำร้ายจิตใจกันไปถึงไหน?หรือต้องการให้ตายไปข้างแบบนั้นก็โหดร้ายเกินไปสำหรับคนที่ยังรักกันอยู่
“แกจะออกไปไหนอีก!!”เสียงมารดาที่กำลังจะยกถาดอาหารขึ้นไปชั้นบนเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กจะออกไปข้างนอก
“ผมจะออกไปทำธุระ ขอตัวนะครับแล้วผมจะรีบกลับ”จงอินพูดรัวเร็วแล้วรีบเดินออกไปทันที ไม่สนว่ามารดาจะพูดห้ามด่าไล่หลังว่ายังไง
“การที่พี่หายตัวไปแบบนี้ ต้องมีคนรู้เห็นเป็นใจกับพี่แน่ ว่าแต่..แล้วใครกัน?”จงอินยืนอยู่ท่ามกลางสี่แยกไฟแดงกำลังจะข้ามถนน ในหัวก็พรางคิดหาวิธีการต่างๆไปด้วยเดินข้ามถนนใจลอยจนไม่รู้เลยว่าตอนนี้ไฟจราจรได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้ว
“ปรี๊ดดดดดดดดดดด..!!!”
“เอี๊ยดดดดดดดดด!!!!”
“เฮ้ย!!ไอน้องแหกตาดูมั๊งว่าไฟขึ้นสีอะไรแล้วจะได้ไม่เถลิดถล้าข้ามถนนไม่ดูแบบนี้ เกิดตายขึ้นมาทำไงฮ๊า!!!ออกไปเกะกะ!!”เสียงตวาดลั่นทำเอาจงอินสะดุ้งตกใจรีบเดินข้ามถนนไวๆออกไปทันที
“เฮ่อ!!!เกือบตายแล้วเรา เฮ่ยยยยไม่น่าใจรอยเล้ย”จงอินพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกคิดถึงวินาทีเมื่อกี้นี้แล้วยังอกสั่นขวัญแขวนไม่หาย ถ้าเขาถูกรถชนไปไม่ใช่ถูกมองด้วยความสงสารอาจจะถูกมองด้วยความสมเพสงี่เง่าก็ได้
ชานยอลกำลังเซ็งกำลังจะเขียนแบบแปลนให้กับลูกค้าตามที่ไอฮิมชานมันเอามาให้ทำแต่ผลปรากฎว่าเขากับเขียนมันไม่ออก ไหนจะปากกาเขียนยี่ห้อ Lamy ที่หมดหมึกไปทำให้ต้องลากสังขารออกมาซื้อ ตอนนี้ชายหนุ่มออกมาเดินดูของตามห้างสรรพสินค้าในมือถือถุงต่างๆมากมายไม่ใช้เฉพาะของที่ต้องเอาไว้ทำงานเท่านั้น เดินลากเท้าอ้อยอิ่งสลัดคราบชานยอลคนเก่าที่ต้องแต่งตัวเนี้ยบดูดีถ้าใครได้มาเห็นชานยอลโหมดเสื้อแขนยาวมีฮูดย้วยๆกับกางเกงวอรม์ยืดๆหัวฟูๆต้องรับสภาพนี้ไม่ได้แน่ๆไหนจะหน้ามีหนาวเคราขึ้นบางๆนี่อีกไม่อยากจะคิด
“ลืมอะไรอีกว่ะ?”ชายหนุ่มยืนครุ่นคิดกลางห้างมองดูถุงในมือเพื่อสำรวจของที่ขาดแล้วออกเดินอีกครั้งจนไม่ทันสังเกตผู้คนที่เดินสวนมาสักนิด
“ชานยอล!!/มินอา!!!”ชานยอลมองหญิงสาวที่ร้องเรียกตนอย่างกับคนที่คุ้นเคยก่อนจะเอ่ยออกมาบ้างเมื่อคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าตนเองก็รู้จักเช่นกัน
“ชานยอลจริงๆด้วยไม่ได้เจอกันตั้งนาน เป็นยังไงบ้างสบายดีนะ แหม่นี่ถ้าไม่มองดีๆไม่คิดว่าเป็นชานยอลนะเนี้ย”หญิงสาวหัวเราะมองสำรวจร่างชายหนุ่มที่ดูแตกต่างไปจากเมื่อก่อน
“ฮึ่ย!!เธอก็เหมือนกันแหละหน่า เมื่อก่อนไม่เห็นขาวขนาดนี้เลยหนิ?”ชายหนุ่มแขวะคืนแล้วทำหน้าตาเซ็งๆ แต่ก็ดีใจที่ได้เจอเพื่อนสมัยมหาลัยอีกครั้ง
“นี่ไม่ได้เจอกันนานไปหาที่คุยเถอะ ฉันมีเรื่องอยากถามนายเยอะแยะ”หญิงสาวว่าแล้วทำการคล้องแขนอย่างสนิทสนม
“กินเยอะๆเลยนะชานยอลฉันเลี้ยง”
“มันคงเป็นแบบนั้นอยู่แล้วเธอต้องเลี้ยง”
“จ้า!!”แล้วบรรยากาศเก่าๆก็กลับมาทั้งคู่ต่างไถ่ถามกันหลายเรื่อง ชานยอลที่ไม่คิดว่าจะมีรอยยิ้มอีกครั้งก็ปรากฎรอยยิ้มขึ้นให้กับเพื่อนคนนี้มากมายลืมเรื่องราวที่ทำเอาให้ชวนปุเลี่ยนไปสะหมด
“แล้ว..นานกับจองอาเป็นยังไงบ้าง รักกันดีอยู่มั๊ย?”พอสร้างเสียงหัวเราะได้ไม่นานชานยอลก็หุบยิ้มฉับทันที หญิงสาวสังเกตสีหน้าเพื่อนได้ก็ต้องรีบขอโทษขอโพย
“คือ..ฉันขอโทษ ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น?นายอย่าโกรธฉันนะ”
“ช่างเถอะ..ฉันต้องกลับแล้ว”ชานยอลว่าแล้วลุกขึ้นไม่ยอมบอกเรื่องราวของตนที่ผ่านมาให้เพื่อนทราบ
“งั้นฉันไปส่งนะ..”มินอายิ้มหวานให้เพื่อนแล้วทำการคล้องแขนอีกครั้งเดินออกจากร้าน แต่ในระหว่างที่ทั้งคู่จะเดินก้าวออกจากประตูร้านไปก็ต้องชะงักกับใครอีกคนที่เดินสวนเข้ามา แค่เพียงเห็นเสี้ยวหน้าชานยอลก็เบิกตากว้างไม่คิดว่าจะได้เจอคนร่างบางที่นี่
“มีอะไรหรอชานยอล? ทำไมไม่เดินต่อ เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านนะ”มินอาที่ไม่รู้อะไรพยายามจะดึงชานยอลให้ออกไปกับตนให้ได้แต่ชายหนุ่มก็ยังยืนอยู่แบบนั้น
ทางด้านจงอินก็ตกใจเช่นกันที่มาเห็นพี่เขยด้วยความบังเอิญแบบนี้และกำลังอยู่กับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้
“อืม..ไปสิ”ชายยอลผละใบหน้ากลับมาแล้วยิ้มหวานให้กับมินอาแล้วเปลี่ยนจากที่เพื่อนสาวคล้องแขนตนเองก็เปลี่ยนมาเป็นกุมมือเพื่อนสาวสะเอง นั่น!!ยิ่งทำให้จงอินเบิกตากว้างกว่าเก่าไม่คิดว่าพี่เขยจะกล้าทำแบบนี้ ยืนตัวแข็งทื่อหลังจากที่ร่างพี่เขยเดินออกไปแล้ว
“นี่มันอะไรกัน!!!”จงอินถามตัวเอง ร่างกายสั่นไปหมดไม่เข้าใจกับสิ่งที่เห็นเมื่อกี้นี้
“นี่..นี่คือความจริงใช่มั๊ย พี่พี่ทำแบบนี้ได้ยังไง!!!”จากสีหน้าที่สับสนงงงวยก็แปลเปลี่ยนเป็นโกรธเกี้ยวกราด คนๆนึ่งร้องไห้เจ็บเจียนตายที่บ้านคือพี่สาวของเขาแต่ผู้ชายคนนี้กับยิ้มร่าเริงและยังทำสิ่งที่ไม่สมควร
จงอินเดินสะกดรอยตามทั้งคู่ออกมาจากห้างจนมาถึงลานจอดรถ มองดูทั้งคู่หายเข้าไปในรถทั้งสองคน ยืนบังเสามองดูทุกการกระทำ
“แท็กซี่ออกรถ ตามคันข้างหน้าไป!!”แทบเป็นเสียงตวาดจงอินเชง้อมองรถฟอรด์โฟกัสคันข้างหน้าที่ออกตัวอย่างรวดเร็วด้วยความร้อนใจ นั่งไม่ติดเบาะเอ่ยสั่งคนขับให้เร่งรถตาม ไม่ว่ายังไงเขาจะต้องเคลียร์กับพี่เขยคนนี้ให้รู้เรื่อง
“จอดตรงนี้แหละ มินอา ขอบใจมาก”ชานยอลเอ่ยขอบคุณเพื่อนแล้วเปิดประตูรถออกไป กำลังจะก้าวเดินขึ้นคอนโดไปก็ถูกเสียงหนึ่งเรียกไว้
“ได้ไงมาส่งทั้งทีไม่ชวนฉันขึ้นไปข้างบนหน่อยหรอ เพื่อเป็นการขอบคุณรู้จักมั๊ยฮ๊ะ?!!”มินอาว่าแล้วปิดประตูรถลงมายืนเคียงข้างเพื่อนชายร่างสูงที่ในมือหอบของพรุงพรัง
“ฟังฉันนะมินอา อย่าเลยขอบใจมากที่มาส่งแต่ฉันมีความจำเป็นให้เธอขึ้นไปไม่ได้จริงๆหวังว่าเธอคงเข้าใจ..โอเคนะตามนี้!!”ชานยอลว่าแค่นั้นก่อนจะบอกลาเพื่อนแล้วเดินออกไป
“อุ้ย..ชานยอลช่วยฉันด้วยอะไรไม่รู้เข้าตาฉัน?!!ช่วยฉันด้วยฉันมองไปไม่เห็น”มินอาว่าแล้วขยี้ตาไปมาชานยอลเห็นแบบนั้นก็รีบวางของเข้าไปดูทันที
“ไหนดูสิมินอา ฉันดูหน่อนห้ามขยี้ตานะ”ชานยอลว่าแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆมองดูดวงตากลมโตกระพริบด้วยความระคายเครือง
“มันแสบมากเลย เจ็บด้วยฮื่อ..ชานยอลช่วยฉันด้วย”มินอาร้องออกมาอย่างกับเด็กน้อยงอแงชานยอลจับที่ศีรษะของมินอาแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกยึดศีรษะของเพื่อนไม่ให้โงนเงนไปไหนทำการเป่าเศษฝุ่นต่างๆออกช้าๆ ยิ่งทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกันจนแนบเนื้อถ้ามองไกลๆจะเหมือนทั้งคู่กำลังจูบกันอยู่ และจงอินก็เห็นว่าเป็นแบบนั้นจริงๆกำหมัดแน่นๆอยู่ภายในรถแท็กซี่
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ นี่พี่เป็นแบบนี้ได้ไงพี่ชานยอล!!”จงอินร้อนใจอย่างระเบิดออกมาตรงนี้ดังๆแต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่มองดูคนทั้งคู่ที่ผละปากออกจากกันแล้วด้วยความหงุดหงิดและก็มองดูผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถออกไปจากที่นั่นอย่างช้าๆ
“อ่ะเอาไปไม่ต้องทอน”จงอินไม่ใช่คนที่จะใจปล่ำแต่ถ้าเขาไม่รีบมีหวังตามพี่เขยไม่ทันแน่ๆ จงอินเปิดประตูรถวิ่งออกมาทันทีด้วยความรีบร้อน รอให้พี่เขยเข้าไปในล็อบบี้เสร็จค่อยเดินตามเข้าไปจนพี่เขยเข้าไปในลิตฟ์แล้วออกวิ่งมาที่หน้าลิต์ฟเห็นเลขชั้นที่คนตัวสูงขึ้นไปก็กดตามทันที
“ปังๆ!!”ชานยอลที่เพิ่งขึ้นมาถึงห้องกำลังจะหยอนก้นลงกับโซฟาก็ต้องหยุดชะงักมองไปที่กรอบบานไม้ที่อยู่ๆก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาหาที่ห้อง จึงเอ่ยเรียกสองสามครั้งนึกว่าเป็นฮิมชานแต่ผลก็ปรากฎว่ายังเงียบไม่มีเสียงตอบรับจึงทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ้นเพราะนอกจากฮิมชานก็ไม่มีใครอีกแล้วรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่
“ใครว่ะ..?”ชานยอลเดินกระแทกส้นมาที่ประตูจับลูกบิดเปิดออกทันทีโดยที่ไม่มองที่ตาแมวก่อนเลยว่าเป็นใคร เพราะความฉุนเฉียวคนที่อยู่ด้านนอกรัวกดออดติดต่อกันจนเขารู้สึกรำคาญ
“ผลั่ก!!”แค่ประตูอ้าออกเท่านั้นก็ทำเอาชานยอลเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าคนร่างเล็กจะตามกันมาถึงที่นี่ ดวงตาคู่โตมองไปที่ดวงตาคมด้วยความเฉยชาตัดเพ้อและโกรธเกี้ยวในเวลาเดียวกัน
“จงอิน..”หลายวันหลายอาทิตย์หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่วันนั้นตัวเขาก็ไม่ได้เห็นรอยยิ้มเสียงหัวเราะที่สดใสของจงอินอีกเลย เขาเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำใบหน้าที่ดูงอง่ำอ้อนๆน้อยๆเวลาที่เขาแกล้งเป็นยังไง
เขาเกือบลืมไปแล้วจริงๆ...
“หึ..พี่มาอยู่ที่นี่ นี่เองนึกหรอว่าจะหนีผมไปตลอดลอดฝั่ง พี่แย่มากที่หนีปัญหามาแบบนี้ แล้วยัง..พี่ทำแบบนี้ได้ไง พี่รู้บ้างมั๊ยว่าพี่จองอาเป็นยังไงบ้าง?พี่เคยนึกบ้างมั๊ย?!!!”ผมระเบิดอารมณ์ใส่คนตรงหน้าที่พอเห็นหน้าผมก็ไม่แสดงสีหน้าอะไรสักนิด แข็งกระด้างไม่มีความรู้สึก ผมมีเรื่องราวอยากจะพูดมากมายอยากถามว่าทำไมถึงต้องหนีมาแบบนี้คิดยังไงถึงได้ทำกับพี่สาวของเขาได้ลงคอ เกลียด!!เกลียดมากหรอ..ก็ตอนนี้พี่สาวเขาแท้งแล้วหนิลูกก็ไม่มีแล้วน่าจะอภัยให้แล้วแต่ทำไม..ถึงยังปล่อยไว้แบบนี้
“หึ..ผู้หญิงทรยศคนนั้น ต้องให้ฉันกลับไปหาด้วยหรอ ตอบฉันสิว่าพี่สาวของเธอยังมีค่ามากพอให้ฉันรักอยู่รึป่าว ง่าย!!มีผัวอยู่แล้วยังวิ่งโล่ไปหาคนอื่น แล้วแบบนี้ต้องให้ฉันสมควรกลับไปหารึป่าวตอบฉันมาสิ คิมจงอิน!!”สรรพนามที่เรียกกันดูห่างเหินจนจงอินอึ้งไป ผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว จงอินมองค้างมองใบหน้าที่ดูไม่สดใสของพี่เขยที่เปลี่ยนไปมากจนเขาแทบจะจำไม่ได้ ไหนจะพูดจาห้วนสั้นและหยาบคายซึ่งเขาไม่เคยเห็นแบบนี้เลยจากชานยอลคนเก่า บ่งบอกได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีอิธิพลกับพี่เขยของเขามากเช่นกัน
“ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่จะกล้าพูดแบบนี้ คนที่อยู่ด้วยกันมา ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันตั้งหลายปีแทนที่จะเชื่อใจกันและมีความรักให้กันอยู่ แต่สำหรับพี่แล้วมันไม่มีเลย พี่จองอาแท้งลูกก็เกินพอแล้วพี่อย่าซ้ำเติมพี่จองอาด้วยการทำให้พี่เขาดูบาปไปกว่านี้เลย ผมขอร้อง..ฮึก!!”น้ำตาของผมที่คิดว่าไม่ไหลในที่สุดมันก็ไหลออกมาแต่ผมก็อยากจะพูดต่อ พูดให้พี่เขารู้เรื่องราวของพี่จองอานับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาว่าเป็นยังไงบ้าง
“พี่จะทนได้มั๊ย..ฮึก..ที่เห็นพี่จองอาร้องไห้อยู่คนเดียว ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด คอยวันเวลาที่พี่จะกลับมา ให้อภัย..”
“หึ..ฉันต้องสนด้วยหรอ อย่ามาพูดมากเลยหน่ากลับไปสะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน!!”
“ผมไม่ไป!!ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าพี่จะบอกว่าพี่จะกลับไปกับผม!!”จงอินส่ายหน้าทั้งน้ำตา ดื้นดึงเต็มที่อยู่ที่หน้าประตูโดยที่คนร่างสูงยืนบังกรอบประตูมิด
“กลับไปสะ!!ฉันรำคาญ!!พูดพร่ามอยู่นั่นแหละ กลับไปบอกพี่สาวเธอสะ..ว่าเตรียมหย่าได้เลย!!!”
“อะไรนะ?!!”จงอินเบิกตากว้างทันทีที่ชานยอลพูดจบ ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะพูดมันออกมา
“นี่!!พี่จะหย่าจริงๆหรอ?ไม่นะพี่ทำแบบนี้ไม่ได้ถ้าพี่จองอารู้พี่จองอาต้องไม่ยอมแน่ๆ พี่อย่าทำแบบนี้เลย แค่พี่หนีพี่จองอามาแบบนี้พี่จองอาก็เจ็บเกินพอแล้ว”ผมร้องอุธรณ์ยังไงผมก็ไม่ยอมให้พี่ชานยอลหย่ากับพี่จองอาเด็ดขาด
ถ้าผมทำให้พี่ชานยอลกลับไปหาพี่จองอาได้สำเร็จ แม่ก็จะรักผมใส่ใจผมมากขึ้น..
[ถ้าแกอยากให้ฉันรัก แกก็ออกตามหาชานยอลแล้วให้ชานยอลกลับมาหาพี่สาวแกสิ..จงอินหึหึหึ]
“ฉันบอกแล้วไงว่าจะหย่า กลับไปสะ ฉันเตือนด้วยความหวังดี!!!”ชานยอลจับเข้าที่บ่าของจงอินแล้วผลักจงอินออกไปจากบานประตูสุดแรง
“โอ๊ย!!”
“ปัง!!”ชานยอลปิดประตูทันทีโดยที่ปล่อยจงอินไว้แบบนั้น ไม่สนใจสักนิดว่าคนร่างเล็กจะเป็นยังไง
“ฮึก..ยังไงผมก็ไม่ยอมให้พี่หย่ากับกับพี่จองอาหรอก”
ชานยอลนั่งรับลมอยู่ที่ระเบียงห้องปล่อยจิตใจให้ล่องลอยไปตามความคิด ยอมรับเลยว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดแบบนั้นออกไปมันเป็นไปเองตามอารมณ์เมื่อครู่ทั้งหมด แต่จะให้เขาทำลืมแล้วทำใจให้อภัยแล้วปั้นหน้ากลับไปเป็นแบบเดิมเขาทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ชายหนุ่มจัดการเทวิสกี้ johnnie Walker Red Lable ใส่ในแก้วทรงสวยนิดหน่อยยกดื่มพรวดเดียว ผ่านไปแก้วแล้วแก้วเล่าจนชายหนุ่มรู้สึกกึ่มๆ ได้ยินเสียงเคาะประตูก็นึกว่าเป็นพนักงานที่เขาเพิ่งโทรสั่งอาหารเมื่อครู่ยกขึ้นมาเสิร์ฟ ลุกขึ้นเดินโครงเครงออกไปเปิดประตูด้วยความทุลักทุเล
“แอ๊ด ̴”ทันทีที่เปิดประตูชายหนุ่มก็เจอเข้ากับร่างบางอีกครั้งซึ่งเขาได้ออกปากไล่ไปแล้วเมื่อหัวค่ำแล้วแต่ผลปรากฎว่าคนร่างโปร่งยังไม่ไปไหน
“นี่นายยังไม่ไปอีกหรอฮ๊ะ?”ชานยอลทำเสียงขึ้นจมูกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ยังเห็นคนร่างบางอยู่อีก
“พี่ชานยอล!!”จงอินที่นั่งกอดเข่าลุกวิ่งขึ้นไปหาชานยอลทันที
“พี่จะไปกับผมแล้วใช่มั๊ย?ฮ่ะผมดีใจจัง”จงอินเออเองทั้งหมดไม่รู้เลยว่าสีหน้ากับอารมณ์ของคนร่างสูงตอนนี้เป็นยังไง
“พูดไม่รู้เรื่องรึไง ได้!!ฉันไล่ไม่ไปใช่มั๊ย แล้วอย่ามาร้องขอฉันทีหลังละ เด็กน้อย!!”ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่าร้ายกาจจับตัวของจงอินเข้ามาในห้องกระแทกประตูเข้ากับบานประตูอย่างแรง
“นี่พี่จะทำอะไรน่ะ?..พี่ชานยอล?”จงอินเอ่ยถามออกมามองคนร่างสูงอย่างเลิกลักพยายามจะแกะมือของชานยอลออกเมื่อรู้ถึงลางอันตรายที่พวยพุ่งออกมาจากคนร่างสูง ที่ลากคนร่างบางมาที่ห้องนอน
“อ่ะ!!”ร่างบางร้องลั่นด้วยความเจ็บหลังจากที่คนร่างสูงโยนร่างบางลงกับเตียงแล้วขึ้นทาบทับทันที
“อ่ะ..พี่ชานยอลพี่จะทำอะไรผมน่ะ นี่พี่ขึ้นมาทับผมทำไม?”จงอินว่าออกมาด้วยความกลัว มองชายร่างสูงที่ไล่สายตาหื่นกระหายไปตามร่างกายเนื้อผ้าจนถึงปรายเท้า
“ฉันบอกแล้วไง..ว่าอย่ามาร้องขอให้ปล่อยทีหลัง”
“แคว่ก!!!”เพียงเท่านั้นจงอินก็เปลือยล่อนจ้อน เผยให้เห็นเนื้อผิวขาวสะอาดเนียนน่าสัมผัส
“พี่ชานยอลอย่า ปล่อยผมไปเถอะ..พี่อย่าทำแบบนี้เลย..ฮึก..ฮือ”จงอินร้องไห้ออกมาเมื่อรู้สึกถึงที่สุดของอารมณ์ไม่คิดว่าพี่เขยที่เคารพรักตลอดมาจะทำกันแบบนี้
“โอ๋ๆอย่าร้องไห้เลยนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่รุนแรง”ชานยอตอนนี้ดูเหมือนเดวิลที่แสนร้ายกาจ เหมือนสิงโตที่กำลังจะขย่ำลูกกวางอย่างเขา จงอินหาทางหนีขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะถอดเสื้อผ้าออก
“ปากนายไม่รู้ว่าจะนุ่มแค่ไหน ฉันขอลองชิมหน่อยนะ”ชานยอลไม่พูดมากกดจูบลงไปที่ริมฝีปากร้อนทันทีด้วยความกระหาย ส่วนมือก็นวดฟ้อนเฟ้นตามร่างกายของคนใต้ร่างจนจะแหลกคามือก่อนจะมาหยุดที่เม็ดลูกเกตสองข้างที่แค่เพียงแตะนิดเดียวก็ชูช่อแข็งสู้มือ
“อ่ะ..อือ..พี่ทำอะไรผม หยุดเดียวนี้นะ..อืม”ชายอลผละจูบออก จากนั้นจูบสร้างรอยรักสีกุหลาบที่ลำคอหัวไหร่จนมาถึงหน้าอก มือก็เขี่ยหยอกล้อจนได้ยินเสียงครางหอบจากริมฝีปากร่างบาง ร่างกายแกร่งก็เริ่มบดเบียดเข้าไปที่หว่างขาเรียวจับขาทั้งสองข้างของจงอินตั้งฉากขึ้นใช้ร่างกายส่วนร่างขยับขึ้นลงทำให้สิ่งนั้นที่นอนสงบนิ่งของจงอินเริ่มมีปฏิกิริยาโต้ตอบ ปากคมฉกจูบดูดดุนที่เม็ดไตสวยจนได้ยินเสียงจูบดังไปทั่วห้อง จัดการถอดกางเกงของคนร่างบางที่ทั้งต่อต้านและเสียวซ่านในเวลาเดียวกัน
“ฮึก พี่ชานยอลปล่อยผมไปเถอะผมขอร้อง..ฮือ..พี่อย่าทำแบบนี้เลยนะผมเป็นน้องพี่นะ..ถ้าพี่ทำแบบนี้ยิ่งผิดกับพี่จองอา”ผมว่าออกมาน้ำตาทุกหยดไหลลงมากองกันที่แก้ม นอนให้อะไรๆที่พี่เขยต้องการให้เป้นไปตามนั้นไม่มีการขัดขืนหรือห้ามปราม เพราะถึงจะร้องไห้หรือต่อต้านไปผลรับก็เท่ากับเจ็บอยู่ดี
“หึ!!อยากให้ฉันกลับไปขนาดนั้นเชียว..อืมยังไงดีละ..ได้สิแต่ต้องมีของแลกเปลี่ยนนะ”ชานยอลว่าพรางขยับร่างกายไปด้วยมองคนใต้ร่างที่มีเหงื่อชุ่มตัวร้องครางงืมงำในลำคอมือก็เกาะผ้าปูเตียงแน่น สายตาประสานหลังจากที่เงียบปล่อยให้เสียงครางเล็ดลอดออกมาเท่านั้น
จงอินไม่ได้ยอมคนตรงหน้า แต่ไม่รู้ว่าจะห้ามเรื่องแบบนี้ยังไง ถึงจะรู้ว่าผิดบาป แต่เขาก็ทำไปแล้ว ทั้งทรยศและหักหลังพี่สาว ไม่ใช่แค่ความรู้สึกผิด ณ ขณะนี้แต่มันผิดที่คิดเกินเลยมานานแล้ว...
“พี่หมายความว่าไง?..อ่ะ..เบาๆเบาหน่อยผม..อื่อ..ผมเจ็บ!!”จงอินว่าออกมาเสียงสั่นมือก็เกาะที่ลำคอของคนกระทำแน่น
“หึ..ฉันจะไม่หย่ากับพี่สาวเธอก็ได้นะ ฉันยอมที่จะกลับไปหาพี่สาวเธอแบบเดิม แต่เธอต้องมีสิ่งของแลกเปลี่ยน”ผู้ชายตรงหน้าที่เป็นคนใจดีและอบอุ่นสัดคราบนั้นทิ้งเรียบร้อยไม่มีแล้วคนๆนั้น ชายหนุ่มก้มลงมาทำให้อกที่กระเพื่อมขึ้นลงแนบกับอกแกร่ง เสียงหอบครางกระเส่าดังถี่กระชั้นชิดข้างหูชานยอล สิ่งเบื้องล่างที่ตอดรัดชานยอลอยู่นั้นแทบทำให้ชายหนุ่มทนไม่ไหว
“ก็ง่ายๆจะอธิบายให้ฟัน..ฉันจะกลับไปก็ต่อเมื่อนายให้ร่างกายนี้กับฉัน และยอมฉันไม่ว่าฉันจะต้องการระบายที่ไหนเมื่อไหร่!!หึหึหึแค่นี้ทำได้รึป่าว!!”
“พี่ชานยอล!!นี่พี่พูดอะไรพี่รู้..อื่อ..ตัวรึป่าว”จงอินเบิกตากลมโตไม่คิดว่าพี่เขยจะร้องขอสิ่งนี้ออกมา
“รู้สิ..รู้ว่านายก็รู้สึกดี กับร่างกายของฉันเหมือนกัน อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่านายคิดยังไงกับฉัน”
“รักฉันใช่มั๊ย..”
เปรี้ยง!!!จงอินแทบจุกคอตายไม่คิดว่าความลับที่ปิดมาตั้งนานคนตรงหน้าจะดูออก
“พี่พูดอะไร ผมไม่รู้เรื่อง!!”จงอินสะบัดหน้าหนีสายตาคมที่ยิ้มพรายเจ้าเล่ห์
“อย่าปฏิเสษเลย..ตอนนี้นายก็ได้ในสิ่งที่นายต้องการแล้ว”
“อะไร?”จงอินหันหน้ากลับมาถาม
“ก็ฉันไง..แอบมองฉันตั้งนานคงอึดอัดแย่..อ่า”ชานยอลพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบทั้งที่ยังขยับรัวเร็วจนได้ยินเสียงเตียงสั่นกระทบกับพนัง
“อ่ะ อ่ะ..ผมไม่ได้แอบมองพี่ ไม่ได้รักดะด้วย!!”ผมพูดออกมาเสียงขาดๆหายๆหลับตาครางเงยหน้า เมื่อสิ่งนั้นกระแทกถูกจุดกระสัน มือน้อยๆเกาะบ่าคนเบื้องบนแน่น ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกหรืออะไรกันแน่ที่ทำให้ผม ปล่อยเสียงร้องและกระเด้งสะโพกเข้าหาพี่ชานยอล
“อื่อ..อ่ะ..”
“พิสูจน์มั๊ยละ..”พี่ชานยอลพูดขึ้นหลังจากที่เว้นช่วงไป
“ยังไง..อื่อ..”ผมครางรับแล้วก็ถูกพี่เขาจับให้ขึ้นมาอยู่ข้างบน
“นี่พี่จะทำอะไร..ให้ผมอยู่ข้างบนทำไม?”จงอินเอ่ยถามมองคนที่ทำหน้าตาบิดๆเบี้ยวๆอยู่ข้างล่าง ชานยอลเอื้อมมืออกมาบีบที่แก้มก้นของจงอินแล้วยกสะโพกของร่างบางขึ้นกระแทกลงมาแรงๆ จนร่างบางร้องครางเสียว
“ทีนี่รู้รึยังว่าจะทำอะไร..”ชานยอลยิ้มเจ้าเล่ห์มือยังบังคับร่างบางอยู่แบบนั้น ไม่นานร่างข้างบนก็สอดรับขย่มลงมาเองจนได้ยินเสียงครางเสียวของคนทั้งคู่
“ว่าแต่..ตกลงรึป่าวฉันจะยอมกลับไปแต่นายต้องให้ร่างกายฉัน?”ชานยอลเอ่ยกลับมาประเด็นหลักหลังจากที่ออกนอกเรื่องไปนาน
“อึ..อื่อ..ผะ..ผม..ตะ..อ่า..พี่ชานยอล..อื่อ..ผม..ตกลง..อ้า”ในที่สุดจงอินก็ปลดปล่อยออกมาก่อนคนร่างสูง ที่ทันทีที่คนร่างบางปลดปล่อยออกมาก็กลับมาคุมจังหวะเอง ยกยิ้มพอใจที่ได้ยินเสียงครางหวานหูที่ร้องขึ้นด้วยความต้องการก่อนจะปล่อยน้ำเหนียวข้นออกมาหลังจากที่พุ่งถึงจุดสูงสุดของอารมณ์
“นายตกลงแล้วนะ..อย่าลืมละว่าร่างกายนี้เป็นของฉัน!!”ชานยอลกระซิบข้างหูไม่รู้ว่าคนข้างๆจะรู้สึกตัวหรือไม่ แต่ทุกอย่างทุกการกระทำที่ทำไปเขารู้สึกตัวมีสติทั้งหมด
พี่ขอโทษจงอิน..พี่ไม่รู้ว่าจะครอบครองนายยังไง....

2013-09-23

MY BROTHER 14

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]

14





“เฮ่ย!!มึงจะไม่กลับบ้านจริงๆหรอว่ะ? ป่านนี้เมียมึงคงกลับมาจากเกาะนั่นแล้ว มึงน่าจะไปดูเมียมึงหน่อยถึงเมียมึงจะ...”ฮิมชานที่กำลังนั่งบังคับพวงมาลัยอยู่ฝั่งคนขับเอ่ยถามคนที่นั่งเหม่อลอยไม่พูดไม่จามาตั้งแต่ไปรับที่ท่าเรือแล้ว ได้ยินแต่เสียงถอนหายใจของเพื่อนที่สายตาไม่จับจ้องกับสิ่งใด ตอนนี้พวกเขาอยู่ในโซลแล้วและกำลังเคว้งคว้างที่สี่แยกไฟแดง จุดมุ่งหมายที่จะไปเจ้าตัวยังไม่บอก




“กูไม่กลับ!! ไปที่คอนโดกู!!”แทบจะเป็นเสียงตะคอกฮิมชานสะดุ้งนิดๆที่อยู่ๆชานยอลก็ตอบออกมา แต่ก็พยักหน้ารับเพราะรู้ว่าเป็นที่ไหน เลยเหยียบคันเร่งออกไปหลังจากที่สัญญาณเปลี่ยนเป็นสีเขียว












“จองอา ค่อยๆเดินนะลูก เดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงแผล”จองมีเอ่ยขึ้นขณะเดินประคองลูกสาวเข้ามาในบ้านเกิดที่เคยอยู่ จองอามองรอบตัวดูทุกๆสิ่ง มองดูทุกๆอย่างในตัวบ้านที่ไม่ว่าจะจากไปนานแค่ไหนแต่หล่อนก็รู้สึกเหมือนเดิม รูปถ่ายในตอนเด็กๆก็ยังอยู่ที่โต๊ะมุมห้อง บรรยากาศของความอบอุ่นที่หล่อนเคยได้รับจากพ่อแม่ก่อนที่จะจากไปเรียนต่อในเมืองก็ยังหอมอบอวลไปด้วยความรัก แต่หล่อนไม่ได้ถวิลหาความอบอุ่นความรักแบบนี้แต่สิ่งที่หล่อนต้องการคือ ชานยอล คนที่จะมาเติมเต็มทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเธอ แล้วตอนนี้..ชานยอล อยู่ที่ไหนละ? คนที่เคยส่งยิ้มให้กัน มอบถ่ายอ้อมกอดในวันที่เหน็บหนาว และคอยเป็นกำลังใจในยามที่เหนื่อยล้า เพียมพร่ำบอกคำว่ารัก..รักหล่อนสุดหัวใจ ตอนนี้มันหายไปแล้วเพราะน้ำมือของหล่อนเอง









“แม่ ̴”จองอาแค่คิดน้ำตาก็ไหลออกมาโผเข้ากอดมารดาแล้วสะอื้นฮักตัวโยน ตลอดเวลาที่ผ่านมาหล่อนไม่เคยเสียใจถึงขั้นนี้มาก่อนเลย ชีวิตที่ผ่านมาของเธอเองได้รับแต่ความสมบูรณ์แบบและมีคนเอาใจใส่มีความสุขท่ามกลางดงดอกไม้ของความรัก มีคนรักและชีวิตที่เพียบพร้อมแต่ทุกอย่างก็ทลายลง






โกรธ..โกรธตัวเอง..เกลียด..เกลียดร่างกาย..ที่มันไม่รักดี..ที่ทำลายความไว้ใจความเชื่อใจของคนอีกคนหนึ่งไปจหมดสิ้น..ถ้าจะทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมคงไม่ได้อีกแล้ว...














“จะให้กู เอาของๆมึงวางไว้ไหนไอชาน?”ฮิมชานเอ่ยถามขึ้นขณะแบกกระเป๋าเป้ใบย้อมที่เจ้าตัวไม่คิดว่าจะแบกมันขึ้นมาเองเลยสักนิด พอรถจอดก็เปิดประตูลงไปอย่างกับหุ่นยนต์เดือดร้อนเขาต้องเอาขึ้นมาให้
ภายในห้องคอนโดหรูอีกแห่งที่ชานยอลซื้อไว้ก่อนที่จะแต่งงานบอกว่าเพื่อจะใช้ที่นี่ไว้มาพักสมองคิดงานแต่เขาก็ไม่เคยเห็นชานยอลจะมาใช้ที่นี่จริงๆสักทีเพราะพอกับจากงานที่บริษัทเพื่อนคนนี้ก็ตรงดิ่งกลับบ้านทันทีเพราะความรักเมียคิดถึงเมียเมื่อก่อนพร่ำเพ้อให้เขาฟังถึงเรื่องราวรักที่หวานฉ่ำ แต่ไหงมาเป็นแบบนี้ได้ คิดแล้วก็น่าเห็นใจที่เมียที่คิดว่าดีมาตลอดจะมาหักหลังเล่นชู้สวมเขาให้อย่างไม่รู้ตัว










“แล้ว..มึงจะอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่?กูว่ามึงหนีปัญหาแบบนี้ตลอดไปไม่ดีหรอกนะเว้ย มึงน่าจะไปเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่อง”ผมบอกมันให้มันคิด มองดูมันที่กำลังนอนหัวพิงกับพนักพิงโซฟาดวงตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใส ไม่รู้ว่ามันจะสนใจฟังผมพูดกับมันบ้างรึป่าว









“ไม่พูด ไม่เคลียร์อะไรทั้งนั้น มึงออกไปได้แล้ว กูอยากอยู่คนเดียว และห้ามบอกใครเด็ดขาดว่ากูอยู่ที่นี่!!!”ไอชานยอลมันว่าขึ้นทั้งๆที่ตามันยังยู่ที่เดิม ผมอยากตั๊ดหน้ามัน นี่ผมไปรับมันกลับมานะไหงมันมาไล่ผมอย่างกับหมูหมาแบบนี้มันจะมากเกินไปแล้ว แต่ก็ก็เอาเถอะผมเข้าใจอารมณ์ของมันคราวนี้ผมยกให้








“เออ!!เรื่องของมึงอยากทำอะไรก็ทำ แต่เรื่องงานเอาไง กูบอกตามตรงถึงมึงจะอยู่ในสภาพแบบนี้แต่ก็ใช่ว่าจะพิการทำอะไรไม่ได้”ไอชานยอลมันเงียบไป ผมรอฟังคำตอบของมันนานพอสมควรก่อนที่มันจะตอบผม











“จะยากห่าอะไร มึงก็หอบมาให้กูที่นี่ก็สิ้นเรื่อง แค่นี้ใช่มั๊ยงั้นก็ออกไปได้แล้ว”มันตอบเสียงเรียบนิ่งแต่ก็เอาผมต้องหุบปากฉับเดินกระแทกเท้าปึงปังออกไปด้วยความไม่พอใจ






หลังจากที่ฮิมชานกลับไปแล้วผมก็นั่งทอดตัวอยู่แบบนั้น มองตะวันค่อยๆลาลับขอบฟ้าไปกลายเป็นสีดำสนิททั่วนภา ไฟตึกรามบ้านช่องสว่างไสวเป็นวิวทิวทัศน์ที่น่าดูชม แต่สำหรับชานยอลแล้วไม่มีสิ่งไหนจะทำให้จิตใจที่มืดมนไปแล้วของเขาสว่างขึ้นมาได้








ไม่มี..











“นั่นแกไปไหน จงอิน?!!”ผมหันไปทางเสียงเรียกที่ดังขึ้นจากบนบ้านขณะที่ผมกำลังจะเดินออกจากบ้านไป หยุดเดินแล้วหันหลังเหลียวมองขึ้นไปด้านบน









“ผมจะออกไปข้างนอกครับ ไปหาเพื่อน”ผมเลือกตอบออกไปตามความเป็นจริง มองใบหน้าที่ดูหม่องคล่ำของมารดาที่ผ่านการอดหลับอดนอนมาหลายคืน








“อะไรนะ!!นี่พี่แกป่วยขนาดนี้ยังจะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกอีก ฉันไม่ให้แกไป!!”








“แต่ผม../ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ให้แกไป หรือว่าแกจะขัดคำสั่งฉัน ถ้าแกก้าวเท้าอีกเท้าเดียว ฉัน จะ ให้ แก ออก จาก ที่ นี่ ไป แบบ ถาวร!!แกเลือกเอาก็แล้วกัน”









“แม่!!”ผมพูดออกมา ดวงตาทั้งตัดเพ้อและอ้อนวอนผมแค่จะไปเอาชีทงานกับซึงโฮที่เพิ่งโทรมาบอกแต่หัวค่ำเพราะมันเกี่ยวกับวิชาที่สอบ ถ้าผมพูดแบบนี้ออกไปแม่จะเชื่อผมหรือป่าว?










“กลับขึ้นบ้านไปสะ ขึ้นไปดูแลพี่แกฉันจะออกไปทำธุระ”แม่บอกผมแค่นั้นก่อนจะเดินหายไป ผมถอนหายใจด้วยความเซ็งจิต ก่อนจะก้าวเดินขึ้นบนบ้านตรงไปยั่งห้องพี่จองอาตามคำสั่ง









“ใครน่ะ?”









“ผมเองพี่จองอา แม่ให้ผมมาดูแลพี่”ผมว่าออกไปก่อนจะนั่งลงกับเก้าอี้ข้างๆเตียงมองร่างผอมบางของพี่จองอาที่นอนตะแคงหลังให้ผม









“มาดูแลทำไม พี่ไม่ได้เป็นคนป่วยหนักมากขนาดนั้นสักหน่อย”พี่จองอาเอ่ยทั้งน้ำเสียงสั่นเครือผมรู้ว่าพี่จองอาก็แค่แกล้งพูด เพื่อให้ดูว่าตัวเองเข้มแข็ง











“พี่ไม่ต้องทำตัวเองว่าเข้มแข็งหรอก ตราบใดที่พี่ยังแอบร้องไห้เสียใจอยู่คนเดียวแบบนี้ พี่ร้องไห้เสียใจไปพี่คิดหรอว่าพี่ชานยอลจะกลับมา พี่อย่าลืมสิว่าพี่เป็นคนผิด มันก็สมควรแล้วที่พี่ชานยอลจะทิ้งพี่ไป”ผมยังได้ยินเสียงสะอื้นที่มันดังหนักขึ้นๆจนเป็นเสียงร้องไห้ในที่สุด ถึงคำพูดของผมจะทำร้ายจิตใจของพี่สาวมากเท่าไหร่ แต่ผมก็อยากให้พี่จองอาได้คิดว่าบางทีน้ำตาอาจจะไม่ช่วยอะไรได้นอกจากตอกย่ำแผลเก่าอยู่แบบนั้น โทษตัวเองให้จิตใจตกต่ำแล้วแบบนี้จะเสียใจไปทำไมมันไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นสักนิด รังแต่จะทำร้ายตัวเอง







“พอได้แล้ว!! ฮึก!! พี่ไม่อยากฟัง!! ใช่!!พี่ไม่เข้มแข็งแล้วไง..ถึงชานยอลจะไม่กลับมา แต่นี่ก็เป็นทางเดียวที่จะปลดปล่อยความรู้สึกเจ็บ อัดอั่นตันใจที่มีออกมาได้ นายไม่มาเป็นพี่นายไม่เข้าใจหรอก จงอิน!!!..ฮึก ฮื่อ.. ”ผมหยุดอยู่กับที่มองดูร่างของพี่สาวที่กระโจนลุกขึ้นนั่นหลังจากที่เราปะทะอารมณ์กันไปเมื่อกี้นี้ นั่งกอดเข่าซบใบหน้าลงกับหัวเข่าสะอื้นไห้จนเสียงก้องห้องนอนชัดเจน











“นาย ออกไปสะจงอิน พี่ขออยู่คนเดียวเถอะนะ พี่ขอร้อง..”พี่จองอาหยุดเสียงสะอื้นได้แล้วแต่ก็ยังร้องไห้อยู่ ผมกรอกตาขึ้นฟ้ายับยั่งน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาเช่นกัน มองดูพี่สาวครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป พอดีกับที่เสียงรถของพ่อกับแม่ออกไปข้างนอกด้วย ผมจึงตัดสินใจที่จะออกไปข้างนอกตามที่ได้ตั้งใจไว้











“เฮ่ย จงอินทางนี้!!”ผมหันไปตามเสียงเรียกก็เจอไอซึงโฮกำลังกวักมือเรียกผมไวๆให้เดินไปหามันที่โต๊ะติดกับฟอล์เต้นของผับ เสียงบีทหนักๆที่ดังแสบแก้วหู คละคลุ้งกลิ่นควันบุหรี่กลิ่นเหล้าเหม็นอบอวลผสมปนเปกันชวนให้มึนงง ถึงจะรู้สึกไม่คุ้นชินแต่ผมก็ฝืนเดินผ่ามันเข้าไปหาเพื่อนสนิทในคณะอีกคนจนได้











“ไงมึงกว่าจะมา ทำไมไม่มาตอนผับเลิกเลยละ?”มันเอ่ยถามผมเสียงทะเล้นผมไม่รับมุกตอบมันมันเลยหุบปากแล้วโยนกองชีทที่วางข้างโต๊ะของมันมาให้ผม











“อ่ะ มึงเอาไปอ่าน ทีแรกกูจะฝากไอจีโอมาแหละแม่งกูเพิ่งรู้ว่ามึงกับมันไม่ถูกกันแล้วเพราะแย่งผู้ชายคนเดียว”ผมหันควบมันว่าอะไรนะ!!









“เดี๋ยวเมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ พูดมาใหม่ดิ?”ผมเกือบสำลักเหล้าที่ไอซึงโฮมึงยื่นมาให้ผมดื่ม














“เอ่า..มึงออกจะดังไอจีโอก็ด้วยเรื่องที่แย่งลู่หานไง”ผมกับถึงบางอ้อที่แท้ก็เรื่องนี้เองที่มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง








“เฮ่ยมันไม่ได้เป็นอย่างที่มึงว่าเลยสักนิด กูไม่ได้แย่งลู่หาน มึงไปเอามาจากไหนว่ะ..มั่ว!!”







“เอ่า..ก็เขาลือกูก็ว่าตามนั้นแล้วจริงๆมันเป็นยังไงอ่ะ?”มันทำหน้าสงสัยได้หน้าตลกมากจนผมอดหัวเราะไม่ได้








“เอาเถอะ กูขี้เกลียดเล่าขอบใจมากเรื่องชีท กูขอตัวกลับละ”ผมบอกลามันอย่างทันท้วงทีผมไม่อยากอยู่นานก็จะอะไรสะอีกละถ้าผมจะบอกว่าผมคออ่อนถ้าเกิดผมเมาขึ้นมาคงแย่แน่ๆ







“เอ่าไม่บอกก็ไม่บอกว่ะ!!เออ..กลับดีๆละ ถ้ามีอะไรอีกเดี๋ยวกูโทรไปบอก”มันทิ้งท้ายผมรีบเดินจ่ำๆออกไปให้เร็วที่สุด มาเดินทอดน่องไปตามทางฟุตบาทในค่ำคืนที่อุณหภูมิรู้สึกจะต่ำลงเป็นพิเศษเสื้อผ้าตัวบางๆที่ผมใส่ออกมาเดินข้างนอกมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ความหนาวเย็นเริ่มทำให้หมอกตกลงมาจนผมเริ่มฟุดฟิดจมูกเมื่อรู้สึกว่าน้ำมูกไหล












“ฮัดเช่ย!!!”ผมจามออกมาใช้หลังนิ้วชี้สีจมูกไวๆพลันหูก็ไปได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเข้า เสียงเหมือนกำลังเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง เหมือนคนกำลังมีเรื่องกันลอยออกมาจากในตอกข้างหน้า








“อวดเก่งนักนะมึง!!”










“ตายสะเถอะ..ย๊า!!!”





“หยุดนะ..นั่นพวกแกจะทำอะไรน่ะ?!!!”ผมวิ่งเข้าไปก็เจอกับชายนิรนามกำลังถูกซ้อมจากกลุ่มคนขนาดย่อมๆอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนที่พวกนั้นจะลงหมัดไปที่ท้องของชายหนุ่มที่ถูกหิ้วปีกทั้งสองแขนใบหน้าที่มุมปากที่เห็นเพียงบางส่วนเปื้อนเลือดมีบาดแผลก้มหน้าไม่รู้สึกตัวอะไร











“ไอ่น้องอย่าแซหาเรื่องใส่ตัวดีกว่า ออกไปสะ!!”หนึ่งในเลวนั้นหันมาพูดกับเขาพร้อมกับใบหน้าเหี้ยมโหดขัดอารมณ์ที่ผมเข้ามาขวาง








“ฉันไม่ได้อยากแซหาเรื่อง แต่ที่พวกแกทำมันไม่ถูกต้อง รู้จักมั๊ยหมาหมูนะ ฉันยอมไม่ได้หรอก!!”ผมพูดเสียงเคร่งเครียดกราดสายตามองกลุ่มคนที่มายืนรายล้อมผมแล้ว













“หึ!!อวดเก่ง!!”








“เฮ๊..อะไรนะ!!”ผมร้องถามขึ้นเมื่อวลีที่ไม่ได้ถูกเอ่ยขึ้นจากกลุ่มคนตรงหน้าแต่เป็น..มาจากผู้ชายคนนั้น











“มึงหุบปากซะ ใครที่มักแกว่งเท้าหาเสี้ยนมันต้องได้รับบทเรียนเพื่อจะได้ไม่ซ่าคิดอยากทำอีก”









“จับตัวมันไว้!!”









“อย่านะ!!”ผมร้องลั่นเมื่อพวกมันบางส่วนกรู่กันเข้ามาหาผมแต่ก็ต้องหยุดชะงักลงจากเสียงด้านหลัง












“เฮ่!!เรา..ลืมไปแล้วหรือไง ฉันต่างหากเป้าหมายพวกแก หมอนั่นไม่เกี่ยว!!”ชายคนนั้นยังพูดทั้งๆที่ยังก้มหน้าผมมองจดจ้องไปยังผู้ชายคนนั้นมองดูรูปลักษณ์ที่คุ้นแสนคุ้น การแต่งตัวในเสื้อแขนยาวคอปรกกับกางเกงยีนสีซีดเท่านั้นที่เท้าสวมแค่รองเท้าผ้าใบธรรมดาออกจะเก่าๆจนดูเหมือนผู้ชายธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำทั่วไป

















“หึ..ขอบใจที่ยังเตือนสติกันอยู่ แต่คิดหรอว่าแกจะรอดน่ะห๊ะ!!”มันขยุ้มผมของชายคนนั้นขึ้นมาแต่เพียงแค่แปปเดียวร่างของชายเลวคนนั้นก็ลอยหวือขึ้นจากพื้นตกลงไปนอนกองที่พื้นเบื้องล่าง ทำเอาทั้งกลุ่มมองตาค้างผมก็เช่นกันจากชายที่ไม่มีเรี่ยวร่างก็ลุกขึ้นมาต่อสู้อัดร่างของกลุ่มคนเลวพวกนี้ไปทีละคนโดยที่ผมมองดูเหมือนภาพมันสโลว์โมชั่น มองช่วงขายาวๆปัดป่ายสอยปรายค้างจนเลือดกบปาก หมัดหนักๆที่ชกใส่หน้าเจ้าพวกนั้นไปช่างหนักหน่วงรุนแรง แขนที่อุดมไปด้วยหมัดกล้ามขึ้นเป็นลำดูแข็งแกร่งอบอุ่นคล้ายๆกับ.....












“ตุบ!!!”เสียงกระแทกดังขึ้นทำเอาจงอินที่ยืนตกในภวังค์ของตัวเองให้หลุดออกมา แค่เพียงไม่ถึงสามนาทีชายชั่วพวกนั้นก็นอนกองกันตามพื้นระเนระนาด และชายคนที่เขาจะมาช่วยก็กำลังจะเดินออกไปเงียบๆถ้าเขาไม่เห็นก่อน









“คุณ!!!!”








“เดี๋ยว..นี่ ได้ยินที่ผมเรียกรึป่าว..คุณ!!”ผมทั้งตะโกนเรียกและวิ่งตามแต่ก็ไม่ทันเมื่อชายคนนั้นหายไปในความมืด











“แกร่ก!!”ความรู้สึกของผมเหมือนเหยียบอะไรเข้าสักอย่างผมจะก้มลงมาดูที่เท้าแล้วหยิบสิ่งนั้นขึ้นมาดูแล้วผมก็พบเข้ากับ....

















..สร้อย..สร้อยที่มีแหวนวงนั้น..




2013-09-23

MY BROTHER 13

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]


13








“ชานยอลอย่าทิ้งฉันไป...ฮึก!!!!!”ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาในกลางดึกพร้อมกับแสงไฟของห้องที่สว่างขึ้นจากฝีมือของพ่อที่กดเปิดสวิตช์ไฟ แม่เข้าไปหาพี่จองอาที่อยู่ๆก็ร้องขึ้นมาคล้ายคนระเมอแล้วดวงตาที่หลับอยู่ของพี่จองอาก็เหมือนกับมีน้ำใสๆไหลออกมาช้าๆ






...พี่จองอากำลังร้องไห้...








แม่ก็ร้องไห้สะอื้นเบาๆแล้วก็ถูกพ่อรวบเข้าไปกอดมันเป็นอีกคืนที่พี่จองอายังไม่ฟื้น หมอบอกว่าที่พี่จองอาฟื้นช้าอาจจะเป็นสภาพจิตใจที่ถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงทำให้จิตใต้สำนึกบอบช้ำสั่งตัวเองไม่ให้ฟื้นขึ้นมาเผชิญกับความเป็นจริง













“จงอิน!!!”











“พี่คุณ..นี่พี่ยังไม่กลับไปอีกหรอ?”ผมหันมาตามเสียงเรียกด้านหลัง หลังจากที่ผมออกมาเดินเล่นตามโถงทางเดินของโรงพยาบาลในเวลาตีหนึ่งเศษๆ









“พี่กลับไม่ได้หรอก จองอาเป็นยังไงบ้างฟื้นรึยัง?”ผมซูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะปล่อยออกมาช้าๆแล้วส่ายหน้าเบาๆ พี่คุณพอได้เห็นคำตอบก็ถอยหลังชิดกับกำแพงดวงตาเม่อลอยเหมือนม่านคมมีหยาดน้ำอุ่นๆจะไหลออกมาด้วย







บางทีผมก็รู้สึกทึ้งที่พี่คุณจะรักพี่จองอาขนาดนี้ เห็นเหตุการณ์วันนี้แล้ว อดสงสารพี่คุณไม่ได้ที่ลำคอใบหน้าขาวใสของพี่เขายังมีรอยนิ้วมือทั้งห้านิ้วของแม่แดงอยู่เลย










“จงอิน...นายคิดเหมือนกับพี่รึป่าวว่าพี่คงจะเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด”พี่คุณพูดขึ้นมาลอยๆ ทำเอาผมต้องหันหน้าไปทางพี่เขาอีกครั้ง











“ไม่หรอกครับ..พี่ยังกล้าที่จะรักและกล้าที่จะเปิดเผยส่วนผม....ผมว่าพี่ทำแผลก่อนดีกว่ามะเดี๋ยวผมทำให้นะ”จงอินกำลังจะพูดออกมาก็ต้องหุบปากฉับแล้วเชไปเรื่องอื่น










“พี่ดูแย่ขนาดนั้นเลยหรอ..”












“ครับฮ่าฮ่าฮ่า..แม่ผมเนี่ยใช้ได้เลยนะเนี่ย”ผมหัวเราะแกๆนเป็นเหมือนการฝืนหัวเราะมากกว่าแต่พี่คุณก็รับมุกหัวเราะตอบผมเช่นกัน









“ผมพอมียาหม่องแก้ฟกช้ำเดี๋ยวผมทาให้นะที่หน้าพี่มันดูไม่ได้เลยบวมๆด้วยเดี๋ยวหมดหล่อ”ผมว่าแล้วจิ้มแก้มพี่คุณแหย่เล่นๆแต่พี่คุณนี่สิร้องว๊ากเลย













“ขอบใจจงอินมาเลยนะ ที่คอยพูดปลอบใจพี่แต่พี่ก็อยากบอกนะว่าพี่รักจองอาจริงๆ”







“ผมรู้..แต่พี่ฝ่าด่านของแม่ผมไปได้ก่อนเถอะ แต่ผมอยากรู้ว่าพี่รู้จักแม่ผมได้ยังไงพี่รู้มั๊ยว่าผมงงไปหมดแล้วเล่าให้ฟังหน่อยสิ?”ผมว่าแล้วทำแผลไปด้วย พี่คุณเงียบไปจนผมใจเสีย












“เอ่อ..นี่ผม..ถามมากไปรึป่าว?ผมขอโทษ!!”ผมว่าแล้ววางมือที่ทำแผลลง








“ไม่หรอก เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่ที่พี่กับจองอาเรียนอยู่มหาลัยแล้ว..”












“แล้วไงอ่ะ อย่าเงียบสิ”ผมอมลมเมื่อพี่เขาเงียบไป









“พี่กับจองอารักกันมากนะแต่เพราะตอนนั้นพี่อยู่ในคาบเพลย์บอยมั๊งชอบทำให้จองอาเสียใจบ่อยๆแล้วเราก็ทะเลาะกันบ่อยมากส่วนมากเรื่องที่ทะเลาะก็หนีไม่พ้นเรื่องพี่แอบมีกิ๊กหรือไม่ก็..ชอบผิดนัด”













“จริงดิ!!พี่เลวอ่ะ”ผมว่าอย่างไม่พอใจแต่พี่คุณก็ร้องเฮ่ยขึ้นก่อนเมื่อผมกำลังจะงอนแทนพี่สาว








“เฮ้ยเดี๋ยวๆอย่าเพิ่งดิฟังจบก่อน แต่พี่ก็รักจองอาจริงๆนะแต่มีครั้งนึ่งที่ทำให้พี่ต้องถอยห่างจากจองอาออกมาจริงๆและพี่ก็รู้สึกผิดมากผิดจนไม่น่าให้อภัย หลังจากที่จองอาพาพี่ไปที่บ้านไปรู้จักกับแม่ของจองอาหลังจากวันนั้นพี่ก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนมันบอกว่าน้องสาวของพี่ถูกไอพวกขี้ยาอีกแก๊งค์ที่พี่เคยไปท้าแข่งรถแล้วแพ้พี่ไว้มันจะมาเล่นงานพี่ถ้าพี่ไม่ไปแข่งรถกับมันอีกมันจะฆ่าน้องสาวพี่และของพนันที่มันอยากได้คือจองอาพี่ยอมรับนะว่าเคยพาจองอาไปสนามแข่งด้วยแต่ไม่รู้ว่านี่จะเป็นอันตรายสำหรับจองอาทีหลัง”













“อย่าบอกนะว่าพี่พาพี่จองอาไปจริงๆ...”ผมอ้าปากหวอไม่คิดว่าพี่คุณจะทำแบบนี้ แต่ก็นะยังไงก็ต้องช่วยน้องสาวก่อนอยู่ดีถึงจะเห็นแก่ตัวก็เถอะ








“ใช่!!แต่ยังไม่ทันเกิดอะไรขึ้น จองอาไม่รู้ว่าที่พี่พามาที่สนามแข่งเพราะอะไร แต่ตำรวจที่ไม่รู้ว่าโผล่มาตอนไหนเข้ามารวบตัวจบแก๊งค์ขี้ยาพวกนั้นจนไม่สามารถหนีไปไหนได้”













“แล้วพี่ละ..”ผมถามต่อเมื่อเรื่องใกล้ถึงจุดสิ้นสุด







“พี่บอกกับตำรวจไปว่าจองอาไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องการแข่งที่ ที่มาที่นี่เพราะถูกพี่หลอกมา พี่โดนจับจากนั้นแม่ของจองอาทันทีที่เห็นหน้าพี่ที่โรงพักท่านก็โกรธพี่มากและห้ามให้พี่ยุ่งกับจองอาอีกและทุกอย่างก็จบลงตั้งแต่วันนั้นที่พี่ไม่ได้เจอจองอาอีกเลย”เสียงพี่คุณหยุดลงพอผมเหลียวไปมองพี่คุณก็ร้องไห้ ผมมองพี่คุณแล้วอะไรไม่รู้ทำให้ผมต้องรวบพี่คุณเข้ามากอด กลายเป็นว่าเรากอดกันตัวพี่คุณสะอื้นแรงมากจนผมรู้สึกว่าบ่าของผมมันเปียกชื่นจากน้ำตาที่ไหลอาบแก้มลงมาของพี่คุณ















เพราะความรักทำให้คนอ่อนแอจริงๆ...
















ชายหนุ่มร่างสูงยืนมองดาวบนฟากฟ้าและพระจันทร์ที่ลอยเด่นอวดอ้าสีนวลให้แสงสว่างแก่ท้องฟ้าระยิบระยับจนดูคล้ายเพชรที่ส่องแสงอวดความงาม พรางใบหน้าที่ลอยแจ่มชัดในห้วงความคิดยังไม่เคยห่างหาย และเรื่องวันนั้นเขายังไม่ลืมและยังรับไม่ได้ที่ภรรยาอันเป็นที่รักและซื่อสัตย์มาตลอด?จะทำร้ายกันได้ลงคอได้แต่เจ็บแค้นอยู่ในใจที่เป็นคนโง่มาตลอด มือหนากำแน่นเมื่อภาพใบหน้าของภรรยาลอยเข้ามาพร้อมกับผู้ชายคนนั้นที่หลอกเขาได้ แต่แล้วความเจ็บแค้นก็ถูกกลั่นกรองออกมาเป็นหยาดน้ำตาไหลอาบสองแก้มหัวใจบอบช้ำจนความรู้สึกรักที่มีมากก็มลายหายไปตั้งแต่ได้ยินประโยคนั้น














...ใช่!!เด็กนั้นเป็นลูกของคุณ...














“พ่อหนุ่ม..ดึกขนาดนี้แล้วยังไม่เข้านอนอีกอย่างงั้นหรอเดี๋ยวก็ไม่สบายกันอีกหรอก”เสียงแหบแห้งโรยราของผู้เฒ่าประจำหมู่บ้านที่เอ่ยขึ้นมา ทำเอาชายหนุ่มหลุดออกมาจากภวังค์ต้องหันมามอง ดวงตาสีน้ำทะเลลึกที่จดจ้องที่หมู่ครื้นสำรวจตามเนื้อตัวของคนที่อยู่เบื้องหน้าที่สูงแค่หน้าอกของเขาเท่านั้นในมือถือไม้เท้าขดงอคำยันร่างกายไม่ให้ล้ม













“ผมนอนไม่หลับ!!”ชายหนุ่มบอกแค่นั้นก่อนจะหันกลับไปอีกครั้ง ชายสูงวัยมองไปที่แผ่นหลังกว้างของคนหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่มีแรงมีกำลังมากกว่า








“มีเรื่องไม่สบายใจอย่างนั้นรึ?คนเมืองกรุงอย่างเจ้าคงไม่คิดอยากมาเที่ยวที่ชนบทแบบนี้หรอก”เอ่ยอย่างรู้ทันแล้วเดินให้ไปยืนเทียบเคียงหนุ่มร่างสูง เสียงครื่นน้ำทะเลเซซัดขอบฝั่งจนแทบกลบเสียงพูด













“สมแล้วที่ท่านเป็นผู้เฒ่าหยั่งรู้ทุกเรื่อง แต่ผมคงบอกท่านไม่ได้ สำหรับการช่วยเหลือต้อนรับผมในวันนี้ขอบคุณมากถ้าผมกลับมาที่นี่อีกผมสัญญาว่าจะตอบแทนท่านอย่างงาม แล้วพรุ่งนี้ผมจะรีบกลับ”ชานยอลว่าแล้วจะเดินเข้าบ้านที่ปลูกอยู่ริมทะเลไปเดินผ่านผู้เฒ่าที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นแต่เสียงที่เรียกไว้ทำให้ชานยอลหยุดเดิน









“เดี๋ยวก่อนพ่อหนุ่ม ข้ามีเรื่องอยากจะบอกเจ้า..การหนีปัญหาไม่ใช่สิ่งที่ดีนักหรอกถึงเจ้าจะหนีได้วันนี้แต่ต่อไปเจ้าก็จะเจอเข้ากับมันอีกสักวันและจงใช้หัวใจชี้ทาง....”ประโยตหลังผู้เฒ่าเหมือนจงใจพูดย้ำหนักแต่ชานยอลก็ไม่สนใจฟังพอผ่านๆแล้วเดินเข้าไปบ้านไป


















“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้...เด็กน้อยข้าไม่ใช่เด็กทารกอมมือที่จะไม่รู้ว่าเจ้ากำลังสับสนเรื่องอะไร....”

















“ชานยอล..กรี๊ดดด!!!”











“แม่!!พ่อ!!”พี่จองอากรี๊ดออกมาสุดเสียง ดวงตาหวานสวยลืมขึ้นมองไปยังพ่อกับแม่ที่ถลาไปหาที่เตียงพี่จองอาฟื้นแล้ว รอยยิ้มของพ่อกับแม่ก็ปรากฏขึ้นแล้วแม่ก็เข้าไปสวมกอดพี่จองอา











“ฮึก..แม่คะ ชาน ชานยอลละคะแม่!!”พี่จองอาไม่สนใจอะไรเอาแต่พูดถึงพี่ชานยอลที่หายตัวไปไม่ยอมติดต่อมาแต่พอพี่จองอาเห็นแม่กับพ่อมองหน้ากันก็หันมาถามผม













“จงอิน..ชานยอลละ?!!”ใบหน้าหวานซีดเซียวมีความกังวลน้ำไหลตกลงจนเปรียกชื่นถ้าเป็นไปได้พี่จองอาคงอยากจะวิ่งลงจากเตียงแล้วมาถามผมเองถึงพื้นแต่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้เพราะแผลที่เกิดจากการกระแทก











“ผม..ไม่รู้ฮ่ะ”ผมส่ายหน้า ผมไม่รู้จริงๆว่าตอนนี้พี่ชานยอลอยู่ที่ไหนแต่พี่จองอาก็ไม่เลิกจะกระโดดลงจากเตียง ปากก็ร้องล่ำไห้จะออกตามหาพี่ชานยอล













“ชานยอลล..คุณอยู่ที่ไหน ชานยอลฉันจะตามหาคุณ!!”พี่จองอาตั้งท่าแต่ก็ทรุดลงกับพื้นพ่อกับแม่ร้องลั่นรีบเข้าไปอุ้มพี่จองอาขึ้นเตียง










“ปล่อยหนู!!ปล่อยหนูไป หนูจะไปหาชานยอล...ฮึก ฮื่อ..แม่คะ..ฮือออ”พี่จองอาอยู่ในอ้อมกอดของแม่กอดรัดพี่จองอาไว้แล้วพูดปลอบข้างหูแต่เสียงร้องของพี่จองอาก็ยังไม่สงบ














“ฮึก ฮื่อ แม่คะ ชานยอลไปไหน ชานยอลไปไหนหรอคะ..ฮึก”เสียงสะอื้นยังดังอยู่แต่คำถามที่เปร่งออกมาชั้นโรยราอ่อนแรง ผมมองภาพพี่จองอาแล้วน้ำตาไหลตามไมรู้ว่าจะบรรเทาบาดแผลลึกๆนี่ได้อย่างไรของพี่จองอามันสาหัตสากันจนเกินเยียวยา
















“ชานยอลออกไปข้างนอกลูกเดี๋ยวก็กลับมา อย่าร้องไห้เลยนะแค่นี้แม่ก็เจ็บจนจะขาดใจแล้ว โธ่ลูกแม่ช่างน่าสงสาร”จองมีเอ่ยโกหกเพื่อให้ลูกสาวหมดกัวลงวลแต่ก็มีปัญหาใหม่ที่ทำเอาไปไม่เป็นสักคน









“แม่คะลูกหนูยังปลอดภัยใช่มั๊ยคะ?”















“....?!!.....”เพียงได้ยินคำถามก็ทำเอาผมสะอึกเช่นกันแม่กับพ่อมองหน้าพี่จองอาแทบทันที














“เงียบทำไมละคะบอกหนูมาสิ?!!!”แทบเป็นเสียงตะโกนร้องพี่จองอาออกมาจากอ้อมกอดของแม่แล้วมองไปที่ทุกคน จนผมที่เห็นดวงตาของพี่จองอาที่ส่งมาก็หลบแทบไม่ทัน












“ฟังพ่อนะลูก จองอา...พ่ออยากให้ลูกฟังแล้วทำใจให้ดีๆ”พี่เริ่มพูดขึ้น แม่ร้องไห้อีกแล้วแต่ผมก็ไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปกอดท่าน













“พูดมาเถอะคะหนูอยากฟัง!!”จากเสียงที่อ่อนโหยโรยราก็แข็งกระด้าง











“ลูกแท้ง!!”













“ฮ่ะ!!!หนะ..หนู..ทะ..แท้..ง!!!”พี่จองอานิ่งค้างเมื่อได้ยินเป็นโยคของพ่อที่เอ่ยออกมาน้ำตาพี่จองอาไหลมือน้อยนำมาลูบที่หน้าท้องที่เมื่อก่อนยังมีเสียงดิ้นเสียงลมหายใจดังอยู่ในนี้



















“ไม่จริง!!ไม่จริง!!ไม่จริง!!ไม่จร๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงฮื่อออออออออออออออออ”












“จองอา!!!/จองอา!!!/พี่จองอา!!!”

















“ปล่อหนู!!!ฮึก ฮื่อ หนูอยากตายตอนนี้หนูไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่แล้ว ทั้งชานยอลก็ทิ้งหนูไปลูก..ฮึก..ก็ไม่อยากอยู่กับคนขี้บาปอย่างหนู หนูอยากตายยยย ฮื่อ...”
















“โธ่!!..จองอาถึงลูกจะไม่เหลืออะไรแล้วแต่ลูกก็ยังมีแม่มีพ่อนะลูกมีแม่ที่ยังรักลูกรักสุดหัวใจ...”แม่กอดพี่จองอาแน่นยึดร่างของพี่จองอาไม่ทำอะไรไม่ดีได้อีก ตัวของพี่จองอาเหมือนขี้ผึ้งลนไฟอ่อนยวบไม่มีแรงแม้จะยืน


















“แม่อยากให้ลูกรู้ไว้นะ..ว่าแม่รักลูกรักลูกคนเดียวจองอาลูกคือลูกรักของแม่!!!!!”เสียงที่ยังพร่ำบอกกระซิบอยู่เสมอๆตั้งแต่เด็กจนเติบใหญ่ผมได้ยินแม่พูดแบบนี้กับพี่จองอาแต่ทำไมผมถึงกับไม่ได้รับมันบ้าง

















...แม่ครับถ้าผมเป็นอะไรไปสักคนแม่จะปลอบผมแบบนี้รึป่าวครับ...



2013-09-23

MY BROTHER 12

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]


12











“จงอิน!!”ผมเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคย ร่างของบุคคลที่เริ่มเข้าสู่วัยชราช่วงแรกๆเอ่ยเรียกผมอย่างแตกตื่นท่านทั้งสองเดินเข้ามาหาผมโดยที่ใบหน้าของท่านแสดงถึงความกังวลใจจนเห็นได้ชัด












“พี่แกเป็นยังไงบ้างมันเกิดอะไรขึ้นนี่พ่อกับแม่รีบมาที่นี่เลยนะที่รู้เรื่อง..แล้วนี้ชานยอลสามีพี่แกไปไหน!!”ผมก้มหน้าไม่รู้ว่าจะอธิบายให้ท่านฟังยังไงมันหนักหนาจริงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไหนจะพี่เขยที่พอเกิดเรื่องก็หายตัวไปปล่อยให้ผมต้องแบกรับอยู่คนเดียว














“เงียบทำไมละพูดออกมาสิว่าคราวนี้แกทำอะไรพี่แกอีกห๊าจงอิน!!!/คุณ!!ใจเย็นๆหน่อยสิความรู้สึกของลูกตอนนี้ก็ไม่ต่างจากเรานักหรอกนะ”เป็นพ่อที่เข้ามาดึงแม่ออกไปจากผมแม่ดูอิดโรยและขอบตาบวมช้ำน้ำเสียงสั่นเครือบ่งบอกได้ว่าตลอดเวลาที่เดินทางมาที่นี่แม่ดูจะเป็นห่วงพี่จองอามากและเสียใจจนร้องไห้หนักขนาดนี้















“คุณอย่ามาห้ามฉัน!!ลูกคุณมันไม่ดี แค่พี่ในไส้ยังดูแลให้ดีไม่ได้ แกอิจฉาพี่แกใช่มั๊ยที่ฉันรักพี่แกมากกว่า....ฮื่อออ”แล้วแม่ก็ปล่อยโฮ่ออกมาฟุดลงตรงนั้นหน้าพื้นห้องฉุกเฉินจนพ่อต้องเข้าไปพยุงแม่ขึ้นมา ส่วนผมก็ก้มหน้าไม่ตอบโต้อะไรผมจะทำอะไรได้ละครับสถานะของผมตอนนี้มันทำอะไรได้อย่างนั้นหรอแค่จะแก้ตัวให้ดูดียังทำไม่ได้เลย










“ใครเป็นญาติคนไข้ครับ?”เสียงหมอถามขึ้นหลังจากที่เปิดประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกมาทำให้คนที่ถลาไปหาหมอเป็นคนแรกก็คือพ่อกับแม่ของผม














“ฉันคะฉันๆเป็นแม่ของแกเกิดอะไรกับลูกสาวของฉันคะแล้วเป็นอะไรมากหรือป่าว?”แม่ผมเอ่ยถามหมออย่างรัวๆมือของท่านถูกกุมไว้ด้วยมือของพ่อเป็นเชิงปลอบใจและให้กำลังใจกัน ส่วนผมก็ยืนอยู่ห่างๆรอฟังคำอธิบายของหมอ














“เอ่อ..ตอนนี้แม่ปลอดภัยแล้วนะครับ”เพียงเท่านั้นก็ทำให้บรรยากาศที่อึมคึมกลับมาสดใสแม่ของผมยิ้มดีใจจนเห็นริ้วรอยที่ผ่านโลกมานาน แต่ท่านก็ต้องหุบยิ้มลงอีกเมื่อประโยคถัดมาของหมอ







“แต่!!เด็กในท้อง..หมอต้องเสียใจด้วยที่ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้ซึ่งแปลว่า..ลูกคุณแท้งครับ!!”
















“ว่าไงนะคะหมอ ไม่จริงใช่มั๊ย?นี่ลูกฉัน ลูกฉันแท้งหรอเนี่ยฮื่อ..ฮึก..โธ่จองอาลูกแม่!!”











“คุณ!!/แม่ครับ!!”ผมถลาเข้าไปคว้าตัวแม่เอาไว้เมื่อแม่ของผมท่านทรุดลงกับพื้นอีก เสียงสะอื้นและหยดน้ำตาที่ไหลลงมาจากดวงตาสองข้างของท่านมันบาดลึกเข้าไปถึงหัวใจของผม ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นด้วยทำไมต้องต้องเกิดการศูนย์เสียกับครอบครัวของผมเป็นเพราะว่าผมเป็นต้อนเหตุอย่างนั้นหรอ..














....ผมคือต้นเหตุสินะ....























“คุณพักก่อนก็ได้คุณนั่งเฝ้าไข้ลูกมาทั้งวันแล้วนะพักบ้างให้จงอินดูแลต่อเถอะ”พ่อผมเดินเข้าไปหาแม่ที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียงที่พี่จองอานอนไม่ได้สติอยู่ ใบหน้าของแม่ที่เมื่อก่อนมีแต่เสียงหัวเราะและรอยยิ้มบัดนี้กับหม่นหมองทำให้บรรยากาศในห้องดูเงียบเชียบ
















“ให้มันน่ะหรอดูแลฉันกลัวว่ามันจะฆ่าลูกฉันสิไม่ว่า!!”









“คุณ!!..นั่นลูกเรานะคุณพูดแบบนี้ได้ยังไง?”ผมกัดริมฝีปากแน่นข่มอารมณ์น้อยใจไว้ในส่วนลึกไม่พยายามเอาคำพูดต่างๆทำให้ตัวเองรู้สึกไม่ดีเพราะถึงยังไงท่านก็คือแม่ของผม

















“แกออกไปเลยนะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก๊!!”แม่วิ่งเข้ามาทุบตีผมจนพ่อต้องเข้ามาขวางแล้วออกปากให้ผมรีบออกไปจากที่นี่ ผมพยักหน้ากลั่นหยดน้ำตาแล้วลุกเดินออกไปช้าๆโดยที่มีเสียงของแม่โวยวายอยู่เบื้องหลัง















“แกมันลูกเลว ฮื่อออ ฉันเกลียดแก แกออกไปเลยนะแล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าแกอีก!!”














ผมเดินบันไดขึ้นมาชั้นบนสุดของตึกที่เป็นชั้นดาดฟ้า เหลียวมองออกไปด้านนอกเห็นวิวของเมืองยามบ่ายที่วันนี้รู้สึกว่าฝนเพิ่งหยุดตกไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อนกับท้องทะเลที่อยู่ไกลสุดลูกหูลูกตาถ้าห่างจากโรงพยาบาลในเมือง สายลมพัดเอื่อยมาตามอากาศวีดหวิวบาดเนื้อกายของผมจนรู้สึกเหน็บหนาว เหน็บหนาวไปถึงขั่วหัวใจจนต้องโอบกอดร่างกายตัวเองไว้ในหัวพยายามวาดภาพคิดถึงสัมผัสจากใครสักคนที่เลื่อนลอยอยู่ในความคิดความทรงจำที่เป็นเหมือนอากาศธาตุไม่มีอยู่ไม่มีจริง คุณเคยรู้สึกเคว้งคว้างไม่มีใครหรือป่าวครับจะมองไปทางไหนก็เหมือนเราโดดเดี่ยวอยู่คนเดียวไม่มีที่พึ่งมืดมิดแม้แต่แสงสว่างก็ไม่มีผมรู้สึกเป็นเช่นนั้น... เหม่อมองออกไปคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาและคิดถึงใครบางคนที่หายไป














“ลูกโอเคนะจงอิน พ่อเดินตามหาลูกแทบทั่วโลกพยาบาลแหนะมาอยู่นี่เอง”ผมหันไปตามเสียงอบอุ่นที่เอ่ยเรียกด้านหลัง แล้วก็เจอกับบุพการีที่ดูแลอบรมเลี้ยงดูผมมาจนเติบใหญ่คนที่ชี้แนะความถูกต้องให้กับผมและไม่ให้ผมทำบาป













“ครับ!!ผมไม่ได้เป็นอะไรแล้วผมโอเคแล้วแม่ละครับพ่อทิ้งแม่มาแบบนี้ได้ไงตอนนี้แม่ควรมีพ่ออยู่ด้วยมากที่สุด”ผมท้าวแขนกับราวปูนที่กั่นไว้กันตกลงไปพ่อผมก็เดินมาหยุดตรงจุดที่ผมอยู่เช่นกันเหลียวมองออกไปด้านนอกสายตาไม่จับสิ่งได้เป็นพิเศษ
















“แม่แกก็เป็นแบบนี้แหละแกอย่าโกรธแม่แกละจงอิน”












“ทำไมผมต้องโกรธด้วยละครับผมเข้าใจทุกอย่างดีว่าเพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้”














“ดีแล้วละที่แกเข้าใจแม่แก พ่อเชื่อว่าแม่แกคงเป็นห่วงแกเท่าๆกันกับห่วงพี่สาวแกแต่เพราะแกสามารถดูแลตัวเองได้ทำให้แม่แกไม่รู้สึกเป็นห่วงแกเท่าไหร่และพ่อหวังว่าแกจะเข้มแข็งและเป็นตัวของตัวเองอย่างนี้ต่อไป”พ่อผมเข้ามาโอบที่บ่าของผมแล้วตบเบาๆเราสองคนพ่อลูกมองหน้ากันแล้วเผลอหลุดยิ้มออกมานานแค่ไหนแล้วนะที่ผมไม่ได้อยู่ในอ้อมกอดอุ่นๆของพ่อไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่ให้กำลังจะและหวังดีของพ่อ
















“แกต้องเข้มแข็งและดูแลพี่แกให้ดีที่สุด!!”











“ครับผมให้สัญญาว่าผมจะดูแลพี่จองอาให้ดีที่สุด!!”แต่พอมาถึงประโยคนี้ผมชักไม่แน่ใจ ดูแลให้ดีที่สุดอย่างนั้นหรอบางทีผมก็ไม่อยากรับปากเพราะผมก็ไม่รู้ว่าผมจะทรยศหักหลังพี่สาวตัวเองได้ตอนไหน






















“เฮ้ยมาดูทางนี้เร็วววววมีคนนนตายอยู่บนเรือ!!!!!”เสียงระโกนร้องกู่ก้องไปทั่วหาดชาวประมงที่กำลังจะตรวจสภาพเรือหันมาสนใจกับเสียงร้องของเพื่อนรีบวิ่งมาดูอย่างตื่นตระหนก














“ไหนๆเฮ่ยจริงๆด้วยมาดูเร็วพวกเรา”แล้วจากสองสามคนก็กลายมาเป็นสิบี่สิบคนแต่ก็ไม่มีใครคิดจะสนใจเปิดผ้ายางที่คลุมเรือไว้ออกเห็นเพียงขายาวเท่านั้นที่โผ่ลผ้ายางคลุมเรือออกมา















“อ้าวววทุกโคนนนหยุดดดดหยุดเถียงกันก่อนนนนไหนเปิดทางให้ฉันเข้าไปดูหน่อยสิ”เสียงผู้เถ้าของหมู่บ้านร้องแหวกเสียงชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นทำให้ที่แถวนั้นเงียบเสียงลงเปิดทางให้อย่างว่าง่าย















“ผูเถ้าดูนี่สิมีคนนอนตายในเรือไออู๋ฉางไม่รู้ว่าใคร”เสียงชาวบ้านที่อยูใกล้ผู้เถ้าว่าขึ้นก่อน แล้วก็มีเสียงถกเถียงกันอีกครั้ง ผู้เถ้าประจำหมู่บ้านหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง















“อีซุนไปเปิดดูซิ”เสียงคำสั่งแหบๆดังขึ้นทำให้ลูกศิษต์ที่ชื่ออีซุนต้องเข้าไปเปิดออกตามคำสั่งอย่างกล้าๆกลัวๆ ทุกคนต่างลุ่นละทึกสายตาจับจ้องไปที่ร่างที่นอนพาดยาวในผ้ายาง
















“เฮ่ยยย คนนนนนนน”ผ้ายางถูกเปิดออกปรากฏเป็นร่างของชายหนุ่มหน้าคมเข้มสูงยาว ข้างกายมีขวดเบียร์มากมายวางกองทิ้งไว้ระเนระนาดผมเผ้ารุงรังหลับหมดสติไม่ได้ตายอย่างที่ชาวบ้านเข้าใจ












“เข้าไปปลุกสิ”เสียงสั่อีกครั้งเด็กน้อยยื่นมือเข้าไปแล้วเขย่ามือที่วางพาดอยู่ที่บ่าเบาๆ จนคนที่หลับไปเพราะพิษเหล้างัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง
















“เอื้อก ที่นี่ที่ไหน เอื้อก”เสียงเหร่อเหม็นๆคุ้งกลิ่นเหล้าทำให้คนในบริเวณนั้นต้องปิดจมูกไปตามๆกัน














“ที่นี่หมู่บ้านยางชุนคุณเป็นใคร?”เสียงผู้เถ้าประจำหมู่บ้านเอ่ยถามมองใบหน้าที่คึ้มหนวดเป็นไรขนที่รอบริมฝีปากและมองการแต่งตัวที่ดูดีผิดแต่ว่าตอนนี้ดูหมอมแมม











“ผม..เอื้อกผมอยู่หาดฝั่งโน้น เอื้อก/เฮ่อผู้เถ้าแบบนั้นจะใช่คนบ้ารึป่าวเนี้ย?”เสียงผู้ใหญ่บ้านว่าขึ้นส่ายหน้าอย่างเอื่อมๆ













“ท่าทางจะเป้นคนเมืองจากทางอื่นพาเขาไปที่บ้านของข้าก่อน!!”แล้วชายหนุ่มก็ถูกหิ้วปีกออกไปโดยชายฉกรรจ์สามถึงสี่คน















“ผู้เถ้าแน่ใจนะว่าเขาจะเชื่อใจได้?ดูท่าทางแล้วไม่น่าไว้ใจ”














“ข้าหลับตาดูแล้วเขาเป็นคนดีสั่งคนจัดเสื้อผ้าหาอาหารไว้คอยเขาด้วยข้ามีเรื่องอยากจะถามเขามากมาย”พอสิ้นคำสั่งผู้เถ้าก็เดินออกไปทันทีโดยที่ไม่สนใจใครอีกเลย























“คุณเป็นใคร?”ชายหนุ่มชะงักตัวเมื่อรู้ว่าห้องทั้งห้องไม่ได้มีแค่ตัวเองอย่างที่เป็น จองมีที่เดินไปเข้าห้องน้ำพอทำธุระส่วนตัวเสร็จออกมาก็เจอกับชายนิรนามที่ยืนอยู่ข้างๆเตียงลูกสาวเพ่งพิจารณาแล้วหล่อนไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักเลยสักนิด ชายหนุ่มหันมาช้าๆหันมาประจันหน้ากับความจริง



















“แก!!!”เสียงเรียกที่ดูไม่เป็นมิดนั้นอาจจะงงสำหรับหลายๆคนว่าทำไมนางถึงพูดแบบนั้นออกไปทั้งๆที่ไม่รู้จักแต่พอชายหนุ่มหันมานางก้เบิกตาโพลงแล้วเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นสีหน้าโกรธหงุดหงิด ดวงตาที่เคยมีแสงพราวระยับแข็งกร้าวหาแววตาของคนที่เคยอ่อนโยนไม่ได้สักนิด
















“คุณแม่ผม.../อย่าเรียกฉันว่าแม่ฉันไม่ใช่แม่แก แล้วๆแกมาอยู่ที่นี่ได้ไงแกหาจองอาเจอได้ไงห๊า!!!”น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย นางพ้นคำพูดใส่ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยถ้อยคำที่เริ่มรุนแรงขึ้นทุกขณะตามแรงอารมณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้น
















“ผม../หึ!!ลูกสาวฉันหลุดมาจากคนอย่างแกได้แล้วแกยังมีหน้ามาหาลูกสาวฉันถึงที่อีกอย่างนั้นหรอแก้องการอะไรอีกแค่นี้แกยังทำลายลูกฉันไม่พออีกหรืองไง๊!!!!!”
















“ตึง!!!/คุณแม่ ผม..”ร่างของนิชคุณชนเข้ากับเตียงที่จองอานอนอยู่จนเกิดเสียงดังไปทั่วแต่ไม่ทันตั้งตัวก็มีมือบางสองข้ามยืนเข้ามากำรอบคอออกแรงบีบ นิชคุณตกใจไม่คิดว่าจองมีจะจู่โจมตัวเองรวดเร็วขนาดนี้













“ฉันเกลียดแก แกจะเข้ามาทำลายลูกสาวฉันไอชั่วไอเลว..แกต้องตายย/คุณแม่ครับอ่ะ..อึก..”เสียงกุๆกักๆดังขึ้นจนดังลอดออกมานอกห้องจงอินกับยุนโฮที่เดินมาด้วยกันจากดาดฟ้าได้ยินเสียงเข้าก็รีบเปิดประตูเข้าไปด้านใน



















“คุณจองมี!!/พี่คุณ!!”ทั้งสองแยกทั้งคู่ออกจากกัน โดยที่นิชคุณไปอยู่อีกทางฝั่งหนึ่งของห้องโดยแรงกระชากของจงอิน















“แอ่กๆ/พี่คุณเป็นยังไงบ้างครับ?”จงอินถามร่างสูงกว่าด้วยความเป็นห่วง แล้วมองไปอีกทางเห็นร่างของแม่ตัวเองที่ร้องลั่นอย่างคนเสียงสติ














“คุ๊ณณณณปล่อยฉันนนนฉันจะไปฆ่ามันนนน!!/นี่คุณเป็นอะไรของคุณน่ะห๊ะคุณรู้จักเขาหรอคุณจองมี!!”













“รู้จักสิ มันๆเป็นคนเลวมันทำลายชีวิตลูกของเราถ้าฉันไม่จับให้จองอาแยกออกจากมันป่านนี้ลูกของเราคงตกนรกทั้งเป็น”














“นี่คุณพูดเรื่องอะไรผมไม่เข้าใจ?/คุณจะเข้าใจได้ไงละก็คุณไม่เคยสนใจลูกเลย”จองมีมองไปหานิชคุณอย่างอาฆาตแล้วจะถลาเข้าไปหาอีกคราวนี้ยุนโฮก็คว้าร่างตามแทบไม่ทัน


















“จองมี!!”












“คุณแม่อย่าครับ!!!”



















“พอเถอะครับแม่อย่าทำพี่นิชคุณเลย..เพราะว่าพี่นิชคุณเป็น..เป็นพ่อของลูกในท้องพี่จองอา!!!!”จงอินที่อดกลั่นมานานเหลืออดตระโกนออกมาสุดเสียงทำเอาแม่ของตัวเองที่กำลังจะเข้าไปทำร้ายนิชคุณนิ่งอึ้งไปในทันที นิชคุณจ้องไปที่จงอินส่วนพ่อกับแม่ก็มองไปที่ลูกชายที่พูดออกมาเมื่อกี้พร้อมกัน


















“อะไรนะ..นี่แกพูดอะไรของแก..ไอเลวนี่ไอเลวนี้เป็น...”จองมีหันมามองลูกชายเต็มดวงหน้า หยาดน้ำไหลออกมาอีกครั้ง จงอินรู้สึกหัวใจห่อเหี่ยวเมื่อรู้ว่าตนเองจะเป็นคนที่ทำร้ายจิตใจของคนเป็นแม่ให้แหลกสลายอีกครั้ง

























“ครับ!!พี่นิชคุณเป็นพ่อของลูกในท้องพี่จองอา”

2013-09-23

MY BROTHER 11

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]

11






ในค่ำคืนที่พระจันทร์ลอยเด่น ดวงดาวประดับระยิบระยับพั่งพราวทั่วท้องนภาดูสวยงาม สายลมที่พักโบกเข้ามาทำให้ยอดต้นมะพร้าวต้นไม้ต่างๆไหวไปตามแรงลม เสียงเกลียวคลื่นที่ซัดกระเซนเข้ากระทบกับหาดทรายสีขาวยังดังแว่วเข้ามาให้ได้ยิน จงอินยืนดูวิวของทะเลจากชั้นบนสุดของบ้านพักตากอากาศที่สามารถมองเห็นได้ทั่วสามร้อยหกสิบองศา แสงไฟจากบ้านเรือนไกลๆกำลังเป็นจุดสนใจของดวงตากลมโตที่จับจ้องอยู่อย่างเม่อลอยก่อนจะละสายตากลับคืนมามองไปข้างล่างที่เป็นส่วนของสระว่ายน้ำก็เจอเข้ากับร่างของพี่เขยกับพี่สาวกำลังจัดแจงปิ้งบาบีคิวรสเลิศกันอยู่ข้างล่างสองคน มาพร้อมกับเสียงหัวเราะสดใสจนดูน่าอิจฉา คืนนี้เรามีงานปาร์ตี้ไม่เชิงว่าปาร์ตี้หรอกครับก็ที่จัดขึ้นเพราะอยากขอบคุณพี่นิชคุณที่ช่วยผมไว้ถ้าผมไม่ได้พี่เขาวันนั้นผมคงตายไปแล้วแน่ๆถ้าผมตายผมคงอดดูหน้าเอ๋อๆของพี่ชานยอลไปอีกนาน ในขณะที่ผมกำลังจ้องสองคนนั้นอยู่ๆพี่ชานยอลก็เงยหน้าขึ้นมาข้างบนทำเอาผมที่แอบมองอยู่ต้องรีบหลบตาแล้วหันมองท้องฟ้ามองดวงอย่างไม่เนียนเท่าไหร่แต่ก็เพียงช่วงเวลาสั่นๆเท่านั้นพี่เขาก็กับไปสนใจภรรยาสุดที่รักต่อ






...เฮ่อ!!ทำไมนะเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับพี่เขาทำไมถึงเป็นผมฝ่ายเดียวที่คิดถึงมันและมักใจเต้นกับมันทุกครั้งผิดกับพี่เขาที่ยังเฉยๆเหมือนกับว่ามันไม่มีอะไร...











“อ่าว!!จงอินมาแล้วหรอมานี่สิพี่แกะปูไว้ให้เราด้วยแล้วก็มีบาร์บีคิวสามไม้”พี่นิชคุณที่ไม่รู้ว่ามาตอนไหนร้องเรียกผมที่เพิ่งลงมาจากชั้นบนของบ้านทำให้ผมต้องหันมายิ้มรับแล้วเดินไปหาพี่เขาที่ยืนพลิกไม้บาร์บีคิวที่หน้าเตาไฟ








“อะของเรากินเยอะๆละจะได้อ้วนๆ”พี่นิชคุณยิ้มตาหยีมาให้ผมแล้วก็กลับไปพลิกไม้บาร์บีคิวต่อผมกวาดสายตาไปรอบๆก็ไม่เจอใครสักคน เสียงเพลงที่บรรเลงคลอเบาๆกับไฟประดับที่ห้อยระโยงระยางสีเขียวสีแดงสีฟ้าส่องสว่างสลัวๆทำให้บรรยากาศปาร์ตี้รอบสระว่ายน้ำดูวับๆแวบๆลงตัวอย่างเมาะเจาะ







“พี่!!พี่ชานยอลกับพี่จองอาละ?”ผมออกปากถามเมื่อเวลาผ่านไปก็ยังไม่ปรากฏใครสักคนทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ ผมวางจานลงกับโต๊ะอาหารแล้วหยิบแก้วน้ำหวานที่ตั้งเรียงรายแถวนั้นขึ้นมาดื่มใส่ปาก









“อ้อสองคนนั้นคงอยู่ในครัวน่ะเห็นว่ายังเหลือต้มยำทะเลที่ยังทำไม่เสร็จเราเข้าไปดูสิ”พี่นิชคุณทั้งพูดทั้งวางไม้บาร์บีคิวอันใหม่ลงแทนของเก่าที่สุกไปแล้วอย่างเขมักเขม้น









“งั้นผมเข้าไปดูนะฮะ”ผมว่าแล้วเดินออกมาจากพี่นิชคุณทันทีอย่างไม่รีรอมุ่งตรงไปยั่งห้องครัวด้านนอกที่อยู่ติดกับสะว่ายน้ำแต่สิ่งที่ผมเห็นกับทำให้ผมตาเบิกโพลงเมื่อพี่ชานยอลกำลังยืนจูบดูดดื่มอยู่กับพี่จองอาโดยที่ร่างของพี่จองอาอยู่ด้านหน้าพี่ชานยอล









“อื่อ..ชาน..”ผมมองทั้งสองนิ่งก่อนที่จะได้ยินเสียงจูบที่มันดังขึ้นอย่างชัดเจนในโสตประสาทของผม แล้วใบหน้าคมของพี่ชานยอลก็เอียงช้าๆทำให้สายตาของผมปะทะเข้ากับสายตาของพี่ชานยอลอย่างไม่ได้ตั้งใจผมมองอึ้งผิดกับพี่เขาที่มองมาที่ผมอย่างเฉยชาท้าทายทั้งๆที่ยังจูบกับพี่จองอาอยู่





...นี่พี่เขาอยากจะเล่นอะไรอีกแค่นี้ก็ทำให้ผมเจ็บไม่พออีกหรือไงเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนผมตามพี่เขาไม่ทันแล้ว...













ผมกลับออกมาจากห้องครัวอย่างอิดโรยร่างกายผมเหมือนมีหินถ่วงจนต้องเดินลากขาดวงตาเม่อลอย ม่านน้ำตาใส่ๆที่เคลือบอยู่ทำให้การมองเห็นของผมไม่ชัดเจนแล้วในที่สุดมันก็ไหลออกมา





...หนึ่งหยดกับความเจ็บช้ำ...






ผมรีบปาดมันออกแล้วเดินเข้าไปในบริเวณที่จัดงานที่ตอนนี้อาหารพร้อมทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว










“จงอิน!!มานี่เร็วมานั่งนี่ไปไหนมาห๊ะปล่อยให้พี่รอตั้งนานนี่พี่กะว่าจะไปตามแล้วนะเนี่ย”พี่จองอาร้องเรียกผมอย่างสดใสผมยิ้มบางๆแล้วเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหารที่มีพี่ชานยอลพี่นิชคุณนั่งพร้อมอยู่แล้ว ผมนั่งลงข้างๆพี่คุณอีกฝั่งหนึ่งส่วนพี่ชานยอลนั่งข้างๆกับพี่จองอาอีกฝั่งหนึ่งในลักษณะนั่งเป็นคู่ผมนั่งตรงข้ามพี่ชานยอลที่กำลังแกว่งแก้วไวน์ไปมาด้วยท่าทางเรียบเฉย






“หายไปไหนมาห๊ะบอกพี่ว่าจะเข้าไปดูในครัวก็ไปจนพวกนี้กลับมา”พี่คุณเอ่ยถามกระซิบริมหูทำให้เราดูแนบแน่นกันไปอีก










“ผม..ไปเข้าห้องน้ำ”ผมเลี่ยงๆตอบกลับไปแล้วต้องเอียงศีรษะเข้าไปหาพี่เขามากขึ้นถ้ามองจากไกลๆจะเหมือนว่าเรากำลังจูบกันอยู่







“อะหึ่ม!!จองอาผมอยากกินบาร์บีคิวจังคุณป้อนผมหน่อยสิ?”เสียงกระแอ้มไอดังขึ้นทำเอาผมต้องรีบผละออกจากพี่คุณทันทีแล้วมองไปที่ภาพสวีทของคู่รักเบื้องหน้าที่กำลังป้อนบาร์บีคิวใส่ปากกันอย่างน่ารัก แต่ผิดกับอีกฝั่งผมเห็นสีหน้าของพี่คุณที่เปลี่ยนไปมองคนสองคนเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ผมสื่อไม่ออก










“กินยำวุ้นเส้นทะเลมั๊ยเดี๋ยวพี่ตักให้”พี่คุณเอ่ยถามผมพรางตักยำวุ้นเส้นใส่จานผมโดยที่ผมยังไม่ได้เอ่ยตอบอะไร แต่ก็ยอมรับยำช้อนนั้นของพี่เขาแต่ก็ยังไม่ทำให้พี่จองอากับพี่ชานยอลหันมาสนใจเลยสักนิดผมถอนหายใจเข้าปอดบรรยากาศของงานวันนี้ชักจะก่อยลงไปจนดูน่าเบื่อถ้าจะพูดถึงเจ้าภาพคงไม่อยากเต็มใจจัดงานวันนี้นักหรอกดูๆไปแล้วน่าจะเป็นงานปาร์ตี้สวีทสองคนกันมากกว่าจะเป็นงานปาร์ตี้เล็กเลี้ยงขอบคุณ










“พี่คุณฮ่ะเรามาเต้นกันเถอะฮ่ะ!!”ผมลุกพรวดขึ้นจนได้ยินเสียงขาเก้าอี้ครูดไปกับพื้นปูนจนเป็นเสียง จ้องเข้าไปในดวงตาของพี่คุณที่กำลังเลิ่กลั่กตกใจมองหน้าผมอย่างงงๆ








“เอ่อ..เอาสิ!!”พี่คุณตอบตกลงก่อนจะลุกออกมาทำให้พี่ชานยอลกับพี่จองอาต้องหันมาสนใจผมกับพี่คุณทันที ผมยิ้มให้กับพี่คุณแล้วเราพากันเดินออกไปยืนอยู่ข้างสระว่ายน้ำ ผมเดินไปเปลี่ยนเพลงที่ตอนนี้มันเป็นเพลงช้าดูน่าเบื่อแล้วใส่เพลงเร็วจังหวะมันส์ๆเข้าไปแทน





เสียงอินโทรหนักๆดังขึ้นจนแสบแก้วหูผมขยับขาช้าๆก่อนจะกลายเป็นเร็วแล้วดีดดิ้นไปตามเสียงเพลง พี่คุณที่มีท่าทีเหนียมอายก็เริ่มสะบัดตูดไปตามผมอีกคนเราเต้นกันอย่างหลุดโลกฉีกแหวกแนวจนเอาคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะมองค้าง ภาพผมที่กำลังสะบัดหัวกระโดดๆกระแทกหน้าอกใส่พี่คุณกำลังเป็นจุดสนใจของสายตาสองคู่











“จงอินนี่!!เปิดอะไรของเราน่ะห๊ะ!!”พี่จองอาที่ทนไม่ไหวลุกขึ้นมาหาผมแล้วร้องบอกผมก็ร้องห๊าๆผมไม่ได้ยินอยู่อย่างนั้นจนพี่จองอาหน้าเริ่มงอเมื่อทำอะไรผมไม่ได้ก็เดินหนีออกไปจากบริเวณงาน ผมมองตามอย่างไม่สนใจแล้วปรายตาไปมองอีกคนที่นั่งเงียบที่โต๊ะอาหารหน้าเข้มแดงกล่ำจากพิษสุราแต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะขยับตัวไปไหน








...ทีนี้สนใจผมแล้วสิพี่เขย...










“จงอินพี่ขอตัวก่อนนะ!!”พี่คุณเข้ามากระซิบที่หูผมพรางโอบเข้าที่หลังคอผมจนบ่าผมเซกระแทกที่อกแกร่งแน่นเนื้อของพี่คุณอย่างจัง










“อ่อครับ!!!”ผมพยักหน้าแรงๆเข้าใจก่อนที่พี่คุณจะวิ่งออกไปจากบริเวณงานไปอย่างรีบร้อน ผมมองตามหลังไวๆของพี่เขาไปจนสุดตาแต่พอผมหันกลับมาใบหน้าของผมที่สูงแค่หน้าอกของพี่เขาก็ปะทะกันอย่างแรงเข้ากับ..






“อะ!!พี่ชานยอล”ผมเงยหน้าขึ้นไปมองอย่างรวดเร็วก็เจอกับสายตาคมที่กำลังปรือจะหลับและใบหน้าหล่อๆที่แดงเป๋งลมหายใจร้อนๆที่มีกลิ่นของแอลกอฮอล์เจือจางออกมาด้วย












“ชอบนักใช่มั๊ยที่ยั่วอารมณ์คนอื่นไปทั่วแบบนี้?!!”ผมมองพี่ชานยอลอย่างไม่เข้าใจพี่เขาเป็นอะไรไปอีก น้ำเสียงที่ใช้ดูทุ้มต่ำแข็งกระด้างจนดูน่ากลัว








“พี่หมายถึงอะไร..ผมไม่เข้าใจที่พี่พูดพี่ชานยอล!!”ผมแกะมือพี่ชานยอลที่นำมาจับที่ต้นแขนของผมออกด้วยความอารมณ์เสียงุ้นงง











“ก็ไอเมื่อกี้นี่ไงอยากมากไม่ใช่หรอ...ห๊ะ?!!”พี่ชานยอลจับต้นแขนผมเขย่าอีกครั้งแล้วตะคอกใส่หน้าผมที่ยืนจ้องพี่เขาด้วยความไม่เข้าใจสบสัน








“ผมว่าพี่คงเมาปล่อยผมได้แล้ว!!”ผมกดเสียงต่ำแล้วดึงมือพี่เขาออก ผมจะเดินออกไปแต่พี่ชานยอลก็คว้าแขนผมแล้วกระตุกจนร่างของผมถลามาสู่อ้อมอกของพี่เขยร่างทั้งร่างถูกโอบรัดจากแขนแข็งแรงทั้งสองข้างจากทางด้านหลัง












“อ่ะ!!พี่จะทำอะไรผมน่ะ!!..ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ!!..พี่ชานยอล!!”ผมดิ้นๆเพื่อที่จะได้รับอิสระแต่เรียวแขนทั้งสองข้างยิ่งรัดแน่นจนผมรู้สึกว่าบ่าของผมทั้งสองข้างจะจมเป็นเนื้อเดียวกันระหว่างไหล่กับพี่ชานยอลที่ตอนนี้เริ่มขาดสติจากฤทธิ์น้ำเมา







“ทีแบบนี้ทำมาเป็นขัดขืนความจริงแล้วก็อยากจนตัวสั่น!!”ผมอึ้งจนพูดไม่ออกถ้อยคำดูถูกหยาบคายไม่คิดว่าผมจะได้ยินออกมาจากปากของคนที่ดีกับผมมาตลอดอย่างพี่ชานยอล












“ถ้าอยากมากไม่ต้องมาทำเป็นไร้เดียงสาหรอกอย่าคิดว่าคนอื่นเขารู้ไม่ทัน!!/พี่ชานยอล!!”











“เพี้ย!!!”ผมตะบบฝ่ามือลงไปเต็มแรงที่ใบหน้าของร่างสูงตรงหน้า หน้าคมหล่อหันกลับมาก่อนจะกระชากแขนเรียวของผมดึงมาหาตัวเอง ใบหน้าคมเข้มที่มีไรหนวดนิดๆแสดงสีหน้าโกรธจัดจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่










“ด๊าย!!อยากได้แบบนี้นักใช่มั๊ยห๊ะ!!”พี่ชานยอลรวบเอวของผมเข้ามาหาร่างของพี่เขาจนเราแนบเนื้อ โครงหน้าดั่งนักปฏิมากรรมสรรสร้างไว้โน้มลงมาจนเราจะจูบกันแต่ผมกับยันหน้าอกแกร่งออกไม่ให้พี่เขยทำอะไรตัวเองไปมากกว่านี้








...ที่ผมต้องการคือหัวใจและความเต็มใจไม่ใช่การบังคับผมต้องการความรักที่มาจากหัวใจที่บริสุทธิไม่ใช่เสแสร้ง...










“พี่ชานยอล!!ปล่อยผม!!..แฮกๆ”ผมหอบเหนื่อยจ้องตาคมอย่างผิดหวัง เสื้อผ้าที่ถูกรูดดึงจากคนตรงหน้าจัดให้เข้าทีเข้าทางเรียบร้อย












“ผมเกลียดพี่พี่ชานยอล!!!!”ผมว่าทิ้งท้ายแล้ววิ่งออกมาจากตรงนั้น คล้อยหลังจากที่จะพยายามไม่ร้องไห้มันก็ยังไหลออกมาจนต้องปาดมันออก หัวใจที่บอบช้ำเหนื่อยล้าปวดหนึบจนรวดร้าวไปหมด วิ่งออกมาโดยไม่รู้จุดหมาย น้ำตาใสไหลออกไม่มีท่าว่าจะแห้งไปปลดปล่อยความเจ็บที่ฝั่งแน่นเป็นตะกอนอยู่ในใจให้ไหลออกมา


























“นิชคุณ!!คุณปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ..ฮึก..คุณทำแบบนี้ทำไมเรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว”ร่างบางที่วิ่งมาด้านหน้าของบ้านพักตากอากาศต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างของพี่สาวถูกโอบกอดจากทางด้านหลังซึ่งคนที่อยู่ด้านหลังนั้นเป็นพี่นิชคุณที่หายออกมาเมื่อไม่นาน ทั้งสองกำลังกอดกันและพูดในเรื่องที่เขาไม่เข้าใจ








“ไม่!!มันไม่จบเลยจองอาผมไม่เคยลืมคุณได้เลยทุกวันเวลาที่ผ่านผมยังรักคุณยังคิดว่าคุณยังอยู่ข้างๆผม”พี่นิชคุณที่มีแววของความสดใสก็เศร้าหมองและดูอ่อนแอผมที่ยืนฟังอยู่ข้างต้นมะพร้าวต้นใหญ่พยายามจับใจความให้ได้












“อย่าทำแบบนี้เลยนะคุณฉันของร้องตอนนี้ชีวิตของฉันกำลังไปได้ดีกับคนที่ฉันรัก!!”









“ผมไม่เชื่อถ้าเป็นก่อนหน้าสามเดือนที่แล้วผมจะไม่ว่าเลย คืนนั้นคุณจำได้มั๊ยจองอาคืนที่เราเป็นของกันและกันอีกครั้งคุณบอกผมได้มั๊ยละว่าคุณไม่มีความสุขจองอา?!!”












“และเด็กในท้องก็ลูกของเรา...ของเราใช่มั๊ยจองอา?!!”











“เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!!!!!!”อยู่ๆฟ้าก็ร้องฝนห่าใหญ่เทลงมาอย่างไม่รีรอผมที่ได้ยินก็ยืนตลึงค้างนี่มันอะไรกันพี่คุณกับพี่จองอา.....










“ไม่!!ฮื่อ...ฮือ!!...ไม่ใช่!!...มันไม่ใช่!!...ฮึก!!/จองอาคุณอย่าปฏิเสษสิคุณหลอกคนอื่นได้แต่คุณหลอกใจตัวเองไม่ได้หรอกนะ”พี่จองอาทรุดเข่าลงกับพื้น ใบหน้าสวยที่ผมคิดว่าสวยที่สุดในบรรดาผู้หญิงกำลังร้องไห้กำลังจะขาดใจที่ระเบียงทางเข้าบ้านพักผมยอมยืนตากฝนเพื่อที่จะได้ฟังความจริงๆที่ผมไม่เคยรับรู้มาก่อน ส่วนพี่คุณก็ทรุดลงกับแล้วโอบกอดพี่จองอาเข้ามาในอกด้วยความรักที่แผ่ขยายออกมาจากร่างของพวกเขาสองคน














“จองอาคุณบอกความจริงผมมาเถอะว่าเด็กคนนี้ลูกของเราใช่มั๊ย?”พี่คุณพูดเสียงอ่อนลงก่อนที่จะมาที่นี่คงจะเกิดเรื่องขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว พี่จองอาสะอื้นตัวโยนสองแขนที่ตกข้างลำตัวค่อยๆเลื่อนขึ้นช้าๆมาโอบที่ลำคอแกร่งของพี่คุณ สายฝนยังพรำลงมาเลื่อยๆ เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าต่างร้องตัดอากาศลงมาเหมือนกับตอนนี้ที่อะไรๆจะดูเศร้าหมองเจ็บช้ำรวดร้าวขนาดฟ้ายังต้องร้องไห้ๆลงมาเพื่อสัญญาลักษณ์แสดงถึงความชอกช้ำในจิตใจมนุษย์













พี่คุณปาดน้ำตาใสออกจากแก้มพี่จองอาเบาๆแล้วจับโครงหน้าพี่จองอาให้หันมาหาแล้วมองจ้องลึกลงไปให้เห็นถึงความจริงใจและความเชื่อใจ












“ผมรักคุณ..จองอาโปรดบอกผมเถอะผมอยากรู้จริงๆ”พอพี่สาวผมได้ฟังเช่นนั้นก็หัวใจอ่อนยวบ มองใบหน้าอดีตคนรักสมัยมหาลัยที่ต้องแอบคบกันอย่างลับๆและต้องเลิกกันทั้งๆที่ยังรักกันอยู่เพราะจองอาคิดว่ายังไงสะชานยอลคือคนที่เธอรักและสามารถดูแลเธอได้อย่างมั่นคง แต่ตอนนี้พอได้มาเห็นหน้ากันอีกครัง้เมื่อสามเดือนก่อนทำให้อารมณ์อยู่เหนือการควบคุมจนเผลอตัวอีกครั้งและครั้งนี้มันดันพลาดๆอย่างมหันต์จนไม่น่าให้อภัย














...จองอาคนทรยศ...














“ชะ..ใช่..คะ..เด็กในท้องลูกของคุณ!!!!!”










ลูกของคุณ!!








ลูกของคุณ!!















ลูกของคุณ!!

























“จองอา...ไม่จริงใช่มั๊ยที่ผมได้ยินเมื่อกี้นี้”เสียงอ่อนหมดแรงที่ดังมาอีกฟากของสวนย่อมร้องขึ้นด้วยความช็อกไม่คิดว่า...คนที่รักที่เชื่อใจกันจะหักหลังกันได้ลงคอแบบนี้ ชานยอลที่ร่างกายเปรียกลู่ผมแนบติดใบหน้าทำให้ดูโทรมดวงตาแดงเป๋งใบหน้าผิดหวังแบบนั้นกำลังฆ่าจองอาช้าๆ










หรืฆ่าเร็วกว่ากันนะ....



















และจองอาไม่คิดว่าสามีสุดที่รักจะมาได้ยินความลับที่หล่อนเก็บใส่ลิ้นชักในชั้นที่คิดว่าลึกที่สุดได้....















....หล่อนพลาดพลาดอย่างไม่มีทางแก้ตัวหลักฐานรัดแน่นทุกอย่างจนดิ้นไม่หลุด....





















“ชานยอลล!!!!!!!!!!!!!”












“ผมไม่คิดเลยว่าความจริงแล้วมันจะเป็นแบบนี้..คุณโกหกผมใช่มั๊ยจองอาคุณบอกผมสิว่านี่คุณกำลังล้อเล่นจองอาคุณบอกผมมาสิ!!!!!!!ผมไม่อยากเชื่อเลย..ฮึก...ว่าคุณจะทำกันได้ลงคอแบบนี้!!!..ฮึก..ฮื่อ..จองอา”น้ำตาใสที่หยดออกมาน้ำเสียงสั่นเครือและใบหน้าที่เจ็บปวดรวดร้าวนั่นมันเป็นความรู้สึกเดียวกันที่ผมเคยได้รับผมเข้าใจดีแต่ไม่คิดว่ามันจะเกิดกับพี่ชานยอลและพี่จองอาที่รักกันมากขนาดนี้



















ความจริงทุกอย่างไขกระจ่างแล้วสินะ....



















“นี่ใช่มั๊ยจองอาความจริง ผมมันโง่เองที่ถูกคุณหลอก...ทั้งๆที่คุณไม่ได้รักผมเลย!!!”พี่ชานยอลเดินถอยหลังออกไปช้าๆ พี่จองอาน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายมองดูพี่ชานยอลอย่างเจ็บปวดเช่นกัน













“ไม่คะ..ชานยอลฉัน..ฮึก..ฉันขอโทษ..ไม่ชานยอล..ชานยอลคุณจะไปไหนอย่าไปนะคะ!!”พี่ชานยอลเดินออกมาพี่จองอาสะบัดเรียวแขนพี่คุณออกจะวิ่งลงบันไดไปหาพี่ชานยอลแต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อ...















“ตุบ!!!!”











“ชะ..ชาน..ยอลลอย่า..ไ..”
















“จองอา!!!!!!!!!/พี่จองอา!!!!!!!!!!!!”

2013-09-23

MY BROTHER 10

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]

10








“จงอินๆ!!..อึบๆ..จงอินๆฟื้นสิจงอิน!!”







“แอ่กๆแค่กๆ!!”
จงอินฟื้นขึ้นมาในสภาพตัวเปรียกโชกหยดน้ำติดลู่ตามใบหน้าเนื้อตัวเศษดินเศษทรายติดตามร่างกายจนรู้สึกสากหนาพินิจมองใบหน้าคมหล่อที่ช่วยชีวิตตนครั้งสุดท้ายก่อนจะสลบไปอีกครั้ง



















“จงอิน!!หมอคะน้องชายฉันเป็นยังไงบ้างคะ?!!”เสียงใสเอ่ยด้วยความกังวลหลังจากที่รู้ว่าน้องชายได้หายตัวไปออกตามหาทั่วหาดก็เพิ่งรู้ข่าวจากเจ้าหน้าที่หาดเลยตามมาที่โรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง มือบางลูบเข้าที่เส้นผมดำขลับของน้องชายแล้วหันมาถามหมอวัยกลางคนที่กำลังตรวจดูร่างกายอย่างถี่ถ้วนอีกฝั่งหนึ่ง ชานยอลที่เดินตามหลังจองอามาติดๆเข้ามาดูอาการของน้องเขยที่นอนไม่ได้สติก็รู้สึกเป็นห่วงนัยๆแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากมองอยู่ห่างๆมองร่างกายที่ผอมลงไปมากใบหน้าตอบเรียวซีดเผือกจนเห็นได้ชัดริมฝีปากอิ่มที่เคยสีชมพูสดใสก็ซีดขาวไม่แพ้ใบหน้า
ชานยอลเดินเข้ามาใกล้ๆเตียงอีกนิดจนร่างสูงแนบชิดกับขอบเตียงเหลียวมองภรรยาที่กำลังยืนคุยกับหมอแล้วหันมามองร่างผอมอีกครั้งสอดมือสากเข้าไปในผ้าห่มแล้วจับเข้าที่มือบางมากุมไว้ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วมือของทั้งสองจากมือที่เย็นเฉียบของจงอินอบอุ่นขึ้นจนร้อนหลงตอบสนองตามการกระตุ้นกระชับมือเรียวกำมือสากของชานยอลแน่นใต้ผ้าห่มโดยไม่รู้ตัว ชานยอลชะงักเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นมองดูใบหน้าที่ไม่จัดว่าหวานนักกระตุกเปือกตาไปมาอย่างกังวลทั้งๆที่หลับอยู่ ตอนที่รู้ว่าน้องเขยหายตัวไปเขาก็รู้สึกเป็นห่วงไม่แพ้กันและยิ่งมาเห็นแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกโกรธตัวเองที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น












“จากที่หมอตรวจมาคนไข้ตอนนี้ปลอดภัยแล้วนะครับแต่ถ้าช่วยไว้ไม่ทันหมอคิดว่าอาจจะเสียชีวิตแล้วก็ได้เพราะคนไข้ขาดออกซิเจนนานพอสมควรเหมือนกันแค่ให้คนไข้ได้พักผ่อนวันพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วครับ”








“ขอบคุณหมอมากเลยนะคะถ้าไม่ได้หมอน้องชายดิฉันคงต้องตายแน่ๆ”จองอาว่าออกมาอย่างขอบคุณแต่ก็ต้องเปลี่ยนใบหน้ามางงสงสัยอีกครั้งกับประโยคของหมอ













“อย่าขอบคุณหมอเลยครับขอบคุณคนที่ช่วยน้องชายคุณไว้ดีกว่า”











“คนที่ช่วย?..”












“ครับ!!..เขาช่วยน้องชายคุณไว้คุยกันเองนะครับถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัว!!”ประตูปิดลงและเปิดตัวขึ้นอีกครั้งก็ปรากฏผู้มาใหม่อีกคนที่ทำเอาจองอาอึ้งไปหลายนาทีกับใบหน้าหล่อคมสูงสมส่วนร่างกายกำยำที่เห็นใบหน้าเพียงแวบแรกจองอาก็จำได้ดีว่าเขาคนนั้นเป็นใคร









“..นิชคุณ!!..”
จองอาอุทานลั่นจ้องร่างสูงตาเหลือกไม่คิดว่าคนที่ช่วยจงอินไว้จะเป็นนิชคุณผู้ชายที่คิดจะลบออกไปจากชีวิตนี้ให้หมดแต่นี่อะไร....











..จองอาไม่เข้าใจว่าพระเจ้าจะกลั่นแกล้งไปถึงไหน?..









“ใช่ผมเอง..ไม่เจอกันนานเลยนะจองอา”นิชคุณเดินเข้ามาใกล้จองอาอึ้งไม่แพ้กันที่ได้มาเจอร่างบางตรงหน้าอีกครั้งแต่พอเหลือบมองร่างสูงที่เดินเข้ามาหาก็รู้ว่าระยะห่างมันไม่เหมือนเดิมแล้ว











“ฉัน....”จองอาเหมือนไปต่อไม่เป็นมองใบหน้าหล่อด้วยความรู้สึกที่หลากหลายก่อนจะรู้สึกได้ถึงสัมผัสโอบที่เอวบางของตัวเอง








“ใครหรอจองอา?”ชานยอลเอ่ยถามภรรยาที่เพิ่งหลุดออกมาจากภวังค์กระซิบถามริมใบหู













“นี่..นิชคุณคะเพื่อนของจองอาเองเพื่อนห่างๆน่ะคะ”จองอาเบือนสายตาไปทางอื่นจงใจเน้นวลีสุดท้ายให้ฟังชัดที่สุดเพื่อตอกย้ำความลับบางอย่าง









“ครับ!!ผมเพื่อนของจองอา..นิชคุณครับยินดีที่ได้รู้จัก/เช่นกันครับต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ช่วยจงอินไว้.”จองอามองทั้งสองจับมือกันแล้วรอบมองนิชคุณส่งสายตาเตือนไปให้ด้วยความอ้อนวอน















“ไม่เป็นอะไรอยู่แล้วครับผมเต็มใจ”นิชคุณทำเป็นไม่สนใจมองผ่านว่าแค่นั้นก่อนจะหันมามองจองอาที่ถูกโอบกอดจากแขนแกร่งของชานยอลทั้งตัวด้วยสายตาอาวรแต่ก็ต้องหันไปมองร่างสูงของชานยอลอีกครั้งที่ผละอ้อมกอดออกไปที่ข้างเตียงของจงอิน
















“ถ้าจงอินออกจากโรคพยาบาลพรุ่งนี้ผมขอเลี้ยงขอบคุณๆที่บ้านผมได้มั๊ยครับ!!”ชานยอลเอ่ยขึ้นแล้วหันมาทางนิชคุณด้วยดวงตาเรียบเฉย จองอาที่เงียบไปกำลังตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองสบสนวุ่นวายระแวงจากคนมาใหม่ตรงหน้าที่อาจจะทำให้ความแตกหรืออะไรสารพัดเพราะฉะนั้นต้องห้ามไม่ให้นิชคุณมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆแบบนี้อีกต่อไป










“ชาน.../ครับผมตกลง!!”















“อื่อ!!..”ดวงตาสีอัลมอนล์ค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆปรับสภาพดวงตาแล้วเหลียวมองไปรอบๆห้อง สำรวจตามเนื้อตัวร่างกาย ที่แขนมีสายน้ำเกลือเจาะเป็นสายทางยาว ชุดที่เป็นชุดของทางโรงพยาบาลสีขาวทำให้จงอินรู้ว่าตอนนี้เขากำลังอยู่โรงพยาบาลที่ไหนสักแห่ง และเรื่องราวในหัวสมองที่พอจะจำได้ก็คือเขากำลังจมน้ำและใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งที่เขาเห็นไม่ชัดนักช่วยเขาขึ้นมา
สายตาคมหวานกวาดมองทุกสิ่งภายในห้อง ไฟที่ถูกดับลงในเวลาหลังเที่ยงคืน ข้างนอกยังได้ยินเสียงลมพัดเหมือนคับคล้ายคับคาว่าฝนกำลังตก ชายหนุ่มลุกจากเตียงนอนลงมาแล้วค่อยๆลากเส้าน้ำเกลือเดินไปยังห้องน้ำพร้อมกับการก้าวเดินของตัวเอง ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำก็ไปปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งของใครสักคนที่เปิดประตูห้องเข้ามาในห้อง ใบหน้าสวยแหงนขึ้นไปมองก็เจอกับใบหน้าหล่อคมของพี่เขยดวงตาสวยเบิกค้างไม่คิดว่าจะเจอร่างของชานยอลที่นี่เวลานี้














“พี่ชานยอล!!”















“ฟื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่นอนพักผ่อนที่เตียง?”เสียงพี่ชานยอลเอ่ยถามขึ้นขณะที่พาผมมาที่เตียงน้ำเสียงที่เหมือนตำหนินิดๆทำให้ผมหันไปมองหน้าพี่เขยทันที








“แล้วพี่ละทำไมไม่อยู่ดูแลพี่จองอาที่บ้าน?!!”













“จองอาบอกพี่มา!!”ผมมองหน้าพี่ชานยอลนิ่ง นิ่งไปกับประโยคที่ได้ฟังพี่จองอานี่นะให้พี่ชานยอลมาดูแลผมเป็นไปได้ไงกัน








“ล้อเล่นรึปล่าวพี่ลืมของใช่มั๊ย?!!”ผมกั่วหัวเราะแต่แววตาที่ผมเห็นมันไม่ได้บอกผมว่าพี่เขาล้อเล่น มันเป็นเรื่องจริง จริงๆนะหรอ














“นอนสะพรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลแล้ว”พี่ชานยอลกดบ่าผมลงเตียงหลังจากที่พาผมมาส่งถึงเตียงเสร็จ ผมหน้างอแล้วสะบัดไหล่ออกจากแขนพี่ชานยอลๆไม่ตอบคำถามของผมเฉไปเรื่องอื่นซึ่งทำให้ผมหงุดหงิด









“ผมไม่นอน!!แล้วพี่อย่ามาบังคับผมด้วยพี่ไม่มีสิทธิ์!!”ผมร้องลั่นไม่สนแล้วละว่าจะดังลอดออกไปนอกห้องมากขนาดไหนคนเพิ่งฟื้นจะมาบังคับให้นอนบ้าไปกันใหญ่แล้วไหนจะท่าทางไม่สนกันอีก













“จงอิน!!อย่าดื้นได้มั๊ยพี่ไม่อยากให้จองอาลำบากใจ”







“อ๋อที่มาที่นี่พี่ไม่ได้เต็มใจมาใช่มั๊ย..ถ้างั้นก็กลับไปสะผมอยู่คนเดียวได้ถ้าลำบากขนาดนั้น!!”ผมขึ้นเสียงจ้องพี่ชานยอลดวงตาแข็งกร้าวในขณะที่ผมนั่งอยู่ที่ขอบเตียงพี่ชานยอลยืนอยู่ตรงหน้า













“กลับไปเลย!!..อึก!!..กลับไป!!ผมไม่สนแล้วผมเกลียดพี่ได้ยินมั๊ยพี่มันไม่ได้เรื่อง..ไอเอ๋อ..ฮึก..ไอพี่ชานยอลบ้าผม../จงอิน..หยุด!!..หยุดเดี๋ยวนี้!!พี่บอกให้หยุด!!”ผมรวบแขนบางทั้งสองข้างเข้ามาในกำมือตัวเองเมื่อจงอินเริ่มพูดไม่รู้เรื่องแล้วยังทุบตีผมรัวที่อกไปทั่วดิ้นขรุกขรักจนเตียงสั่นผมเหลืออดทั้งกลัวว่านางพยาบาลทั้งโรงพยาบาลจะแห่กันมาถ้าจงอินยังร้องลั่นไม่เลิกแบบนี้คงได้โดนด่าจนหูยับแน่ที่ทำเสียงรบกวนคนไข้คนอื่นๆ













“จงอิน!!..หยุด!!ไม่หยุดใช่มั๊ยด๊าย...!!”ผมกดร่างจงอินลงกับเตียงนอนโรงพยาบาลแสนแคบ จงอินเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่ากำลังอยู่ในท่าล่อแหลม ผมกดแขนบางลงกับเตียงทั้งสองข้างทำให้จงอินหมดหนทางสู้หอบหายใจเมื่อออกแรงต่อต้านผมมองหน้าผมที่อยู่ใกล้แค่คืบ ใบหน้าที่ซีดขึ้นสีแดงทั้งเขินทั้งโมโห ลมหายใจที่เป่ารดกันเป็นตัวบ่งบอกความใกล้ชิดของเรามากแค่ไหน ผมไล่สายตามองพินิจโครงหน้าที่ดูจะมีส่วนคล้ายจองอาอยู่บ้างแต่จงอินดูเข้มกว่าอย่างไม่รู้เบื่อจนเราทั้งสองหลงจ้องใบหน้าซึ่งกันและกันอยู่อย่างนั้นจนผมคิดว่าจงอินคงหายพยศแล้วจึงผละออกอย่างเสียดาย








“นอนสะนี่มันก็ดึกมากแล้วถึงไม่อยากนอนก็ต้องนอนและอย่าดื้นกับพี่อีกละถ้าไม่อยากเจอดี!!”ผมพูดขู่ร่างบางที่ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มจนถึงปรายคางพรางส่งสายตาอาฆาตมาทางผมแล้วเปลี่ยนไปเมื่อผมหันไปมองตรงๆสายตาอาฆาตเปลี่ยนไปเป็นสายตาด้วยความหวาดกลัวร่างบางพลิกจัดร่างกายให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะเข้านิทราไปอย่างเงียบๆ ผมมองดูสักระยะเมื่อรู้ว่าหลับไปแล้วก็จะเข้านอนเหมือนกันแต่ก็ไม่ลืมองดวงหน้าคมหวานครั้งสุดท้ายแล้วผล่อยหลับไปที่โซฟา



















“จงอิน/พี่จองอา”ทั้งสองร่างโผเข้ากอดกันกลมเมื่อจองอามารับน้องชายในวันรุ่งขึ้นจองอามองดูสำรวจร่างกายน้องชายว่าไม่เป็นอะไรแล้วก็หันมายิ้มให้กับชานยอลที่กำลังจัดของใส่กระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กที่เตรียมมาตั้งแต่เมื่อคืน










“พี่เป็นห่วงแทบแย่เมื่อคืนพี่นอนไม่ได้เลยรู้มั๊ยจงอิน วันนี้พี่เลยมารับกลับๆบ้านกันนะ”พี่สาวผมว่าแล้วคายอ้อมกอดออกมองผมที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าวันนั้นผมพยักหน้ารับว่าอยากกลับมาก










“ชานยอลคะคุณเก็บของเสร็จแล้วใช่มั๊ยคะงั้นเรากลับกันเลยนะคะฉันไม่อยากอยู่ที่นี่นาน”พี่จองอาว่าแล้วจูงมือผมออกไปจากห้องทันทีโดยมีพี่ชานยอลเดินตามหลังพร้อมกับที่มือถือกระเป๋าใบเล็กมาด้วยผมลอบหันหลังมามองพี่ชานยอลเป็นระยะมือก็ถูกพี่จองอาที่เดินนำหน้าลากไปด้วย

















“ว่าไงนะคะ!!ค่ารักษาพยาบาลต่างๆรวมทั้งค่าห้องถูกจ่ายเรียบร้อยแล้วหรอคะ?!!”เสียงพี่จองอาร้องขึ้นต่อหน้าพยาบาลห้องจ่ายยาเมื่อรู้ว่าค่ารักษาพยาบาลองผมถูกจ่ายเรียบร้อยโดยที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนจ่าย













“ผมเป็นคนจ่ายเอง!!”เสียงหนึ่งดังขึ้นผมหันไปตามต้นเสียงก็เจอกับ...









“พี่นิชคุณ!!”ผมมองหน้าพี่นิชคุณอย่างตกใจไม่คิดว่าจะได้มาเจอพี่เขาที่นี่นี่มันอะไรกันพี่เขามาจ่ายค่ายาให้ผมทำไม














“พี่เป็นคนช่วยเราเองจงอินไม่เป็นอะไรแล้วนะ”พี่นิชคุณส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ผมแล้วผมก็ถึงบางอ้อที่แท้ใบหน้าหล่อๆที่ผมเห็นครั้งสุดท้ายคือพี่นิชคุณนี่เองที่มาช่วยผม










“ขอบคุณมากเลยนะครับถ้าพี่ไม่ช่วยผม ผมคงตายไปแล้ว”ผมก้มขอบคุณพี่นิชคุณที่เอื้อมมือมายีหัวผมอย่างเอ็นดู ดูๆไปแล้วพี่นิชคุณก็ดูน่ารักและเป็นคนดีทำให้ผมหลงมองหน้าพี่นิชคุณอย่างชื่นชม














“อะหึ่ม!!ต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับงั้นผมว่าเรากลับกันเลยดีกว่าวันนี้จะได้เลี้ยงขอบคุณด้วย”เป็นพี่ชานยอลว่าขึ้นทำให้พี่นิชคุณต้องเอามือสากออกจากศีรษะผมโดยเร็วผมแอบไปมองหน้าพี่ชานยอลที่ดูบูดบึ้งแล้วเข้ามาโอบเอวพี่จองอาเดินลากออกไปด้วยกันผมมองตามแผ่นหลังกว้างที่หายออกไปถึงผมจะเป็นจะตายยังไงเขาคนนั้นก็ไม่สนใจกันอยู่ดี


























“นี่บ้านพักตากอากาศของเราหรอจงอินสวยดีหนิ”เสียงพี่นิชคุณที่เดินตามหลังผมมาว่าขึ้นพรางกวาดสายตามองบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเด้ลอย่างชื่นชอบชมไม่หยุดปากแล้วเอามือมาโอบคอผมอย่างสนิทสนมขณะจะเดินเข้าไปในบ้านหลังจากที่เราเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล















“ปล่าวครับ!!บ้านหลังนี้ของพี่ชานยอลไม่ใช่ของผมหรอก”ผมตอบพี่นิชคุณไปแล้วพาพี่นิชคุณเข้ามานั่งในห้องรับแขก














“นี่ครับพี่นิชคุณน้ำเย็นๆ/อื่มขอบใจมากนะจงอินแล้วไม่ต้องเรียกพี่เต็มๆก็ได้เรียกว่าพี่คุณสิ”ผมถือแก้วน้ำเปล่ามาให้พี่นิชคุณที่นั่งอยู่ดื่มแต่ก็ต้องลังเลกับประโยคที่พี่นิชคุณให้ผมเรียกว่าแต่ว่าพี่คุณสั้นๆแทน














“ฮะ..พี่คุณ/ดีมาก”พี่นิชคุณยีหัวผมอีกครั้งแล้งส่งยิ้มตามแบบฉบับมาให้จนผมรู้สึกหายเกร็งที่ต้องอยู่ใกล้พี่เขาไปแล้วทำให้ผมกล้าจะเล่นกันพี่เขามากขึ้นแต่ก็ต้องหันไปตามเสียงอุทานของพี่คุณที่ร้องขึ้น












“โอ๊นั่นอะไรหรอครับ?!!”พี่คุณร้องถามพี่ชานยอลที่หิ้วถังใส่ปลากสีเขียวกับเบ็ดตกปลาอีกสองคันในมือและเหยื่อล่ออีกหนึ่งถุง
















“นี่คุณชานยอลจะออกไปตกปลาหรอครับงั้นดีเลยผมอยากไปด้วย”พี่คุณว่าอย่างตื่นเต้นผิดกับสีหน้าพี่ชานยอลบูดลงแล้วหันมาทางผมผมทำหน้าทำตาไม่สนใจก่อนจะเสไปทางอื่น










“งั้น..ก็ได้ครับ!!”














“จงอินพี่ไม่ให้ไปอย่าดื้นได้มั๊ยเราเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลนะ”เสียงพี่จองอาร้องขึ้นจากด้านหลังผมที่ตอนนี้อยู่บนเรือสปีดโบท์ลำไม่ใหญ่มากและพี่จองอายืนอยู่ที่ท่าเรือสีหน้าดูกังวลจนผมรู้สึกขำ







“อย่าเป็นห่วงผมขนาดนั้นสิผมไม่ได้เป็นอะไรแล้วหายแล้วพี่อย่าห้ามผมเลย”ผมร้องบอกอย่างสนุกสนานตื่นเต้นที่จะได้ขี่เรือออกไปตกปลา














“แต่พี่เป็นห่วงลงมาเดี๋ยวนี้นะจงอินอย่าดื้นสิ!!”








“ผมไม่ลงและพี่ก็ห้ามผมไม่ได้ด้วยพี่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกมีทั้งพี่ชานยอลพี่คุณสุดหล่อไปด้วยแบบนี้ไม่เกิดอะไรขึ้นกับผมหรอก”ผมทั้งพูดทั้งเอาหัวทุยๆเข้ามาสบพี่คุณอย่างสนิทสนมจนพี่จองอาส่งสายตาเขียวๆมาให้













“จงอิน!!../ชานยอลคุณช่วยพูดหน่อยสิคะ!!”พี่จองอาหันมาแง้วๆใส่พี่ชานยอลที่ถือเบ็ดตากปลามาที่เรือ













“เอาเถอะหน่าจองอาใครอยากไปก็ไปคุณอย่าไปสนใจเลยเข้าบ้านพักผ่อนเถอะผมเป็นห่วงคุณห่วงลูก”ผมละอยากอวกลงตรงนี้อะไรจะกันนักกันหนาน่าหมั่นไส้..ชิ









“เฮ่อ..เอางั้นก็ได้แต่ห้ามก่อเรื่องรู้มั๊ย!!”








“คร้าบบบบ..โอ๊ะเรือจะออกแล้วเดี๋ยวผมจะเอาปลาฉลามมาฝากนะครับพี่สาววววว”ผมโบกมือบ๊ายบายพี่จองอาที่ยืนยื่อคอมองผมจนสุดลูกตาไปผมทรุดร่างลงกับเบาะนั่งแล้วถอนหายใจฟัดฟัดใหญ่











ทั้งเคือง ทั้งหงุดหงิด และยากเตะคน





















“ว๊าวจงอินมาดูน้ำทะเลตรงนี้เร็วมันใสมากเลยนะมองเห็นข้างล่างด้วย”ผมเงียหูฟังเสียงพูดคุยของสองคนนั้นที่โดยสารเรือผมมาด้วยความหงุดหงิดตั้งแต่พาออกมาจากหาดก็คุยหัวเราะต่อกระซิบจนน่าหมั่นไส้ ผมยกถังปลากที่อยู่ข้างๆเบ็ดตกปลายกติดมือมาด้วยพร้อมกันแล้ววางกระแทกลงพื้นเรืออย่างแรง
















“ปัง!!”








“พี่ทำอะไรน่ะหนวกหู!!”เสียงไสๆว่าขึ้นอย่างไม่พอใจผมยกคันเบ็ดขึ้นมาแล้วจัดการใส่เหยือล่อแล้วค่อยๆหย่อนลงไปสายตาเหลือบมองร่างสองร่างที่นั่งขาหย่อยลงน้ำคู่กันอย่างน่ารักแต่ทำให้ชายหนุ่มเห็นแล้วเบ้ปาก















“ฮ่าๆพี่นิชคุณเก่งจังฮะได้อีกแล้ว”ผมหันควับไปอีกก็เห็นจงอินกำลังตาโตมองปากที่ตกได้โดยนิชคุณทั้งๆที่ผมยังไม่ได้สักตัวอย่างนึกเคืองไหนจะเสียงยกยอปอปั่นของร่างบางข้างๆที่ชักจะเกินหน้าเกินตาไปแล้ว













“พี่ชานยอลได้สักตัวรึยังครับเท่าที่ผมสังเกตมาพี่ยังไม่ได้เลยหนิน่าสงสารจัง”ผมเม้มริมฝีปากแน่นคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างน่ากลัวผมเกลียดที่สุดคือคำเยาะเย้ยกันเนี่ย













“จงอิน!!/อะ..พี่ชานยอลปล่อยผมนะพี่นิชคุณช่วยผมด้วย”ชานยอลวิ่งจะคว้าแขนร่างบางตรงหน้าที่วิ่งเข้าไปหานิชคุณด้วยความกลัวว่าชานยอลจะทำอะไรตัวเอง ทำให้ร่างสูงที่ดูขัดกับเรือสปีดโบท์ลำเล็กนี้ลื่นล้มก้นจ่ำเบ้าพร้อมกับมือสากที่ฟาดเข้ากับขอบเรืออย่างจัง
















“โอ๊ย!!/พี่ชานยอลลล!!”จงอินอุทานลั่นถลาเข้ามาหาร่างของพี่เขยที่นอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้นใบหน้าคมเหยเกด้วยความเจ็บนิชคุณก็เข้าไปช่วยด้วยเช่นกันแต่ก็โดนสบัดมือออก














“ยุ่ง!!”ชานยอลลุกขึ้นมาได้ด้วยคนที่ประคองเป็นจงอินพามายังเบาะนั่งท้ายเรือโดยที่มีนิชคุณมองอยู่ห่างๆ











“จงอินงั้นพี่ว่าเรารีบกลับเข้าฝั่งเลยดีกว่า”นิชคุณหันมาถามจงอินที่กำลังดูแลคนเจ็บอยู่














“ครับเข้าฝั่งเลย”จงอินพูดแค่นั้นก็หันมาดูชานยอลที่ร้องโอดโอยจะเป็นจะตายให้ได้








“พี่เจ็บมากขนาดนั้นเลยหรอผมขอโทษไม่นึกว่าจะเป็นแบบนี้”ผมว่าออกมาอย่างสำนึกผิดมองที่มือพี่เขยที่ขึ้นสีช้ำม่วงข้างซ้าย บริเวณด้านท้ายเรือไม่มีใครอยู่นอกจากผมและพี่ชานยอลส่วนพี่นิชคุณอยู่โซนหน้าของเรือที่มีผนังห้องกั่งอยู่ทำให้มองไม่เห็นผมกับพี่ชานยอล













“เจ็บสิเจ็บมากด้วย”










“เดี๋ยวผมทำแผลให้นะ”ผมหันหลังเอื้อมเปิดกระติกปิ๊กนิคที่ข้างในเป็นน้ำแข็งก้อนที่พี่ชานยอลใส่มาด้วยเอาไว้ใส่ปลาแล้วหยิบก้อนน้ำแข็งหนึ่งก้อนมาลูบคลึงที่แผลช่ำของพี่เขาอย่างเบามือ ทำให้ใบหน้าของผมอยู่ใกล้กับพี่ชานยอลอีกครั้ง ความใกล้ชิดของเรายิ่งใกล้เข้ามามากขึ้นเมื่อผมขยับเข้าไปหาพี่เขาผมไม่รอให้โอกาสทองหลุดลอยทำไมน่ะหรอเพราะกว่าที่ผมจะได้อยู่ใกล้ชิดพี่เขาแบบสองต่อสองโดยปราศจากใครคนนั้นยิ่งทำให้ผมรู้สึกไม่ต้องหวาดระแวงกับความคิดที่ผิดศีลธรรมของตัวเอง ความเย็นของน้ำแข็งที่ค่อยๆละลายไปกับอากาศซึมผ่านหยดลงสู่เบื้องล่าง ใบหน้าของผมที่อยู่ต่ำกว่าพี่ชานยอลแหงนขึ้นทำให้เป็นเหมือนเรื่องบังเอิญ














“อื่อ..พี่ชานยอล!!”















เสียงน้ำกระทบกับขอบเรือเสียงลมเสียงนกทุกสรรพเสียงต่างๆไม่สามารถทุลุผ่านความรู้สึกผิดชอบของร่างกายและสมองไปได้ ผมเอียงใบหน้าให้ได้องศาเผยอริมฝีปากออกนิดๆให้ลิ้นหนาเข้าไปกวาดชิมความหอมหวานจากริมฝีปากสวยได้รู้ของตัวเอง หลงมัวเมาจนไม่คิดว่านี่คือบาปชั้นดีที่จะแผดเผาร่างกายของผมให้หมอดไหม้ได้ทุกเมื่อ ผมเลื่อนมือขึ้นโอบรอบคอของพี่เขยช้าๆตอบสนองจูบที่แสนต้องการและเร่าร้อนกลับไปอยู่ท่ามกลางทะเลที่ตะวันกำลังลับขอบฟ้าอย่างสวยงาม








2013-09-23

MY BROTHER 9

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]



9












“จงอินไปทะเลกับพี่เถอะนะนะนะ”เสียงอ้อนน่ารักร้องแง้วๆอยู่ข้างหูผมในขณะที่ผมกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟาหน้าทีวีจอพราสม่าทั้งๆที่ผมบอกปฏิเสษไปแล้วว่าผมไม่ไปแต่ก็ยังรบเร้าจนผมรู้สึกรำคาญปิดหน้าหนังสือจนดังปังทำให้พี่สาวอึ้งเล็กน้อยมองผมอย่างหวาดๆ








“ก็..พี่อยากให้เราไปด้วยนี่นานะไปกับพี่เถอะบอกตามตรงพี่ไม่อยากไปกบชานยอลสองต่อสองเลยมันไม่ปลอดภัยยังไงก็ไมรู้และอีกอย่างเราก็เข้าใจพี่มากกว่าชานยอลด้วย”พี่จองอาส่งสายตาปิ้งๆมาให้ผมๆมองหน้าพี่จองอาแล้วถอนหายใจด้วยความเซ็ง













“ผมไม่อยากไปและก็ไม่อยากเป็นกขคใครผมไม่ว่างด้วยมีเรียน”ผมบอกด้วยเสียงเรีบยนิ่งแล้วจะลุกหนีหอบหนังสือมากมายไปด้วย ขายาวของผมกำลังก้าวเดินก็ต้องหยุดชะงักค้างเมื่อน้ำเสียงแข็งๆที่เอ่ยขู่ขึ้นจนผมต้องหันหลังกลับมามอง













“ถ้าเราไม่ไปพี่จะฟ้องพ่อกับแม่ว่าเราไม่ดูแลพี่..จงอิน!!”อีกแล้วกับบุคคลที่สามที่สี่ที่พี่จองอามักเอามาขู่ผมเวลาที่ผมมักดื้นหรือไม่ตามใจพี่จองอาจนผมคิดว่าสำหรับพี่จองอามันคงกลายเป็นนิสัยไปแล้วกับไอนิสัยชอบบังคับคนอื่นเนี่ย








“ผมไม่กลัวหรอกพี่อย่ามาขู่เลย!!/ก็ลองดูสิพี่จะโทรออกเดี๋ยวนี้แหละ”พี่จองอายิ้มร้ายแล้วยกมือถือซัมซุงกาแลคซี่ขึ้นมานิ้วโป้งกลมๆกำลังจะกดปุ่มโทรออกจริงๆผมเบิกตากว้างถึงยังไงผมก็ไม่กล้าฮื่อหรอกถ้าเป็นพ่อกับแม่













“อย่านะพี่!!โอเคผมยอมแล้วพี่อย่าโทรออกนะ!!”ผมร้องลั่นแล้วถลาไปหาพี่จองอาที่จะกดออกไปอย่างเร็วแสง







“ฮ่าฮ่าฮ่า..มันต้องได้อย่างนี้สินายยอมแล้วนะโอเค๊เตรียมตัวเก็บของให้พร้อมพรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันทันที!!”ผมตลึงอะไรจะเร็วขนาดนี้นี่กะไม่ให้ผมทำใจอะไรก่อนเลยหรอ













“พี่พรุ่งนี้เลยหรอทำไมมันเร็วอย่างนี้ละ?”ผมทำหน้ามีเครื่องหมายคำถามมองใบหน้าเจ้าเล่ห์ของพี่จองอา







“ก็..พี่กับชานยอลวางแผนจะไปวันนี้แหละแต่พี่คิดว่าปล่อยให้เราอยู่คนเดียวคงเหงาแย่เลยอยากให้เราไปด้วยเห็นแบบนี้พี่ก็ไม่อยากใจไม้ไส้ระกำกับน้องหรอก”ผมมองหน้าพี่จองอาอีกครั้งที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เองความหมายไม่ได้ซับซ่อนอะไรมากแค่ผมเป็นตัวเลือกสุดท้ายของทิปนี้ที่พี่จองอากับพี่ชานยอลเพิ่งคิดได้แต่ถ้าเป็นแบบนี้สู้ไม่ให้ผมไปด้วยก็ยังจะดีกว่าถ้ามันลำบากมากขนาดนั้นถ้าไม่เต็มใจจะให้ไปจริงๆผมก็ไม่อยากไปหรอก











“เก็บของนะจงอินพรุ่งนี้จะได้ไม่ลำบาก”พี่จองอาพูดทิ้งท้ายแล้วเดินออกจากห้องไปผมมองตามหลังบางของพี่สาวจนหายไปชั้นบนของเพ้นเฮาต์ ผมทรุดร่างลงกับเบาะโซฟาแรงที่ทิ้งลงมากพอจนผมกระเด้งขึ้นมาอีกครั้งถอนหายใจออกมาแรงๆหลายทีด้วยความคิดไม่ตกขนาดไม่ได้เจอหน้ากันผมยังรู้สึกอึดอัดแทบบ้าถ้าต้องเจอหน้ากันแบบจะๆคงไม่ใจขาดตายไปข้างเลยหรอถ้าความรู้สึกของผมเหมือนเมื่อก่อนก็คงดีไม่รู้สึกอะไรไม่ต้องคิดไม่ต้องใจสั่นให้เจ็บหัวใจคิดให้รกสมองถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมก็อยากย้อนเวลากลับไปทำให้ความรู้สึกผมเหมือนเดิมแต่มันก็คงเป็นแบบนั้นไม่ได้แล้วเมื่อผมเผลอคิดไปแล้วนะสิ หึน่าขำนี่ผมหลงรักคนเอ๋อๆแบบนั้นเนี๊ยนะ



















“ว๊าววววชานยอลคะวิวสวยจังคะดูตรงนู้นสิคะตรงที่มีภูเขาไกลๆลูกนั้นสวยมากเลยนะคะไม่ได้มาตั้งนานที่นี่ยังสวยเหมือนเดิม”เสียงพี่จองอาที่วิ่งวุ่นไม่หยุดมองนู้นนี่นั่นหลังจากที่ลงรถมาได้ก็ลากพี่ชานยอลไปถ่ายรูปอย่างสนุกสนานปล่อยให้ผมต้องขนกระเป๋าลงรถคนเดียวแล้วพี่ผมก็หายไปจากตรงที่รถจอดอยู่หน้าบ้านพักตากอากาศแห่งนี้ที่พี่สาวบอกผมว่าเป็นของครอบครัวพี่ชานยอลที่สร้างไว้มาพักผ่อนกัน













“ช่วย!!”เสียงทุ้มต่ำที่ฉุดอารมณ์ผมออกมาจากภวังค์ทำให้ผมต้องมองไปที่มือสากที่จับเข้าที่หูกระเป๋าตรงที่ผมกำลังจับเหมือนกับเรากำลังกุมมือกันอยู่ผมมองอึ้งแล้วดึงมือออกมาปล่อยให้พี่เขยยกกระเป๋าใบเขื่องนั้นเข้าไปในบ้าน ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมรู้สึกเกร็งเวลาที่อยู่ต่อหน้าพี่เขยมันทำให้ผมไม่กล้าสู้หน้าและทำให้นิสัยช่างพูดของผมเมื่อก่อนหายไประยะห่างระหว่างผมกับพี่ชานยอลก็หายไปผมรู้สึกว่าผมจะพูดน้อยนับคำได้กับพี่ชานยอลได้เลยนี่มันเป็นอะไรผมแสดงออกมามากเลยหรอว่าผมกำลังชอบพี่เขาอยู่










“พี่จองอาไปไหนทำไมพี่กลับมาคนเดียว?”ผมถามพี่ชานยอลออกไปพรางลากกระเป๋าของพี่จองอาใบสุดท้ายเข้ามาเพื่อช่วยคนร่างสูงตรงหน้าที่ยกคนเดียวเข้ามาสามสี่ใบสบายๆ













“เดินเล่นที่ชายหาดแล้วบอกให้พี่กับเราไปซื้อของมาทำกับข้าวเย็นด้วยขนของเสร็จแล้วใช่มั๊ยพี่จะได้พาไป”พี่ชานยอลว่าขึ้นแล้วจัดการวางกระเป๋าลงไว้หน้าเตียงนอน








“........”ผมเผลอสบเข้าไปในดวงตาคมอย่างไม่ได้ตั้งใจมองใบหน้าพี่เขยอยู่อย่างนั้นเหมือนกับว่ามันมีมนต์สะกดผมให้มองมองอย่างโหยห้าอ้อนวอนแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้ผมใจเต้นแรงร่างกายสั่นเทาเมื่ออยู่ๆร่างของพี่เขยก็เดินเข้ามาหาผมช้าๆในขณะที่เรายังจ้องตากันอยู่













“กึก!!”ผมถอนหลังจนหลังบางของผมชนกับผนังเย็นๆอย่างจังความกระวนกระวายเกิดขึ้นในใจเมื่อผมหมดทางหนีทีไล่มองใบหน้าคมที่เคลื่อนใกล้เข้ามาริมฝีปากหนาที่รอยเด่นอยู่เบื้องหน้าทำให้มองไล่สายตาลงมาแล้วเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นพยายามกลืนก้อนน้ำลายที่เหนี่ยวหนึดให้ไหลลงคออย่างเชื่องช้ากลิ่นกายฉะเพาะตัวกับลมหายใจที่เป่ารดกันทำให้ผมใบหน้าเห่อร้อนแต่ก็ไม่เสสายตาไปทางอื่น









ริมฝีปากร้อนเริ่มใกล้เข้ามาๆ







เข้ามา







เข้ามา















“ชานยอล!!”ผมผละร่างกายออกมาจากวงล้อมร่างสูงของพี่เขยออกมายืนหน้าประตูในขณะที่พี่สาวผมเดินเข้ามาในห้องนอน










“ฉันว่าแล้วว่าคุณยังไม่ไปงั้นให้จงอินอยู่บ้านก็แล้วกันส่วนคุณไปกับฉันชานยอล”พี่จองอาเอ่ยออกมาแล้วเข้ามาคล้องแขนพี่ชานยอลที่ยืนอยู่ข้างๆกันกับที่ผมยืนอยู่ผมมองไปที่มือของพี่สาวที่คล้องแขนพี่ชานยอลแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นไม่อยากแสดงความรู้สึกอิจฉาไปมากกว่านี้













“ดูแลบ้านด้วยนะจงอินเดี๋ยวพี่จะออกไปดูพวกอาหารทะเลแถวนี้มาทำอาหารเย็นกินกัน”พี่จองอายิ้มพราวให้ผมแล้วลากพี่ชานยอลออกไปจากห้องปล่อยให้ผมอยู่คนเดียว ผมเดินออกมาจากห้องของพี่จองอาแล้วไปยังห้องของตัวเองทิ้งตัวลงแผ่หลากลางเตียงกว้างด้วยความเหนื่อยล้าในหัวสมองต่างสลัดเรื่องราวเมื่อครู่ออกไปไม่ได้สักทีถ้าเขาไม่รีบผละตัวออกมาต้องได้เป็นเรื่องแน่ๆ แต่จังหวะหัวใจที่เต้นแรงเมื่อครู่เขายังจำได้ดีมันเต้นจนคิดว่าน่าจะระเบิดออกมาเพราะทลักความสุขความสุขที่ได้อยู่ใกล้แต่ก็ต้องเลิกคิดเพราะบางทีผมอาจจะเป็นฝ่ายที่เพ้อไปเองและไม่สำควรคิดแบบนั้น














เมื่อไหร่ผมจะสลัดพี่หลุดสักทีพี่ชานยอลนับวันพี่ยิ่งมีอิธิพลกับผมจนผมจะเป็นบ้าอยู่แล้ว!!














ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาเดินย่ำเท้าที่หาดทรายสีขาวด้วยความเซ็งจิตมองไปรอบตัวก็เจอกับภูเขาท้องทะเลหาดทรายต้นมะพร้าวและโขรดหินแต่ก็ต้องยอมรับน่ะนะว่าที่นี่สวยจริงๆ สายลมอ่อนๆที่พัดโบกเอากลิ่นอายน้ำทะเลเข้ามาทำให้เขารู้สึกสดชื่นจนต้องกางสองแขนกว้างขึ้นท้าลมท้าแดดยามบ่าย














“ช่วยด้วยๆมีเด็กกำลังจมน้ำ!!!!”เสียงตะโกนโหวกแหวกโวยวายดังขึ้นอีกด้านหนึ่งของหาดทำให้จงอินต้องหันไปมองก็เห็นกลุ่มคนกำลังแตกตื่นอะไรสักอย่าง สายตาคมเหลียวลงไปที่ท้องน้ำเบื้องหน้าก็เห็นร่างของเด็กน้อยคนนึงกำลังลอยน้ำจมแหล่ไม่จมแหล่อย่างทุรักทุเลเห็นแค่มือกวักน้ำกลางอากาศแค่เพียงเท่านั้นจงอินก็รีบวิ่งไปที่จุดเกิดเหตุวิ่งลุยน้ำลงไปช่วยเด็กคนนั้นทันทีในมือถือหวงยางลมติดมือไปด้วยว่ายทวนกระแสน้ำสุดความสามารถในใจจะต้องช่วยเด็กคนนี้ให้ได้ไม่ว่ายังไง ชายฉกรรจ์จำนวนไม่น้อยวิ่งลุยน้ำลงมาช่วยเช่นกันรวมทั้งเจ้าหน้าที่หาดต่างอลม่านวุ่นวายไปหมด













“ช่วยผมด้วย..ฮื่อ..ฮึก..”เสียงเด็กผู้ชายร้องไห้สะอื้นสำรักน้ำตะเกี่ยตะกายหาทางรอดรีบเกาะเข้าที่ร่างกายของจงอินทันทีจงอินสวมหวงยางลมใส่หัวของเด็กชายไว้แต่จู่ๆเท้าใจกรรมกับกระตุกนิ่งค้างความเจ็บที่เริ่มก่อขึ้นแล่นแปรบขึ้นมาจากข้อเท้าใช่อาการแบบนี้












เขาเป็นตะคริว!!











ร่างของจงอินดำพุดดำว่ายเขย่งแขนให้สูงเพื่อเป็นการส่งสัญญาณว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาร่างค่อยๆดำดิ่งลงขาที่ใช้งานไม่ได้ทำให้จงอินรู้ว่ายิ่งพยายามยิ่งเปล่าประโยชน์สู้ยอมรับชะตากรรมแล้วปล่อยให้มันเป็นไป
ร่างบางนิ่งค้างลอยจมลงสู้เบื้องล่างของท้องทะเลในใจล่ำร้องเรียกชื่อนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็คงได้แค่ภาวนาในเมื่อตอนนี้คนๆนั้นคงจะอยู่ที่ไหนสักแห่งกำลังมีความสุขและจะรู้บ้างม๊ยว่าตอนนี้เขาเป็นยังไงยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บเขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะไม่เรียกร้องอะไรอีกแล้วต่อจากนี้คงจะไม่เจอไม่เห็นหน้ากันอีกแล้วผมขอให้พี่มีความสุข










และผมอยากบอกพี่ว่าผมรัก..พี่พี่ชานยอล






ดวงตาพร่ามัวร่างกายกระตุกสองสามครั้งอากาศหายใจขาดห้วงการเคลื่อนไหวช้าลงค่อยๆจมลู่สูงก้นบึ้งของความมืดมนและเย็นเชียบเงียบเหงา













...ผมตายแล้วใช่มั๊ยผมตายแล้วจริงๆหรอใครก็ได้บอกผมที...


2013-09-23

MY BROTHER 8

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]



8











“อ่า..เจ็บชะมัด”ผมรู้สึกตัวขึ้นในเช้าของวันใหม่เหลือบตามองรอบๆตัวก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองนอนไม่รู้เรื่องอยู่ที่พื้นแข็งๆที่ห้องรับแขก ความปวดร้าวที่เกิดขึ้นจากศีรษะมาจนถึงต้นคอทำให้ผมต้องสั่นศีรษะไล่อาการเมาค้างบิดขี้เกลียดไล่ความเหมื่อยขบแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง










“ชานยอลนี่คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมเมื่อคืนคุณไม่กลับบ้านฉันโทรหาคุณตั้งหลายครั้ง”เสียงจองอาที่เดินลงมาจากชั้นบนถามผมเสียงกังวลแล้วไล่สายตาสำรวจร่างกายของผมที่ไม่ปกตินัก ผมที่ยุ่งเหยิง เสื้อรอยชาย เนทไท้ที่กำลังจะหลุดออกมาและกลิ่นเหม็นหึ่งของเหล้าที่ผมดื่มเมื่อคืนทำให้จองอาต้องบีบปิดจมูกพัดอากาศ












“ผม..”













“ช่างเถอะคุณขึ้นไปอาบน้ำนะพักผ่อนสักหน่อยแล้วฉันจะขึ้นไปปลุกคุณกินข้าวเอง”เสียงสดใสของจองอาที่ผมคิดว่าจะดุผมสะแล้วเอ่ยขึ้นทำเอาผมที่กำลังจะแก้ตัวต้องหุบปากฉับลงแล้วมองทอดเข้าไปในดวงตาของจองอานัยน์ตาหม่นแสงของผมที่แสดงถึงความเหนื่อยล้าคงทำให้จองอารู้แล้วว่าผมกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ









“ชานยอลคุณมีอะไรรึปล่าวคะ”มือบางเอื้อมขึ้นลูบเข้าที่ใบหน้าคมที่เริ่มจะมีหนวดขึ้นน้อยๆของสามี ชานยอลจับเข้าที่หลังมือขาวของจองอาแล้วกุมเข้ามาไว้ในมือเดียวทั้งสองยืนมองกันเนิ่นนานคนหนึ่งมองด้วยความไม่เข้าใจส่วนอีกคนมองด้วยความวูบไหวและคิดถึงเรื่องที่ได้ยินมาใจอยากถามแต่ก็ไม่กล้ากลัวว่าเรื่องที่ได้ยินมาจะเป็นความจริง














“ปล่าวครับ!!จองอาอาทิตย์หน้าผมหยุดตั้งอาทิตย์นึงแหน่ะผมว่าเราไปพักผ่อนที่ทะเลกันมั๊ยเราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันนานแล้วนะครับ”ผมว่าขึ้นเปลี่ยนจากน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนเป็นเสียงสดใสผมรู้ว่ามันคงกลบเกลื่อนไม่ได้แต่ผมก็ไม่อยากให้จองอาไม่สบายใจ














“คิดยังไงเนี้ยถึงได้มาชวนกันไปเที่ยวที่นั่นแล้วงานคุณละคะ?”จองอาดึงมือคืนแล้วยิ้มเสหน้าไปทางอื่น









“งานก็ส่วนงานสิครับตอนนี้ผมว่างรู้สึกเหนื่อยๆอยากพักผ่อนแล้วโยนให้ไอฮิมมันดูแลสักพักแล้วเราไม่ได้ไปที่นั่นนานแล้วตั้งแต่ที่ผมขอคุณแต่งงานที่นั่นผมอยากไปกับคุณอีก”ผมว่ากระซิบข้างหูของจองอาเรียกสีแดงจากใบหน้านวลนั้นได้อย่างดีหลังจากที่ผมได้เข้าทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งก็ทำให้ผมพอมีเงินและคิดว่าตอนนี้ผมก็พร้อมแล้วที่จะสร้างชีวิตครอบครัวผมก็พาจองอาไปที่ทะเลแห่งนั้นที่ๆมีความทรงจำของเราสองคนและก็ขอจองอาแต่งงานผมยังจำช่วงเวลานั้นได้ดีผมมีความสุขมากที่จองอาตอบรับผมๆลุกขึ้นอุ้มจองอาแล้วเหวี่ยงเป็นวงกลมเสียงหัวเราะคิกคักของเรากับบรรยากาศสีชมพูเสียงเกลียวคลื่นเสียงลมของทะเลทำให้ผมไม่ต้องการใครอีกแล้วนอกจากจองอาผู้หญิงที่ผมรักและมอบหัวใจให้














“แต่ตอนนี้ฉันท้องแก่แล้วนะคะ”ใบหน้าสวยก้มเขินจนค้างชิดอกทำให้ผมต้องเฉยคางจองอาขึ้นมามองหน้ากันแล้วผมก็ลูบเข้าไปที่แผ่นท้องข้างนอกเสื้อคลุมของจองอาท้องที่เริ่มนูนเด่นขึ้นมาเล็กน้อย











“ใครว่าคุณท้องแก่กันยังไม่ถึงห้าเดือนด้วยซ้ำ ผมก็แค่อยากพาคุณไปเที่ยวก่อนที่คุณจะคลอดและผมก็อยากมีช่วงเวลาแบบนั้นที่ได้อยู่แบบสองต่อสองกับคุณ..จองอา”น้ำเสียงทุ้มต่ำอ้อนๆของผมนั้นทำให้จองอาพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงตกลงผมยิ้มกว้างแล้วก้มจูบลงที่หน้าผากมนของภรรยาด้วยความรักจองอาหลับตาพริ้มกับสัมผัสที่ผมมอบให้ก่อนที่ผมจะไล่ริมฝีปากลงมากดจูบที่หว่างคิ้วปรายจมูกลั่นๆและริมฝีปากบางสวย สัมผัสแผ่วเบาที่แตะกันแผ่ขยายความอ่อนละมุนจนผมต้องจูบซ้ำๆย้ำๆและแทรกเรียวลิ้นขอความหวานภายใน








“อื่อ..”จองอาเกาะคอเสื้อผมแน่นเรียวลิ้นที่ไล่ต้อนของผมกับจองอาเริ่มโหมกระหน่ำด้วยแรงอารมณ์จนมาถึงตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมขาดจองอาไม่ได้จองอาคือทุกสิ่งที่อย่างของผมรวมทั้งร่างกายที่ผมก็เป็นของจองอาเช่นกัน ภายในห้องรับแขกยามเช้าช่างเงียบสงบไม่ปรากฏสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นอีกร่างสองร่างที่จูบแลกความหวานโหยหากันอยู่นั้นค่อยๆเคลื่อนถอยหลังไปที่โซฟานุ่มหลังใหญ่ก่อนที่เจ้าของร่างสูงแกร่งจะประคองร่างภรรยาลงกับโซฟาแทรกตัวเข้ากับหว่างขาเรียวกระโปรงชุดคลุมย่นลงไปกองที่เอวคอดในตอนที่ชานยอลจับขาสวยเรียวสองข้างขยับเป็นตั้งชัน













“อึก อ่ะ ชานยอลอย่าทำแบบนี้เลยนะคะฉันไม่พร้อมจริงๆ”จองอาร้องบอกข้างหูแต่สายตาปรือปอยเชิดหน้าขึ้นให้สามีที่ผละริมฝีปากออกเมื่อครู่ได้จูบทำรอยได้สะดวกซึ่งคนระเรื่องกับปากบอก ชานยอลหลงไปกับสัมผัสหูตาอื่นอึงจับเข้าที่คอเสื้อชุดคลุมที่เป็นหัวยางยืดของภรรยาย่นลงมาที่ข้อแขนเผยให้เห็นบราเซียลูกไม้สีดำตัวบางที่จองอาสวมใสกับผิวเนียนละเอียดขาวสะอาดตา ชานยอลบีบเค้นคลึนพร้อมกับปากอิ่มร้อนที่ลากมาจูบร่องอกของภรรยามือสากลูบท้องนูนไล่มาด้านหลังหวังจะปลดตะขอบราเซียคับซีออกแต่มือบางของจองอาก็เอื้อมมาจับคว้าห้ามไว้ได้ทัน













“ชานยอลฉันขอร้องนะคะฉันกลัวว่าจะกระทบถึงลูก”น้ำเสียงอ้อนวอนของจองอาทำให้แรงอารมณ์ที่กำลังพุ่งสูงของชานยอลดิ่งลงชายหนุ่มเหลียวมองหน้าภรรยารู้สึกขัดใจเล็กน้อย












“จองอาแต่ผม..ต้องการคุณจริงๆผมสัญญาว่าจะไม่รุนแรงนะครับ!!”ถ้าจะเอาช้างมาฉุดก็ฉุดความต้องการอันเร่าร้อนนี้ไม่ได้อยู่ดีถึงจองอาจะมีลูกแล้วแต่กลับยิ่งสวยและมีแรงดึงดูดอยากให้ชานยอลสัมผัสหลายครั้งแต่เพราะข้อห้ามของหมอทำให้ชานยอลต้องข่มอารมณ์แอบลุกขึ้นมาช่วยตัวเองในห้องน้ำตอนดึกจนคิดไปเองว่าเขาอาจจะกลายเป็นพวกโรคจิตเข้าสักวัน ชานยอลแกะมือบางออกจากแขนแกร่งของตนแล้วนำมาคล่องที่ลำคอของตนไว้ใช้แววตาเจ้าเล่ห์ซุกซนปนหื่นกระหายไล่มองตามสรีระร่างกายของภรรยาจนสายตาหวานที่มองการกระทำของสามีต้องเซหลบเขินไปทางอื่น
















“ผมต้องการคุณขนาดนี้คุณจะใจร้ายกับผมได้ลงคอหรอครับที่รัก”ชานยอลว่ายิ้มๆแล้วลงหอมแก้มแดงๆของจองอาที่แดงเถือกจากความเขินรู้สึกอายไม่ต่างจากตอนที่มีอะไรกันครั้งแรกไม่มีผิด

















“แต่ลูกของเรา../ผมสัญญาแล้วว่าจะไม่รุนแรงนะครับจองอาผมจะทนไม่ไหวอยู่แล้วคุณกำลังยั่วผมอยู่รู้มั๊ย?!!”เสียงแหบๆว่าออกมาน้ำเสียงฉายแววต้องการจนปิดไม่มิด จองอารู้ดีและเข้าใจว่าหลังจากสองเดือนที่แล้วเขากับชานยอลแทบจะไม่ได้มีอะไรกันเลย ใจแข็งมาตลอดเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยแต่ตอนนี้เขากำลังจะใจอ่อนต่อชายหนุ่มตรงหน้าที่ตอนนี้ไม่ใช่สามีที่แสนดีแต่เป็นปีศาทเป็นเสือที่กำลังตะคลุบเหยื่อ














“จริงๆนะว่าคุณจะไม่ทำอะไรรุนแรง”น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาช่างเบาหวิวจนชานยอลต้องเงียหูฟังแต่ก็รู้สึกพอใจกับคำตอบของภรรยาที่ไม่รู้ว่าใบหน้าตอนนี้มองไปทางไหนแล้ว












“ขอบคุณนะครับจองอาที่คุณไม่ทรมานผม..”














“ผมรักคุณรักคุณคนเดียว!!”น้ำเสียงเอ่ยออกมาหนักแน่นเหมือนต้องการให้ตอกย่ำลงไปในจิตใจและความรู้สึก ทันทีที่สามีสุดที่รักพูดจบก็ประทับริมฝีปากหนาร้อนลงมาฉุกจูบโพรงปากหวานทันทีเสียงจูบดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณห้องและเสียงกระเส่าจากความรู้สึกซ่านกระสันในทำนองรักของทั้งคู่แต่ใครจะรู้และสนใจบ้างว่าภายในเพ้นเฮาต์สุดหรูหรานี้ไม่ได้มีเพียงเขาสองคน















“อึก..อุ๊บ!!”เสียงสะอื้นหายไปเมื่อมือบางรีบขึ้นเอามาปิดเสียงสะอื้นไว้เมื่อคิดว่ามันจะดังขึ้นมาจนได้ยินไปถึงพี่สาวกับพี่เขยน้ำตาใสไหลเอ่อคลอที่หน่วยตาแล้วไหลออกมาอย่างกับเขื่อนแตกเมื่อรู้ว่ามันเก็บไม่อยู่ ความปวดร้าวแผ่ขยายไปทั่วก้อนเนื้อด้านซ้ายจนปวดหนึบจนต้องรีบกุมอกไว้ เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรงประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่ดังชัดเจนก้องสะท้านในหูร่างบางทรุดร่างลงกับผนังกำแพงเอื้อมมือปิดใบหูร้องไห้ออกมาเมื่อรู้ว่ายิ่งกลั่นร้องมันยิ่งอยากร้องถ้าไม่รีบระบายออกมาคนที่ขาดใจตายอาจจะเป็นเขาที่ทนความเจ็บจุกนี้ไม่ไหว




















...นี่ผมรักพี่เข้าแล้วหรอฮะพี่ชานยอล เพราะพี่ทำให้ผมเป็นได้ขนาดนี้เลยหรอฮะผมควรจะเลิกรักพี่หรือทำให้พี่มองผมบ้างหรือผมต้องเรียกร้องมากกว่านั้นถึงขั้นแย่งพี่มา!!...















..พี่จะให้ผมเสียคนเพราะพี่พี่รู้ตัวบ้างหรือปล่าวคนเราก็มีขีดจำกัดถ้าทนไม่ไหวมากๆมันก็แตกออกยิ่งกว่าระเบิดหรือพี่อยากให้ผมระเบิดอารมณ์ออกมาเพราะความต้องการพี่พี่เขย..

2013-09-23

MY BROTHER 7

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]



7










“ไงมึงเมื่อวานที่มึงบอกกูว่าเมียมึงไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลจริงหรอว่ะแต่ที่กูเห็นเมียมึงดันไปอยู่ที่ห้างได้สะนี่แล้วยังอยู่กับใครไม่รู้แถมยังเป็นผู้ชายอีก”อยู่ๆไอฮิมชานมันก็ว่าขึ้นจนผมที่กำลังจะซดเหล้าเข้าปากหยุดชะงักต้องหันหน้ามามองมันทันทีด้วยความเครือบแครงใจว่ามันต้องการสื่ออะไร










“หมายความว่าจองอาโกหกกูงั้นหรอมึงอย่ามาพูดให้ครอบครัวเขาแตกแยกกันหน่อยเลยมึง”ผมกระดกเหล้าเข้าปากกระแทกก้นแก้วลงกับโต๊ะเคราเตอร์บาร์ของร้านเหล้าอย่างแรงบ่งบอกถึงแรงอารมณ์จองอาจะทำแบบนั้นจริงหรอผมไม่เชื่อหรอกมันน่ะมั่ว เหล้าที่คุกเคร้าในโพรงปากยังไม่กลืนนั่นให้รสชาติข่มปร่าชวนมึนแต่ผมก็อยากดื่มมันเพื่อให้ลืมเรื่องอะไรสักอย่างที่เข้ามาโจมตีในชีวิตจนแก้ไม่ตก








ผมถูกปฏิเสษงานจนต้องแก้ใหม่ทั้งหมดผมเป็นสถาปนิกเปิดบริษัทร่วมหุ่นกับฮิมชานมาได้สี่ปีแล้วหลังแต่ละคนจบจากมหาลัยแล้วเผชิญโลกกว้างหาประสบการณ์มาสองปีเต็มและไปได้ดีจนผมมีเงินเก็บไม่ถึงขั่นรวยเว่อร์อะไรผมทำงานไม่เคยพราดลูกค้าที่เข้ามาให้ผมออกแบบแปลนบ้านให้ก็ถูกอกถูกใจจนมีชื่อเสียงพอสมควรแต่ช่วงหลังๆมานี้ผมกลับมีความรู้สึกสมองตันแบบไม่มีสาเหตุและมักเม่อบ่อยๆจนไอฮิมชานมักท้วงเกี่ยวกับการทำงานที่ช้าของผม






“มึงอย่ามามั่วมึงอาจะจำคนผิด!!”ผมว่าใส่หน้ามันทั้งผมทั้งมันต่างเมาจนหน้าเริ่มแดงแล้วสั่งเหล้าเพิ่ม











“กูไม่ได้มั่วแต่กูเห็นจริงและกูก็ไม่ได้ตาฝาด”









“อาจะเป็นเพื่อน..จองอาเพื่อนเยอะจะตายเขาอาจะเจอกันโดยบังเอิญ”ผมพูดให้ใจชื่นขึ้นมาแล้วยกเหล้าขึ้นดื่มอยู่ๆความรุ่มร้อนใจก็เกิดขึ้นแปลกๆภาพเมื่อวานตอนที่ผมส่งจองอาเสร็จแล้วจะขับรถออกไปผมเห็นจองอากำลังยืนกอดกับใครที่หน้าโรงพยาบาลแต่ผมก็ไม่ได้สนใจมันจนมาตอนนี้










“ถ้าอย่างนั้นจริงจองอาทำไมไม่บอกมึงว่าเจอเพื่อน”คราวนี้แหละครับทำเอาผมไปไม่เป็นสะอึกน้ำลายตัวเองจนจุกไปหมดแต่ผมก็ยังไม่อยากปักใจเชื่อจนไอฮิมชานั้นเห็นผมเงียบไปมั๊งมันเลยพูดขึ้น











“กูก็พูดตามที่เห็นแต่ถ้าทำให้มึงไม่สบายใจกูขอโทษ”ไอฮิมชานเอ่ยเสียงเบาจนคนฟังแทบต้องเงียหูฟังแต่ผมก็ปล่อยผ่านประโยคมันไปแล้วเข้าสู่ความคิดตัวเองอีกครั้งคนๆนั้นเป็นใครความสนิทสนมที่ผมเห็นครั้งแรกที่โรงพยาบาลทำให้ผมคิดไม่ตกอีกครั้งใบหน้าของผู้ชายคนนั้นไม่ค่อยคุ้นเลยใครกันจองอากำลังปิดบังอะไรผมอยู่หรอ














“เฮ่อ!!”ร่างบางปิดหนังสือเรียนไว้เงยหน้าขึ้นมองเพดานแล้วนำมือลูบใบหน้าของตัวเองช้าๆเหลือมองดูนาฬิกาเข็มที่กำลังจะเดินเข้าสู่เลขหนึ่งบอกได้ว่าร่างบางตรงหน้าอ่านหนังสือเรียนมาแล้วร่วมหลายชั่วโมงร่างบางลุกขึ้นจากโต๊ะเขียนหนังสือบิดซ้ายขวาด้วยความเหมื่อยขบและรู้สึกว่ากระหายน้ำอย่างรุนแรง จงอินเดินออกมาจากห้องนอนก้าวเดินลงไปชั้นล่างของเพ้นเฮาต์พี่เขยที่ตนเข้ามาอยู่ด้วยได้หลายปีแล้วทุกย่างก้าวเดินด้วยความคุ้นชินจนมาหยุดที่หน้าตู้เย็นจงอินเปิดตู้เย็นนำขวดน้ำออกมาเทใส่แก้วยกขึ้นดื่มทันทีแต่ก็ต้องชะงักกับเสียงที่ดังขึ้นทางประตูทางเข้าของเพ้นเฮาต์











“กึกๆ”จงอินละสายตาไปมองต้นเสียงวางแก้วลงที่โต๊ะทำครัวก้าวเดินไปช้าๆความมืดที่มีแสงเลือนลางเป็นอุปสรรค์จนร่างบางต้องพยายามเพ่งมองให้ชัด












“ปัง!!เปิดๆประตูหน่อยปังๆ!!”จงอินสะดุ้งถอนล้นไปข้างหลังเมื่อจู่ๆก็เกิดเสียงของคนร้องด้านนอกจงอินวิ่งไปที่ประตูส่องลงไปที่ตาแมวก็ปรากฏว่าเป็นร่างของพี่เขยที่ร้องอยู่ด้านนอกด้วยเสียงอ้อแอ้ไม่ได้ศัพท์












“พี่ชานยอล..นี่พี่เมามาอีกแล้วหรอพี่นี่ไม่ไหวจริงๆ!!”ผมว่าให้พี่ชานยอลแล้วเข้าไปพยุงพี่เขยที่เมาเข้ามาในเพ้นเฮาต์ ร่างกายสูงใหญ่ที่เดินไม่ตรงเซซ้ายเซขวาทำให้การเดินนั้นล่าช้ากว่าจะถึงโซฟาก็เล่นเอาผมเหงื่อตก










“พี่ชานยอลนอนรอตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวผมมา”ผมรีบวิ่งเข้าไปในครัวหยิบกระละมังเล็กกับผ้าขนหนูมาด้วยเพื่อที่จะเช็ดตัวให้พี่ชานยอลที่นอนร้องแหกปากลั่นด้วยฤทธ์แอลกอฮอล













“จองอาๆ..อื่อคุณอยู่ไหนนน”












“พี่เงียบๆหน่อยได้มั๊ยนี่มันดึกมากแล้วนะ..ชู่!!”ผมปิดปากพี่ชานยอลแทบทันทีแล้วค่อยๆปล่อยออกเมื่อคิดว่าพี่เขาสงบลงแล้วพรางส่งสายตาไล่มองตามร่างกายกำยำที่นอนอ้าซ้าแขนตกจากโซฟาถอนหายใจเฮือกใหญ่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้พี่ชานยอลดื่มเมาขนาดนี้และก็นึกเป็นห่วงที่คนตรงหน้าสามารถนำพาตัวเองกลับมาปลอดภัยและภาระก็ตกมาที่เขาเอ๊ะหรือเขาจะปลุกพี่จองอาดีถึงจะอย่างนั้นก็เถอะยังไงผมก็ไม่ควรไปเรียกพี่จองอาถ้าพี่จองอาเห็นสภาพพี่ชานยอลต้องโกรธพี่ชานยอลถึงขั่นลงไม้ลงมือแน่ๆเพราะพี่จองอาไม่ชอบผู้ชายดื่มของมึนเมา










“อย่าดิ้นได้มั๊ยพี่!!”









“เฮ่อ..”ผมถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเหล่าพี่เขยไม่ให้ความร่วมมือกับผมสักนิดพลิกซ้ายขวาทำให้ผมเช็ดตัวไม่ถนัดจนต้องสาบส่งหลายครั้งแล้วผมก็กับมานั่งนิ่งมองใบหน้าแดงกล่ำของพี่เขย









“จองอา..”พี่ชานยอลระเมอออกมาอีกผมชักจะรำคาญแล้วนะเรียกหากันเข้าไปถ้าเรียกแล้วพี่จองอาตื่นขึ้นมาช่วยได้คงจะดีหรอก ผมบิดผ้าด้วยความหัวเสียอีกครั้งแล้วนำมาเช็ดเบาๆที่แถวลำคอแกร่งไล่มาตามหน้าอกจนมาถึง..











O.O!!







“อ๊ากกกกหะหะหะหัวหัวหัวโนมมมมมมมมมมมอุ๊บ!!”ผมร้องลั่นแล้วรีบตะคุบปากตัวเองติ่งไตสีชมพูน่าดูดของพี่ชานยอลโผล่ออกมาจากคอเสื้อเชิ้ตที่ถูกแกะกระดุมคายความร้อนผมสาบานได้เลยว่าผมไม่ได้คิดที่จะอ่านกินพี่เขาตามันเห็นจริงๆ











จงอินหยุบหนอพองหนอถั่วงอกหนอไม่ช่ายยยยยแล้วววว












ผมสติแตกไปแล้วทำไมหัวใจของผมถึงได้เต้นแรงจนปวดหนึบขนาดนี้เต้นแรปแบบเพลงวูฟอะอู้ของพี่ๆวงเอ็กโซที่ผมกำลังคลั่งอยู่แต่สติแตกได้ไม่นานพี่เขยผมก็ขยับตัวอีกครั้งสงสัยคงนอนไม่สบายตัวมั๊ง












“จงอินถ้าแกไม่รีบทำมันก็ไม่เสร็จเพราะฉะนั้นเลิกคิดอกุศลแล้วตั้งใจเช็ดตัวให้เสร็จๆไปสักที”ผมบอกตัวเองแล้วเช็ดๆๆจนหนังพี่เขาจะถลอกติดมือมาหลับหูหลับตาเช็ดจนในที่สุดก็เสร็จเรียบร้อย










“เฮ่อเกือบตายตรู..เอากระละมังไปเก็บดีกว่า”ในขณะที่ผมกำลังจะเดินออกไปจากโซฟาห้องรับแขกก็มีมือหนึ่งคว้าข้อมือผมไว้ผมหันกับไปมองยังไม่ทันดีพอก็ถูกเหวี่ยงให้มาอยู่ที่โซฟากับๆๆๆๆๆๆๆ














“ไอพี่ชานยอลลลลลลลลลลลลลอุ๊บ!!”ร่างของผมกระแทกลงมาทับใส่ร่างของพี่เขยยังไม่พอมันยังกระเด้งลงมาที่พื้นเย็นเชียบข้างล่างโซฟาในท่าที่พี่ชานยอลนอนทับผมอยู่ความเงียบเข้าปกคุมพี่เขาที่นอนอยู่อย่างสงบแต่ผมกับไม่สงบเมื่อใบหน้าของผมอยู่ใกล้กับพี่เขาแค่คืบลมหายใจอุ่นร้อนของพี่เขยปะทะเข้าใบหน้าผมอย่างจังจนใบหน้าร้อนวูบวาบเหมือนมีไฟมารนดวงตากลมโตเผลอสบเข้ากับดวงตาของพี่เขยใบหน้าที่ถูกออกแบบมาเหมือนกับถูกสลักไว้โครงหน้าที่ดูเข้ารูปอย่างลงตัวปากหนาสีเข้มเป็นกระจับเรียวคิ้วที่ดกดำรวมๆแล้วมันช่างดูดีจนผมหลงมองอย่างไม่รู้เบื่อ“อยู่ด้วยกันมาก็นานมีครั้งนี้ละที่ผมได้สังเกตใบหน้าของพี่ได้อย่างใกล้ชิดพี่ชานยอล”ผมละสายตาลอดท่อนล่างก็เห็นนิ้วมือน้อยของตัวเองจับเข้ากับหัวนมน่ารักของพี่เขยอาการค้างชะงักงันของผมทำให้ผมอยู่ในท่านี้นานแสนนานจนพี่เขาเริ่มขยับตัวอีกครั้งคงจะรู้สึกแล้วว่ามีอะไรหนักๆทับอยู่ผมจะดันร่างของพี่เขาออกแต่พี่ชานยอลกับกดบ่าผมลงกับพื้นและจับข้อมือของผมกางออกทั้งสองข้างผมตกใจกับการกระทำของพี่เขยที่เริ่มรุนแรงมากขึ้นแต่ดวงตาคมที่ปรือปรอยอย่างคนไม่ได้สติดีนั่นบ่งบอกให้รู้ว่าพี่ชานยอลคงไม่รู้ว่านี่คือผมไม่ใช่พี่จองอา...















“ผลั่ก!!”ผมถีบพี่ชานยอลออกสุดแรงแล้ววิ่งออกมาจากตรงนั้นทันทีไม่สนว่าไอพี่เคยบ้านั่นจะเป็นยังไงเสียงครางเรียกชื่อพี่จองอายังดังอยู่เบื้องหลังผสมเสียงครางโอดโอยเจ็บของพี่ชานยอล














ผมวิ่งขึ้นห้องนอนนั่งกอดเข่าที่บานประตูน้ำตาใสไหลออกมาบางๆความรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกของผมเกิดขึ้นอีกแล้วผมคงเป็นโรคหัวใจแน่ๆทำไมแค่ผมได้ยินชื่อที่พี่ชานยอลเอ่ยออกมามันถึงทำให้ผมเจ็บจุกไปหมดทั้งๆที่เมื่อก่อนผมไม่เคยเป็นแบบนี้เลยด้วยซ้ำแล้วมันเริ่มตั้งแต่ตอนไหนกับความรู้สึกแปลกๆที่เริ่มเกิดแล้วผมจะทำยังไงเพื่อให้ผมเลิกความรู้สึกนี้ได้ผมต้องทำยังไง

2013-09-23

MY BROTHER 6

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]


6










“อื่อ..”ผมค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นกวาดสายตาไปรอบๆห้องก็พบว่าที่นี่เป็นห้องของตัวเองแล้วมาอยู่ที่นี่ได้ไง?ทั้งๆที่เมื่อคืน..ผมอยู่ปลอบลู่หานจนถึงสองทุ่มแล้วกลับออกมาเดินทอดน่องดูของตามร้างข้างทางไปเรื่อยๆก็ไปเจอกับ...






“โอ๊ย!!/จงอิน!!”พี่จองอาถือถาดอาหารเข้ามาเมื่อเห็นผมกุมขมับร้องเจ็บปวดก็เข้ามาดูด้วยความเป็นห่วงวางถาดอาหารลงที่โต๊ะหัวเตียงมาดูผม












“จงอินไหวรึปล่าวเมื่อคืนเรากลับบ้านดึกพี่เป็นห่วงแทบแย่แหนะแต่พอเรากับมาพร้อมชานยอลพี่ก็ค่อยสบายใจขึ้น..แล้วนี้ไปทำอะไรถึงได้ไข้ขึ้นแบบนี้ห๊ะปกติเราแข็งแรงมากไม่ใช่หรอฮึ่มน้องพี่”พี่จองอายีหัวผมเบาๆแล้วยิ้มล้อเลียนเรื่องที่ผมไม่ค่อยเจ็บป่วยบ่อยนักถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายผมจริงๆ







“คือ..”ผมพูดไม่ออกเหมือนความทรงจำเรื่องราวเมื่อคืนดูท่าว่าจะกลับมาแล้วฉายชัดจนเหมือนมันพยายามที่จะฝังแน่นตอกย่ำว่าผมจูบกับพี่ชานยอลเมื่อคืนแล้วผมก็สมยอมให้เขาจูบมันเป็นเรื่องน่าอายที่ไม่กล้าเอ่ยปากบอกมันต้องเป็นความลับ












“เอ้ามัวแต่อ่ำอึ้งอยู่นั่นแหละ..ดูนี่สิปากก็เจ๋อไหนจะรอยแดงๆที่คออีกตกลงแล้วไปทำอะไรมากันแนะห๊ะ”ทันทีที่พี่จองอาว่าจบผมก็ผุดลุกขึ้นพาร่างกายไปที่หน้ากระจกเพื่อตรวจดูร่างกายที่เพิ่งโดนทักท้วงเมื่อกี้ด้วยความวิตกกังวล แล้วตาสวยก็ต้องเบิกกว้างเมื่อมันเป็นความจริง “เฮ่ย!!”ร่างกายผิวสีน้ำผึ้งที่ใส่แค่เสื้อกล้ามสีตัดกับผิวร้องอุทานลั่นเมื่อที่ลำคอปรากฏว่ามีรอยแดงๆจริงพร้อมกับปากสวยได้รูปที่เจ๋อออกมาเล็กน้อย จงอินหน้าซีดเผือกค้างไปชั่วครู่จองอาที่เห็นความผิดปกติของน้องชายลุกขึ้นจากเตียงมาดูจงอินที่ยืนนิ่งหน้ากระจกอย่างจับพิรุธ








“จงอินบอกพี่มาเดี๋ยวนี้ว่าไปทำอะไรมา?!!”สายตาคาดคั้นจ้องเอาคำตอบ จงอินกลัวว่าจะถูกจับได้รีบเซนตาหลบ ยังไงก็บอกไม่ได้หรอกทำไงดีจงอิน?..เสียงที่ร่ำร้องอยู่ในใจไม่ได้ทำให้ต่อมความสงสัยของจองอาน้อยลงเลยกับยิ่งมีมากขึ้น













“จงอินอย่าหลบตาพี่ตอบมาเดี๋ยวนี้!!”เสียงแข็งๆที่มักใช้เวลาที่ผมแอบทำผิดแล้วมีพิรุธเมื่อตอนเด็กๆถูกนำมาใช้อีกครั้ง บรรยากาศรอบข้างดูตรึงเครียดผมาคิดหาทางออกโดยที่มีพี่จองอาอยู่เบื้องหลัง













แต่ทันใดนั้นเองประตูไม้สำเร็จรูปก็เปิดตัวขึ้นผมอยากขอบคุณนะแต่พอผมเห็นดวงหน้าคมหล่อที่แสนคุ้นเคยนั้นก็ทำเอาผมไปไม่เป็นเหมือนกันความรู้สึกของผมตอนนี้จะเหมือนกับพี่ชานยอลหรือป่าวนะ?..








“จองอา..ใกล้ได้เวลาที่หมอนัดแล้วนะคุณพร้อมรึยัง?”พี่ชานยอลมองเลยผมไปถามพี่จองอาที่ยืนอยู่ข้างหลังส่วนผมนิ่งไม่ไหวติงเมื่อยิ่งผมเห็นหน้าพี่เขาผมก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆมันตื่นเต้นใจสั่นแล้วคิดไปว่าพี่เขาจะยังจำเรื่องเมื่อคืนได้อยู่หรือป่าวนั่นมันทำให้ผมรู้สึกอายและไม่กล้าสู้หน้า













“เอ่อ..คะฉันพร้อมแล้ว..ส่วนเราพี่จะกลับมาถามทีหลังกินข้าวกินยาให้เรียบร้อยแล้วพักผ่อนให้มากๆละพี่เป็นห่วง”เฮ่อ..ผมพรู่ลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างน้อยก็พอยื่อเวลาออกไปได้ พี่จองอาเดินออกไปจากห้องพร้อมกับร่างสูงของพี่ชานยอลที่มีผมเดินออกมาส่งตามหลังทั้งๆที่พี่จองอาสั่งห้ามไว้ว่าไม่ต้อง










เฮ่อ...







ผมพิงหลังกับประตูห้องหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าผมเพิ่งรู้ว่าร่างกายผมมันร้อนรุ่มเพราะพิษไข้จนปวดไปหมดต่างร่างกาย ใจ..ก็เหนื่อยเช่นกันผมเพิ่งสังเกตอีกว่ามันทำงานหนักไม่ต่างๆจากอวัยวะส่วนอื่นๆเลยโดยฉะเพาะเวลาที่ผมเห็นคนๆนั้นเหมือนกับมันสะดุดจังหวะตัวเองล้มแล้วเต้นผิดไปหมดเต้นจนเกือบกระเด็นออกนอกอก






















“จองอาคุณไปคนเดียวได้นะ..โอ๊ยผมเป็นห่วงคุณจัง”ผมหัวเสียออกมาเมื่อต้องให้ภรรยาสุดที่รักไปตรวจครรภ์คนเดียวทั้งๆที่ต้องมีผมไปด้วยแต่ผมดันติดงานน่ะสิทำไงดี?













“โธ่ชานยอลคะแค่นี้เองฉันไปคนเดียวได้คุณไปทำงานเถอะถ้ามีอะไรฉันจะโทรหาคุณเอง”จองอายิ้มสดใสแค่เพียงผมเห็นก็ใจเต้นแรงจนต้องใจอ่อนยอมให้ไปคนเดียว







“เฮ่อ!!ไหนๆก็ไม่มีทางเลือกแล้วก็ได้ครับ..”เพียงแค่ชายหนุ่มพูดออกมาจองอาก็ยิ้มปลื้มหอมแก้มสากด้วยความรักหญิงสาวที่อยู่ในชุดคลุมสีชมพูลายการ์ตูนดูอ่อนหวานน่ารักเหมาะกับจองอามาก “แต่ถ้ามีอะไรต้องโทรมาบอกกันนะจองอา”ผมโผงขึ้นมาจองอาพยักหน้าแล้วหยิบกระเป๋าถือจะลงจากรถไปเมื่อเราจอดคุยตกลงกันเรื่องเมื่อกี้ในรถนานสองนาน













“เดี๋ยวจองอา../คะ”จองอาหันมาหาผมที่อยู่ในรถอีกครั้งทำหน้าสงสัยว่าเรียกอะไร








“ผมรักคุณนะ!!/ชานยอล...คะฉันก็รักคุณเหมือนกัน!!”หญิงสาวยิ้มตาปิดพูดจาหนักแน่นเหมือนเป็นการย่ำเตือนตัวเองแล้วเดินกลับเข้ามาหาร่างสูงที่นั่งในรถเปิดกระจกคุยกับตนอยู่เข้ามาใกล้แล้วโน้มใบหน้าลงไปหาสามี













“จุ๊บ!!!”จูบที่ไม่มีการรุกล่ำทำให้ชานยอลอึ่งไม่น้อยไม่บ่อยนักที่จองอาจะแสดงท่าทางแบบนี้ถ้าไม่ใช้ในบ้านหรือที่ลับ ทำให้ชานยอลยิ้มไม่หุบเหมือนแรกๆที่คบกัน








“แล้วเจอกันนะคะที่รัก!!”จองอาเดินออกไปแล้วแต่ชานยอลยังอยู่ตรงนั้นนั่งเขินอยู่คนเดียวใบหน้าแดงจนลามถึงใบหู













“ทำอย่างกับเจอรักครั้งแรกยั่งงั้นแหละไอชานยอลเอ้ยอายุปูนนี้แล้ว”ส่ายหัวลุดยิ้ม สตาร์รถออกไปทนที แต่อีกด้านหนึ่งจองอาที่เดินเข้าไปในโรงพยาบาลจะก้าวขึ้นบันไดรู้สึกหน้ามืดจะล้มแต่มีมือดีเข้ามาช่วยไว้ทันโอบเข้าที่เอวบางแนบชิดหญิงสาวกุมขมับแล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองร่างสูง














“นะ..นิชคุณ!!”จองอาเบิกตากว้างไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้







“ระวังหน่อยสิจองอา”นิชคุณส่งยิ้มมาให้ถ้าใครได้เห็นรอยยิ้มนี้คงต้องสยบแทบเท้าเพราะทั้งหล่อทั้งดูดีของอีกคนแต่กลับจองอาคือไม่..












“ปล่อย..ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!!”หญิงสาวผลักอกร่างสูงออกจนนิชคุณถอยออกมาไกลพอสมควรแล้วเดินหนีออกมา








“คุณมาตรวจครรภ์หรอ?”นิชคุณเดินตามจองอามาข้างใน จองอาไม่ตอบคนที่เดินตามอยู่แล้วมาที่หน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งว่าได้มาตามนัดของหมอคนนี้












“เอ่อ..หมอแทคยอนตอนนี้เพิ่งตรวจคนไข้เสร็จงั้นเชิญทางนี้เลยคะ”นางพยาบาลว่าแล้วเดินนำไปนิชคุณยังเดินตามมาอีกทำให้จองอาทนไม่ไหวว่าขึ้น












“คุณเลิกตามฉันจะได้มั๊ย!!”เพียงเท่านั้นนางพยาบาลคนไข้ญาติที่นั่งออกันตามทางเดินหันมามองทั้งคู่เป็นสายตาเดียว












“ใครว่าผมตามคุณผมจะไปหาเพื่อนต่างหาก”นิชคุณยิ้มตายี๋แล้วผลักประตูห้องเข้าไปจองอาจ้องตามตาเขม็งแล้วเดินเข้าไปอีกเช่นกัน










“พยาบาลฮโยรินคนไข้ที่นัดไว้มาแล้วใช่มั๊ย?”ไม่มีเสียงตอบรับหมอหนุ่มเงยหน้าขึ้นก็เห็นเป็นคนสองคนที่อีกคนหนึ่งหันหน้าหนีอีกคนยิ้มหล่อมาให้













“เฮ้ยนิชคุณ..คุณปารค์จองอา!!”




















“คุณจองอารู้จักนิชคุณมันด้วยหรอครับ?”หมอหนุ่มที่ตรวจชีพจรอยู่ว่าขึ้นหลังจากที่ไล่นิชคุณออกไปได้แล้วโดยให้เหตุผลว่าจะตรวจคนไข้ที่นัดไว้ก่อน จองอาที่นอนอยู่บนเตียงเมื่อแทคยอนตรวจเสร็จก็ลุกขึ้นนั่งขอบเตียงทันที












“แค่เคยรู้จักคะ..ว่าแต่เป็นยังไงบ้างคะ”จองอาถามมองดูหมอหนุ่มที่เอาใบรายงานขึ้นมาจดไม่สนใจคำถามแรกเท่าไหร่











“อืมตอนนี้ก็ถือว่าแข็งแรงดีครับไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีกสักเดือนนึงคงอัลต้าซาวด์ได้แล้ว”แทคยอนว่าแล้วยิ้มให้จองอาใจชื่นขึ้นมา












“เดี๋ยวหมอจะจัดยาบำรุงกับวิตตามินและยาแก้แพ้ท้องไปให้น่ะครับช่วงนี้ก็ต้องระวังให้มากและอย่ามีเรื่องมากระทบจิตใจเพราะอาจจะส่งผลเสียได้กับเด็กในท้องนะครับ”ทันทีที่ตรวจเสร็จพยาบาลก็พาจองอาไปที่แผนกจ่ายยาทันทีร่างบางที่เพิ่งสังเกตว่านิชคุณหายไปแล้วก็มองหาแต่ก็ไม่พบและรีบจ่ายเงินรับยาให้เสร็จๆไปเพราะไม่อยากอยู่ที่นี่นาน






















“แทคยอนตกลงกูเป็นเหี้ยไร?”นิชคุณถามทันทีที่เพื่อนเอาหูฟังออกหลังจากที่เพื่อนตรวจคนไข้รายอื่นๆเสร็จแล้ว หมอหนุ่มช่างใจวิเคราะห์โรคอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยออกมาตามที่วินิฉัยได้












“แปลกว่ะกูตรวจร่างกายมึงก็โอเคนะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงโรคภัยก็ไม่มีด้วย”คำวินิฉันยิ่งทำให้นิชคุณงงหนักถ้าเขาไม่เป็นอะไรทำไมมีอาการหน้ามืดแล้วก็อ้วกอยู่บ่อยๆถึงได้มีมาได้










“มึงแน่ใจว่าตรวจดีแล้วกูว่ามึงน่าจะตรวจใหม่หากมึงผิดพลาด!!”นิชคุณก็อยากจะเชื่อใจเพื่อนแต่ก็ยังคิดว่ามันผิดปกติอยู่ดีทั้งๆที่เพื่อนเขาก็จบหมอต่างประเทศได้เกียรติเกรดนิยมอับดับหนึ่ง











“เฮ่ยคุณ!!จะผิดพราดได้ไงกูตรวจระเอียดแล้วมึงบอกกูตรวจรอบที่ห้าแล้วนะมึงอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าคนแพ้ท้องอีกมึงอ่ะ เฮ้ย!!เดี๋ยวนะมึงคุณ..แพ้ท้องใช่!!อาการที่มึงเล่ามาแม่งใกล้เคียงอยู่นี่หว่าชอบกินของเปรี้ยวรู้สึกเพลียๆแบบไม่มีสาเหตุแม่งใช่เลย!!...แพ้ท้องแพ้ท้องแทนเมียชัวช์!!นี่มึงแอบซุกเมียไว้ใช่มั๊ยสัดฮ่าฮ่าฮ่า!!”ไอแทคตบมือฉากใหญ่อย่างกับที่มันวินิฉัยเป็นไปตามนั้นจริงๆแต่ผมนี่สิงงเต็กมันพูดอะไรของมัน









“มึงว่าห่าเหวไรกูไม่เข้าใจ?”ป่านนี้คงมีเครื่องหมายคำถามตัวเท่าบ้านแปะอยู่บนหัวผมแล้วมั๊ง












“เอ่าไอนี่หนิว่าขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีกกูจะอธิบายให้ฟังมึงฟันดีๆนะสัดแล้วคิดตาม”แทคยอนว่าแล้วเอื่อมมือมาบีบไหล่ผมแรงๆทีหนึ่ง “อาการแบบนี้ผู้ชายจะเป็นได้ก็ต่อเมื่อมีเมียแล้วและเมียกำลังท้องอ่อนๆอยู่จะอยากโน้นอยากนี่แทนเมียไปหมดถ้าจะให้พูดให้มึงเข้าใจก็คือ..เมียกับผัวรักกันม๊ากมากเป็นคนๆเดียวกันจนมีความรู้สึกสื่อถึงกันอย่างรุนแรงแล้วมึงละบอกกูมาดีๆว่าใครเป็นเมียมึง?”ทันทีที่แทคยอนว่าจบผมอึ้งไปแล้วนี่มันเป็นความจริงงั้นหรอที่สามีจะสื่อถึงความรู้สึกภรรยาได้แล้วอาการที่ผมเป็นมานี่ก็เป็นมาได้ประมาณสองเดือนกว่าๆแล้วหลังจาก...









“มึงมั่วกูอาจจะเป็นโรคอย่างใดอย่างหนึ่งมึงตรวจมั่ว!!”นิชคุณว่าออกมาสายตาล่อกแล่กจนจับผิดได้ไม่ยากวางฟอร์มจนเพื่อนอย่างแทคยอนที่มีเมียแล้วอาการแบบนี้จะไม่เข้าใจได้ไงยิ่งเป็นหมอกุมารแพทย์ด้วยแล้ว











“แล้วแต่มึงจะคิดแต่ถ้ามึงไม่มั่นใจมึงคงไม่มาให้หมอตรวจครรภ์อย่างกูตรวจหรอก..จริงมั๊ย!!”ไอแทคยอนมันว่าแล้วยิ้มเย้ย ผมจ้องมันตาขรึงหรือว่าจะเป็นอย่างที่มันว่าจริงๆ












“กูจะไปตรวจใหม่มึงมันฉุ้ย..กูไม่เอากับมึงด้วยแล้ว!!”นิชคุณว่าใส่หน้าเพื่อนแล้วเดินออกมาทันทีทำไมแทคยอนจะไม่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนเพราะนิชคุณเป็นประเภทเจ้าสำราญชอบดื่มชอบเที่ยวและก็ชอบปล่อยไข่ไว้แล้วก็ทิ้งมันคงสบสนที่เกิดอะไรแบบนี้ขึ้นและแทคยอนมั่นใจว่านิชคุณอาจจะมีคนที่รักมากที่เขาเพื่อนสนิทที่สุดยังไม่รู้ว่าเป็นใคร










“อย่างมึงปิดกูปิดได้แต่ปิดใจตัวเองไม่ได้หรอกนิชคุณ”






















“เฮ่อ..เมื่อไหร่จะมีแท็คซี่ว่างสักคันเนี่ย”ขณะที่บ่นอยู่คนเดียวหน้าโรงพยาบาลก็มีรถคันหนึ่งจอดตัวลง จองอาไม่สนใจนึกว่าจะจอดรอญาติธรรมดาแต่ใบหน้าที่โผล่ออกมาทำให้จองอายิ่งคิ้วผูกเป็นปมเข้าไปอีก













“นิชคุณ”นิชคุณวันนี้กับวันนั้นที่โดนไล่ออกมาจากบ้านเขาช่างแตกต่างยิ่งนักคนนี้ช่างยิ้มและถามจ่อจองอาคิดผิดหรือปล่าวที่ตัดสินใจร่วมรถมาด้วย












“อ้า..ผมหิวจังหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า..นะครับ”นิชคุณหันมาพูดเชิงขออนุญาตจองอาไม่ตอบส่งค้อนวงใหญ่ไปให้แล้วนั่งเงียบๆคนเดียวมองข้างทางไปเลื่อยๆก็ในเมื่อตอนนี้จะต่อว่าก็ไม่ได้เพราะชะนั้นต้องอดทนถ้าถึงบ้านแล้วค่อยว่ากันอีกที













อาหารญี่ปุ่นครบเซทถูกยกออกมาวางไว้ตรงหน้าของจองอามากมายหญิงสาวมองมันด้วยสายตาเหยียดๆนิ่งมองดูนิชคุณหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบปลาดิบใส่ปากเคี้ยวตุ๋ยๆคนเดียว












“เอ่า..ไม่กินหรอผมอุตส่าห์สั่งให้ว่าเป็นของชอบคุณ..ถ้าไม่กินผมกินนะ”นิชคุณพูดทั้งๆที่เคี้ยวเต็มปากพูดไม่รู้เรื่องยิ้มโม่เอ้เพื่อหวังให้จองอายิ้มออกแต่ปล่าวเลยมันกลับตรงกันข้าม










“พอทีฉันไม่กินและฉันก็ไม่ได้ชอบอาหารพวกนี้ด้วยฉันอยากกลับ!!”จองอาหงุดหงิดทำไมต้องมาทนกับคนตรงหน้าด้วยมีทางอื่นให้เลือกอีกเยอะแค่ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป












“แค่นี้ใช่มั๊ย..ฉันจะได้กลับ!!”ว่าออกมาอีกแล้วจะเดินออกไปนิชคุณขว้าแขนเล็กไว้ทัน จองอาหันมามองมือหนาที่จับแขนตนอยู่ก็จะแกะออกด้วยความรังเกลียด















“ปล่อย!!”นิชคุณไม่ทำตามแต่จับแน่นขึ้นจ้องเข้าไปในดวงตาของจองอาจากที่ยิ้มแย้มก็เศร้าหมองลง
















“ก็ได้ผมจะพาคุณกลับ”นิชคุณปล่อยมือออกไปแล้วเดินไปวางเงินทิ้งไว้ที่โต๊ะทั้งสองออกมาจากห้างภายในรถที่ตอนมาดูคึกครืนแต่ตอนกลับกับเงียบเพราะนิชคุณสนใจแต่หนทางข้างหน้าในใจก็คิดล่องลอยไปถึงเรื่องราวต่างๆคิดถึงเรื่องไอแทคและเรื่อง..











“เอี๊ยด!!”รถจอดตัวลงจองอากำลังจะลงมาแต่เสียงที่เอ่ยขึ้นทำให้จองอาหยุดชะงักชั่วครู่เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมากับบวกน้ำเสียงอ้อนวอนนั้นทำให้จองอาใจกระตุก













“ผมขอโทษ..เรื่องวันนั้นผมขอโทษจองอา..”จองอาน้ำตาไหลกรอกตาขึ้นฟ้าห้ามน้ำตาหยดใหม่ออกมา จองอาเข้าใจดีกับประโยคนี้แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อตอนนี้ทุกอย่างมันไม่เหมือนเก่าแล้ว จองอากั่นน้ำตาเอาไว้หันหลังจากไปเพื่อชีวิตที่ดีกว่ายังไงสำหรับจองอาแล้วนิชคุณก็แค่ผู้ชายคนนึงที่ผ่านเข้ามาแล้วผ่านไป










“แค่นี้ใช่มั๊ยต่อไปนี้...อย่าให้เราได้พบได้เจอกันอีกเลย”















“ปัง!!”จองอาปิดประตูรถดังลั่นเดินเร็วๆเข้าไปในล็อบบี้ของเพ้นเฮาต์ที่อยู่กดลิตฟ์ชั้นที่ต้องการ น้ำตาหยดใสไหลออกมาทันทีที่ลิตฟ์ปิดตัวลงสะอื้นฮักตัวโยนเขาเกือบจะลืมได้แล้วเชียวเกือบจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นลบภาพความทรงจำเลวร้ายว่ามันเคยเกิดขึ้นยังไงกับอารมณ์มักง่ายของตัวเองแต่วันนี้กับสภาพที่เจอยิ่งตอกย่ำว่ายิ่งลืมมันยิ่งจำ






2013-09-23

MY BROTHER 5

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]


5






“แฮกๆ..รอนานรึปล่าวโทษทีนะพอดีเกิดเรื่องนิดหน่อยนะ..แฮกๆ”ผมทั้งหอบทั้งเหนื่อยหลังจากที่ปะฉะดะกับพี่เขยในโต๊ะอาหารเรื่องแย่งไก่กันก็เอาประสาทผมจะลงไหนจะขึ้นรถเมล์ไม่ทันอีกเลยต้องวิ่งขึ้นแล้วหลับคารถเพราะนอนน้อย?เลยต้องวิ่งวนกลับมาอีกแล้วก็วิ่งมาที่นี่อีกกว่าจะถึงทำเอาเปลืองแรงไปมากโขอยู่เลยหอบไม่เป็นท่ายิ่งกว่าหมาสะอีกอะไรจะลำบากขนาดนี้ชิวิตกู





“นายโอเคนะจงอิน..”ร่างบางที่ยืนมองผมหอบอยู่ว่าขึ้นยื่นมือมาจับที่บ่าผมด้วยความเป็นห่วงผมก้มหน้าหอบอยู่เงยหน้าขึ้นมาพบกับใบหน้าหวานที่ดูซีดเซียวดวงตาบวมปูดขอบตาคล่ำแต่วันนี้การแต่งตัวก็โอเคละนะอ่อนหวานน่าถนุถนอมดีถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็พูดได้เต็มปากละว่าผมก็ปลื้มเพื่อนต่างคณะคนนี้เหมือนกันเป็นถึงเดือนคณะเรียนเก่งกีฬาก็ดีฐานะก็โอเวอร์สมน้ำส้มเนื้อกับจีโอมากแต่ก็ได้แค่แอบชื่นชมเพราะผมไม่กล้ายุ่งของๆเพื่อนหรอก











“อือ..ไปกันเถอะนายคงอยากเจอหน้ามันจะแย่อยู่แล้วใช่มั๊ยลู่หาน”ผมเอ่ยถามขณะเดินขึ้นบันไดไปที่นี่ไม่มีลิฟต์นะครับแต่ก็ต้องหันมาเมื่อร่างบางข้างหลังไม่มีวี่แววจะเดินตามมา












“จงอิน..ขอบใจมากเลยนะที่ช่วย”ร่างบางเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมเราจ้องตากันอยู่นาน ผมที่ได้ยินแบบนั้นรู้สึกหน้าเห่อร้อนยังไงไม่รู้











“เออ..อื่ม..ไม่เป็นไรเพื่อนเห็นเพื่อนลำบากก็ต้องช่วยไปกันเถอะ”ผมว่าแล้วเดินขึ้นไปเงียบๆจนเรามาถึงชั้นหกของตึกที่หอนี้มีแค่แปดชั้นเท่านั้นเลยไม่ต้องเดินขึ้นให้เหมื่อยมากนัก เรามาหยุดที่ห้องนึงที่ป้ายหน้าห้องบอกว่า หกเอ ผมยืนอยู่ข้างหน้าลู่หาน ลู่หานยืนอยู่ข้างหลังร่างบางก้มหน้ามองพื้นเหมือนไม่หมั่นใจจนเห็นได้ชัด












“แอ็ด...”ผมเปิดประตูเข้าไปอย่าวิสาสะภายในห้องที่ดูไม่หรูหรามากมีแค่โซนห้องครัวที่ติดกันกับห้องนั่งเล่นส่วนอีกห้องนึงก็เป็นห้องนอนที่ไม่ได้ปิดประตูไว้ผมวางของลงที่โต๊ะรับแขกลู่หานดูกังวลจนผมต้องเข้ามาดูแตะบ่าเบาๆเชิงปลอบ











“ไม่ต้องกลัวนะเดี๋ยวฉันไปดูมันที่ห้องเองคงหลับอยู่วันหยุดแบบนี้มันตื่นก็ประมาณเที่ยงหรือไม่ก็สักสิบโมง”ผมบอก ลู่หานพยักหน้าเบาๆแต่สีหน้าก็ยังอมความเครียดไว้








ผมผลักประตูที่ไม่ได้ปิดเอาไว้แต่ภาพที่ผมเห็นทำให้ผมอึ้งไอจีโอกำลัง....












“อื่อ..อ๊ะ..จีโอ..อื่ม..”เสียงครางสุขสมของทั้งคู่ลอยมาปะทะหูภาพเรียวขาของหญิงสาวคนนั้นถูกเเบะขาออกกว้างแกนกายที่เริ่มขยับเข้าออกทำให้รู้ว่าเพิ่งเริ่มแต่มันก็ไม่เลวร้ายเท่ากับลู่หานที่มายืนอยู่ข้างหลังผม ตกใจตาโตไม่แพ้กัน






“จะ..จีโอฮยอนอา!!!”ทั้งคู่ที่ได้ยินเสียงเรียกชะงักหันหน้ามาทางประตูที่มีผมยืนอยู่กับลู่หาน ดวงตาหวานแหววเอ่อล้นด้วยน้ำตาทั้งผิดหวังเสียใจที่เพื่อนทรยศหักหลังกันพร้อมทั้งแฟนที่สวมเขาให้












“ลู่หาน..นาย..”จีโอตะหวัดผ้าขนหนูปิดทุกอย่างไว้หันหน้ามาทางลู่หานฮยอนอาร้องว๊ายเลิกผ้าห่มขึ้นปิดรวดเร็ว








“ลู่หานคือฉัน../ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น..นี่ใช่มั๊ยความจริง..ความจริงที่นายบอกเลิกฉันที่แท้นายกับฮยอนอา..นายมันเลวที่สุด...เพี๊ย!!!!!...ต่อไปนี้ถ้านายอยากเลิกกับฉันนัก..ก็ได้ฉันจะเลิก!!!”เสียงสะอื้นฮักไปทั่วมาพร้อมกับเสียงตบเข้าที่ใบหน้าของจีโอฉากใหญ่ผมมองอึ้งดูเรื่องราวตรงหน้าเงียบๆ ลู่หานสั่นทั้งตัวจนผมอยากจับตัวลู่หานมากอดไว้คงจะเจ็บมากที่เพื่อนรักทำแบบนี้สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนไปเป็นแข็งกร้าวจีโอก็นิ่งไปเหมือนกันที่เห็นลู่หานเป็นแบบนี้












“ส่วนเธอก็เหมือนกันเสียแรงที่ฉันไว้ใจแต่สุดท้ายเธอก็มาหักหลัง..ต่อไปนี้ฉันกับเธอคงไม่ต้องใช้คำว่าเพื่อนอีกต่อไป!!!”









“เพี๊ย!!!!!!”เสียงตบที่เต็มแรงดังขึ้นอีกถึงลู่หานจะเป็นผู้ชายร่างบางแต่แรงก็ใช่น้อย เลือดค่อยๆไหลซึมออกมาจากมุมปากของฮยอนอาหญิงสาวหันตามแรงตบหน้าขึ้นสีห้านิ้วหน้ากลัว











“ฮึก..ฮื่อ..”ลู่หานสะอื้นวิ่งออกไปจากห้องของจีโอผมมองมาที่เพื่อนด้วยความผิดหวังแล้ววิ่งตามลู่หานออกไปด้วยความเป็นห่วงถึงเวลานี้ลู่หานอาจจะอยากอยู่คนเดียวแต่ถ้าเกิดทำอะไรขึ้นมาแบบประชดชีวิตผมคงไม่ให้อภัยตัวเองเพราะผมเป็นคนพาลู่หานมาผมต้องรับผิดชอบ









“ลู่หาน..เดี๋ยวก่อน..โธ่เว้ย!!”ผมสบถหัวเสียเมื่อเห็นหลังบางวิ่งหลุนๆข้ามไฟแดงไปแล้วเปลี่ยนไฟเขียวทันทีที่ผมจะข้ามรถราแล่นฉิ่วจนต้องค่อยๆวิ่งข้ามมาได้
















ผมวิ่งเข้ามาในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในนี้ดูร่มรื่นเงียบเชียบดีมีผู้คนไม่มากนักเดินออกันตามที่ต่างๆผมวิ่งหาลู่หานไปทั่วสวนจนมาเจอหลังบางนั่งพิงต้นไม้กอดเข่าร้องไห้ตัวโยนผมเดินเข้าไปหาช้าๆมองทอดลงไปด้วยสายตาที่วูบไหวเป็นห่วงตีรวนไปหมด













“ลู่หาน../ฮึก..จงอิน..ฮื่อ..”ผมนั่งลงแตะที่บ่าเพียงเท่านั้นลู่หานก็โผเข้ากอดผมแรงกระโจนกอดมากพอดูจนผมเกือบเซล้มแต่ก็ตั้งตัวได้ปล่อยให้ลู่หานกอดไว้แบบนั้นสัมผัสได้ถึงแรงสะอื้นหัวไหล่ที่เปรียกชื่นผมไม่คิดว่ามันน่าหงุดหงิดเลยสักนิดถ้าเพื่อนอยากระบายผมก็จะให้ยืมไหล่เป็นที่ระบาย












“จงอิน..ฉัน..ฮึก..เจ็บเหลือเกิน..ฮื่อ..ไม่ไหวแล้ว..ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยถ้าไม่รักฉันทำไมไม่บอกแต่ทีแรก..ฮื่อ..”บางทีผมก็คิดว่าคนเรามีเหตุผลแต่เหตุผลที่ใช้มันจะทำให้คนที่รับรู้รู้สึกดีหรือไม่กับคนฟังว่าจะฟังขึ้นหรือไม่แต่ถึงยังไงก็ดีแล้วละเพราะการที่เราตาสว่างดีกว่าฟังเหตุผลที่ไม่มีมูลความจริงอยู่เลยจากปากคนๆนั้น









“ลู่หาน..ความรักมันบอกไม่ได้หรอกนะว่าเราจะรักแค่คนนี้ได้คนเดียวในอนาคตไม่วันนี้หรือพรุ่งนี้ไม่แน่นายอาจจะต้องเลิกกับจีโอไปด้วยเหตุผลอื่นแต่นายอย่าลืมสิว่ายังมีคนอีกมากมายที่ยังรอและต้องการนายเห็นค่านายอีกแน่นอน”ผมลูบเข้าที่กลุ่มผมนุ่มลื่นมือกระชับกอดแบบเพื่อนให้ความอบอุ่นและปลอบโยนให้รู้สึกดีจนแรงสะอื้นน้อยลงเรื่อยๆ











“แต่ฉันรักเขารักมาก..”เสียงอู้อี้ข้างหัวไหล่ทำให้ไม่ค่อยชัดนักแต่ก็พอฟังออกบ้าง












“รัก...ใช่ว่าจะเลิกรักไม่ได้หนินายต้องทำให้ได้นายคงไม่อยากให้คนอื่นเห็นนายว่าเป็นคนอ่อนแอกับเรื่องพวกนี้หรออยากให้คนหัวเราะว่านายโดยแฟนกับเพื่อนสวมเขาให้คนสมน้ำหน้าหรอ?”ผมว่าให้ลู่หานคิด ลู่หานคายอ้อมกอดออกแล้วมองหน้าผม ใบหน้าหวานที่สดใสเครือบด้วยคราบน้ำตาจนเปียกแฉะผมค่อยยื่นนิ้วโป้งเกี่ยเช็ดออกเบาๆเราจ้องตากันสายตาวูบไหวของลู่หานทำให้ผมอยากทำให้ดวงตานี้หายเศร้าแล้วเป็นปกติ












“มันก็จริงอย่างที่นายว่า..ฉันจะพยายามก็แล้วกัน”







“ไม่ใช่พยายามลู่หาน..นายต้องตัดใจขาดลืมให้ได้เข้าใจมั๊ย!!”ผมย้ำลู่หานพยักหน้าแล้วยิ้มน้อยๆออกมาถึงจะขมขื่นฝืนยิ้มก็ยังดีกว่าไม่ยิ้มนั่นบ่งบอกได้ว่าลู่หานจะทำจริง
















“เฮ่อ!!!”









“ไงมึงทำหน้าหมดอาลัยตายด้านแล้วใช่มั๊ย!!”เพื่อนผมเองครับคิมฮิมชานยิ้มตาหยีเข้ามาในห้องตอนที่ผมกำลังเม่อลอยคิดไปถึงสะรีระของไอน้องเขยอยู่...เฮ้ยไม่ๆไม่ใช่แล้วครับ












“มึงหุบปาก!!!”ผมโยนก้อนกระดาษใส่หน้ามันมันก็ยังหลบได้อีกฝากไว้ก่อนเถอะ ผมเบือนหน้าหนีมันมองออกไปด้านนอกของโซลท้องฟ้าที่เริ่มเป็นสีส้มใกล้จะได้เวลาเลิกงานแล้วใจนึ่งก็เป็นห่วงจองอาและ...









“กูเข้าจายเมิงดีไอเพื่อนโย่ง..ตอนเมียกูท้องก็แบบนี้แหละหมอห้ามหมดทั้งเรื่องทำงานหนักหรือไม่ก็เรื่องบนเตียงกูคลั่งแทบตายช่วยตัวเองมันก็แค่นั้น..แต่ถ้ามึงอยากเดี๋ยวกูจัดให้...”ฮิมชานยิ้มโชว์ฟันที่ชานยอลเห็นแล้วผวาเพราะยิ้มแบบนี้ช่างร้ายกาจยิ่งนักเหมือนมันมีความคิดชั่วร้ายอยู่









“อะไรมึงแผล่งๆไม่เอานะ”ชานยอลว่าสีหน้ากังวลฮิมชานยิ้มอีกครั้งก่อนพยักหน้าตอบ











“เออ..รับรองมึงต้องสนุกจนลืมไม่ลงเผลอๆอาจจะมาขอบคุณกูก็ได้เดี๋ยวกูพาไป”












“คืนนี้เลยหรอมึงแล้วเมียกะ../เออน่ามึงก็บอกว่าติดประชุมก็ได้คนไม่เคยหนีเที่ยวอย่างมึงเมียมึงเชื่ออยู่แล๊วไม่เป็นไรหรอกหน่า”ฮิมชานมันว่า ผมกังวลเครียดใจนึ่งมันก็อยากแค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกนะผมคิด








ในผับระดับไฮโซที่เพื่อนผมพามามันแจ๋มจริงๆมีบริการเจ่งๆจนผมที่เคยมาที่อโคจรแบบนี้ไม่กี่ครั้งก็ยังชอบเสียงเพลงที่เปิดกระหึ่มฝูงคนยิ่งกว่าแมงเม่าเต้นเบียดเสียดกันจนมดยังยอมพ่วงด้วยเหล่าสาวโคโยตี้ที่เต้นอวดหุ่นเพรียวกับเสื้อผ้าน้อยชิ้นหน้าอกหน้าใจแทบถลนนั่นทำให้เลือดกำเดาผมจะไหล












“วู้..คนนั้นแม่งแจ๋มว่ะนมเกือบล้นออกมาจากเกาะอกแหนะ”ไอฮิมชานมันเฮ้วๆเกาะราวเหล็กของชั้นสองมองลงไปฟอลเต้นข้างล่างถ้ามองจากมุมสูงจะเห็นดูมๆหน้าอกหน้าใจของสาวๆได้ชัดเจน (มันเป็นคำบอกเล่าของไอฮิมชาน)ซึ่งผมคิดว่ามันจริงตะบะรักครอบครัวผมแตกก็คราวนี้แหละ..โอ๊ว








“อืม..ขอนั่งด้วยคนได้มั๊ยคะ”ผมกับฮิมชานหันมาสนใจร่างบางข้างหลังที่มาตอนไหนก็ไม่รู้นั่งที่พนักเท้าแขนโซฟา เรียวหน้าคมสวยคิ้วเข้มจากการตกแต่งปากอิ่มแดงสีสดผมยาวดัดเป็นลอนๆมากับเสื้อเดรสสั่นจนถึงขาอ่อนขาวสวยบาดจิตมากในมือถือแก้วเครื่องดื่มแกว่งไปมาส่งสายตายั่วยวน











“เออ..ครับว่าแต่คุณ...”ไอฮิมชานมันสวมบททันทีทันใดเมื่อคิดว่ามีเหยื่อเข้ามาติดกัปผมมองดูอยู่ข้างๆแล้วยกเครื่องดื่มขึ้นจิบผมเห็นนะสายตาแม่สาวคนนั้นส่งสายตาหวานๆมาหาผมด้วย






“ฉันเอลี่คะว่าแต่พวกคุณ/ผมคิมฮิมชานครับเรียกฮิมชานเฉยๆก็ได้ส่วนนี้เพื่อนผมเองครับปาร์คชานยอล”











“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”ผู้หญิงคนนั้นยิ้มหวานแล้วยื่นมือมาเช็คแฮนด์กับพวกผม







“พวกคุณมาที่นี่บ่อยรึปล่าวคะ?”หญิงสาวถามแล้วยกแก้วขึ้นจิบน้ำเมาสีหวานแล้วช้อนสายตามาทางผมอีก ไอฮิมชานเหมือนมันรู้ว่าเธอสนใจผมมันเลยเอียงหัวมากระซิบที่หูผม












“สงสัยเขาจะสนใจมึง..มึงว่าไงสนใจปล่าวถ้าไม่กูเอา”ผมอยากให้ทุกคนเห็นตอนไอฮิมชานทำหน้าตอนนี้มากแม่งหื่นว่ะ “เหี้ย!!นมก็ใหญ่หุ่นก็เปะแถมยังสวยอีกมึงไม่เอาก็โง่แล้วมึงเอ้ยชานย๊อล”มันพูดให้ผมอยากได้มากๆผมหันไปมองเอลี่ที่เหลียวมองผมกับฮิมชานเป็นระยะผมครุ่นคิดยังไงดูท่าแล้วมันคงมั่นใจว่าผมต้องได้เธอแน่นอน







“คุยอะไรกันอยู่หรอคะ/ปล่าวครับไอชานยอลบอกว่าอยากเชิญคุณเอลี่ไปเต้นเพลงนี้ด้วยกัน”












“ห๊ะ!!”ผมเกือบสำลักเหล้ามองเพื่อนตาแป๋วทั้งที่เมื่อกี้ยังไม่ได้พูดอะไรทำนองนี้เลย








“เออ..ครับเต้นกับผมสักเพลงนะครับ”เพลงเริ่มเปลี่ยนเป็นเพลงช้าผมต้องจำใจลุกขึ้นเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท เอลี่ยื่นมาเรียวสวยมาแตะลงที่มือสากของผมเธอยิ้มน้อยแล้วเราก็เดินออกไป ผมหันหลังมามองไอฮิมชานที่กำปั้นขึ้นเหมือนเป็นการบอกผมให้สู้ๆ












“เออ..คุณชานยอลมีแฟนแล้วหรอคะ?”ผมที่กำลังโอบเอวคอดบางของเอลี่ไว้ชะงักเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอถามหญิงสาวคลอเคลียที่ลำคอชายหนุ่มผมได้กลิ่นน้ำหอมที่เธอใช้ด้วยคล้ายกลิ่นของ..จงอิน







“เอ่อ..คือ..ยะ..ยังครับ!!”ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมต้องพูดคำนี้ออกไปผมรู้สึกกังวลแล้วก็ใบหน้าหนึ่งลอยเข้ามา...จงอิน












“หรอคะฉันดีใจจัง..ฉันก็เพิ่งจะโสดงั้นฉันกับคุณก็มีโอกาสพัฒนา..ใช่มั๊ยคะ”หญิงสาวละใบหน้าออกมาจากซอกคอผมแล้วจ้องผมตรงๆดวงตาโตที่สุกสกาวช่างเหมือน..จงอิน









“งั้นคืนนี้เรา..หาที่เหมาะๆสานสัมพันธ์ดีกว่ามั๊ยคะ”โปะเชะ..ถ้าเป็นฮิมชานคงยิ้มโล่ที่เหยื่อติดกัปผมมองหน้าเจ้าหล่อนดวงตาคมของผมอึ้งเล็กน้อยที่ฝ่ายหญิงว่าก่อนแต่ทำไมภาพของคนๆนั้นวนเวียนนักเข้าทุกวินาทีเหมือนกับมันเป็นสิ่งที่สิงในใจด้านดีว่าให้เลิกทำแบบนี้แล้วกลับบ้านไปหาเมียสะแต่อีกด้านนึงบอกว่าไม่เป็นไรหรอกใครๆก็ทำกันก็แค่ one night stand โอ๊ยผมเป็นอะไรเนี่ยข้างในผมมันตีรวนหมดแล้วก่อนที่ผมเหม่อไปแล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองเดินออกมาจากผับตอนไหนมารู้อีกทีก็มาถึงลานจอดรถแล้ว












“คุณเอารถมาใช่มั๊ยคะดีเลยคะฉันไม่ได้เอารถมาไปบ้านฉันกันนะคะ”หญิงสาวกระซิบบอกผมเจ้าหล่อนเกี่ยวแขนผมอย่างกับคู่รักผมมองลงมาดูเธอที่ยิ้มหวานปานน้ำเชื่อม “รถคุณจอดอยู่ไหนหรอคะ?”ผมออกมาจากภวังค์แล้ว...






“พี่ชานยอล!!!!!”ผมหันขวับไปที่เสียงเรียกทุ้มต่ำนากลัวนั่นก็ต้องตกใจกับสายตาหวานคมดุจ้องจะกินผมทันทีทันใดถ้าผมเดินอีกก้าวเดียว “ใครหรอคะชานยอล?”ผมไม่สนใจตอนนี้ผมใจแป้วหมดแล้ว












“พี่ชานยอลพี่มาอยู่ตรงนี้ที่นี่ได้ไงแล้วนี่ใครพี่อย่าบอกนะว่าพี่แอบหนีเที่ยวเมียพี่ท้องแก่อยู่ที่บ้านพี่น่าจะกลับไปดูแลพี่นี่แย่ที่สุด!!!”จงอินด่าผมร่ายยาวแต่ผมไม่มีสติแล้วมันก็จริงอย่างที่จงอินพูดผมไม่น่าทำแบบนี้เลย








“พี่...”











“ไม่ต้องมาแก้ตัวพี่กลับกับผมเดี๋ยวนี่!!ส่วนเธอปล่อยมือพี่เขยฉันได้แล้วและก็จำใส่สมองโง่ๆของเธอไว้ด้วยว่าผู้ชายคนนี้มีเมียแล้ว”ผมพูดใส่เจ้าหล่อนแล้วกระแทกไหล่ออกไปไม่หันไปสนใจอีกก็ได้ยินแต่เสียงกรีดร้องของเจ้าหล่อนที่โดนผมว่าเมื่อกี้









“รถพี่จอดอยู่ไหน!!”ผมลากพี่ชานยอลมาพี่ชานยอลที่โดนผมลากก็เหมือนจะมีสติขึ้น











“จงอินมาที่นี่ได้ไง?”







“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง..ผมไม่หลงกลพี่หรอกกลับไปผมจะฟ้องพี่จองอาว่าพี่หนีเที่ยวแล้วยังนอกกายอีกพี่นี่ไม่ได้เรื่องพี่ทำแบบนี้ได้ไงห๊ะพี่นึกถึงพี่จองอาบ้างว่าจะเป็นยังไงที่รู้เรื่องนี้..นี่ใช่มั๊ยรถพี่เดี๋ยวผมขับเอง”ผมล้วงเอากุญแจรถพี่ชานยอลในกระเป๋ากางเกงโกรธจนเลือดขึ้นหน้าถ้าผมไม่ยั่งอารมณ์ไว้ป่านนี้ผมชกหน้าแหกไปแล้ว












“เข้าไป!!!”ผมยัดพี่ชานยอลลงรถพี่ชานยอลมีโวยวายเล็กน้อยผมไม่สนปิดประตูรถจนดังลั่นไปทั่วแล้วเดินมาฝั่งคนขับเข้าไปในรถแล้วสตารท์ออกไปทันที







“จงอิน..”ผมไม่พูดไม่ตอบมาสักระยะแล้วเมื่อคนข้างๆเอ่ยเรียกผมหูทวนลมสายตาจ้องไปที่ถนนแข็งกร้าวเหยียบคันเร่งมิดพี่ชานอยลที่เห็นปฏิกิริยาผมก็ชะงักเมื่อรถเริ่มเร็วขึ้น












“จงอินนี่หยุดเดี๋ยวนี้นะ..นายรู้อะไรมั๊ยว่านายกำลังจะทำให้เราสองคนลงนรกถ้านายยังขับไม่คิดแบบนี้!!”พี่ชานยอลว่าใส่หูผมผมก็เฉยแล้วยังเร่งความเร็วอีกเป็นเท่าตัว สิ่งต่างๆรอบตัวเริ่มวิ่งเร็วบ่งบอกได้ว่ารถที่ใช้เป็นยานพาหนะแล่นเข้าเกินขีดจำกัดของความเร็วมารตฐาน








“จงอิน!!!..เอี๊ยดดดดด!!!!!!!!”ผมหักพวงมาลัยกระทันหันทำให้รถหักเข้าข้างทางอย่างรวดเร็วทั้งผมทั้งจงอินร้องลั่นเสียงล้อที่เบียดไปตามถนนดังสะท้านถนนสายนี้ที่ไร้รถวิ่งในยามเกือบเที่ยงคืน













“พี่ทำบ้าอะไรเราเกือบตายแล้วรู้มั๊ย!!!!..แอกๆ..แคกๆ”จงอินไอโครกออกมาหน้าเขียวหน้าแดงควันโขมงลอยออกมาจากกระโปรงรถสีขาวพวยพุ่ง








“ปัง!!!”












“จงอิน..พี่..”







“อย่ามายุ่งกับผม!!”ผมสะบัดแขนแกร่งที่มาจับเข้าที่ข้อแขนผมดีหน่อยที่อุบัติเหตุไม่คิดชีวิตนี่ที่เกิดจากไอบ้าพี่เขยของผมทำให้ไม่เป็นอะไรมากแต่ก็ช่ำในจากแรงกระแทกพอดู












“จงอิน../ผมเกลียดพี่ได้ยินมั๊ย..ปล่อย!!เลิกยุ่งกับผมได้แล้ว..เกือบทำให้ผมตายแล้วไหนจะเรื่องวันนี้อีกพี่ทำให้ผมผิดวะ...อื่ออ~”ชานยอลทนไม่ไหวกับถ้อยคำบริภาษของจงอินที่ก้นด่าเจ้าตัว ดึงแขนร่างสูงน้อยกว่าตรงหน้าเข้ามาหาตัวแล้วบดจูบลงไปที่ปากอิ่มสีแดงสดนั่น จงอินตกใจกับการกระทำของพี่เขยตาสวยเบิกตากว้างนิ่งค้างจากจูบที่บดขยี้กลายเป็นจูบที่อ่อนโยนและโหยหาอ้อนวอน “อื่อ”เมื่อสติกลับมาจงอินลงกำปั้นทุบเข้าที่อกของแกร่งชานยอล ชานยอลเหมือนหลงมัวเมาไปแล้วรวบมือของจงอินข้างเดียวไว้กับตัวส่วนอีกข้างกดเข้าที่ท้ายทอยของน้องเมียบดจูบสอดลิ้นเข้าไปภายในอย่างเผลอไผล จงอินที่ได้รับมอบสัมผัสจาบจ้วงแบบนี้ก็ต่อต้านแล้วกลายมาเป็นสมยอมจนต้องส่งลิ้นเข้าพัวพันกับลิ้นร่างสูงของพี่เขย ทั้งสองจูบกันเนิ่นนานกลางถนนไร้ผู้คนที่เงียบสงัดไฟที่ให้แสงสว่างช่างริบหรี่เมื่อความคิดความอ่านของจงอินเริ่มมืดลงเรื่อยๆไปกับจูบที่แสนวาบวามนั่นของพี่เขยหัวใจเต้นแรงจนเลือดสูบฉีดมาเลี้ยงที่ใบหน้าเห่อร้อนจนทนไม่ไหวอีกต่อไป









“จงอิน!!!!”


2013-09-23

MY BROTHER 4

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]

4







ย๊ากกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!! (ทุกคนคงรู้ดีว่าเสียงอะไร)







“ติ๊ด!!” ในเช้าของวันหยุดที่ปาเข้าไปเกือบสิบโมงแล้วผมงัวเงียตื่นในสภาพที่ไม่ครบร้อยกับหัวยุ่งๆและกางเกงในตัวเดียว?มือควานหามือถือไอโฟนสี่ที่เก็บเงินซื้อเองมากดรับกรอกเสียงลงไปอย่างนุ่มนวล












“ใครว่ะ..แม่งกวน?”เพราะไหมละครับเป็นประโยครับสายที่ฟังรื่นหูมากแต่ถ้าใครเจอแบบนี้ก็ต้องสติแตกตอกกลับแล้วหนิแต่นี่อะไรเงียบครับเงียบ..เงียบแบบเงียบฉี่เลย









“เฮ่..หูหนวกงั๊ยถามว่าใคร?”ผมกรอกเสียงลงไปอีกแต่ก็ยังเงียบ











“โว๊ะ..ถ้าไม่พูดจะวางแล้วนะเว้ย!!”ผมตวาด นิ้วเตรียมพร้อมจะกดตัดสายทิ้งแต่ก็มีเสียงพูดออกมาอย่างรวดเร็ว








“เดี๋ยว..เดี๋ยวอย่าเพิ่งวางสายนะ”น้ำเสียงหวานกังวานเอ่ยออกมาด้วยความสั่น พยายามจะยื่อเอาไว้กลัวผมจะวางจริงๆ












“แล้วใคร..โทร.มาทำไมไม่พูดแต่ทีแรก”ผมว่าอารมณ์กำลังเสียสุดๆ









“คือ..ฉัน..ฉันลู่หานจงอินนี่ลู่หาน”ฮื่อ..ลู่หานไหนว่ะผมไม่รู้จัก ผมคิดไม่เคยมีเพื่อนหรือคนรู้จักชื่อนี้เลย












“ลู่หานไหนไม่รู้จัก..”ผมว่าออกมาด้วยความหงุดหงิดอยากนอนล้มหัวลงหมอนจะแย่แล้ว









“ฉันลู่หานไงจงอิน..ให้ตายเถอะนายจำฉันไม่ได้หรอ?”น้ำเสียงหวานยังเอ่ยออกมาอีกน้ำเสียงดูร้อนรน แล้วผมก็คิดไปต่างๆนาๆว่าเคยมีคนชื่อนี้หรือไม่ในสารบบความคิดสมองเจ้ากรรมประมวนผลออกมาเรียบร้อยแล้วว่า...










“ห๊ะ!!ลู่หาน!!นะ..นาย”ผมตะกุกตะกักร้องใส่สายผลุดลุกขึ้นจากเตียงอัตโนมัติ







“ใช่ฉันเองจงอิน..ฮือ..ฮึก..ฉันดีใจจังที่นายยังจำฉันได้อยู่”เสียงหวานสะอื้นฮึกผมขมวดคิ้วเมื่อรู้ว่าลู่หานคือแฟนของไอจีโอที่คบกันมาตั้งแต่ปีสองและหลังจากนั้นผมก็ไม่ได้เห็นลู่หานมาแวะเวียนที่คณะของผมเลยทั้งๆที่เมื่อก่อนทั้งขนมนมเนยประเคนมาให้จีโอเป็นว่าเล่นแต่ทำไมวันนี้ถึงมาสะอื้นให้ผมฟังละ?










“นายเป็นอะไรลู่หาน..ทำไม../ฮื่อ..จงอินจีโอทำไมจีโอต้องทำแบบนี้ด้วย..ฮึก..ไม่รักฉันทำไมต้องล้อเล่นกับความรู้สึกฉันแบบนี้ด้วย..ฮือ..”ปรายสายพูดไม่รู้เรื่องจนผมปวดตับมึนไปหมดแสดงว่าไอจีโอต้องทำอะไรลู่หานแน่ๆ







“เดี๋ยวลู่หานนายเป็นอะไรไอจีโอมันทำอะไรบอกฉันมาสิ”ผมเอ่ยหงุดหงิดเมื่อลู่หานยังร้องไห้ไม่หยุดอะไรจะเจ้าน้ำตาขนาดนี้











“เขาบอกเลิกฉัน..ฮึก..แต่..ฉัน..ฉันแค่อยากรู้..อยากรู้ว่าทำไมจีโอถึงต้องเลิกกันด้วยทั้งๆที่เรารักกันขนาดนี้...ฉันแค่อยากคุยกับเขาอีกสักครั้ง..ฮึก..ถ้าฉันไปหาเขา เขาต้องไล่ฉันออกมาแน่ๆ จงอินช่วยฉันหน่อยนะนัดจีโอออกมาให้ฉันหน่อย..ฉันขอร้องละตอนนี้ฉันไม่ไหวแล้ว..ฮือ”ปรายสายร่ายยาวผมเงียบไปไม่คิดว่าเพื่อนผมจะทำอะไรแบบนี้และผมก็สงสารลู่หานด้วยคงจะรักไอจีโอมากทุ่มเททั้งตัวทั้งใจจนไม่คิดเผื่อใจไว้เจ็บก็เพราะไอจีโอมันเจ้าชู้ไม่หยอกเลยสิ







“เฮ่อ..”ผมถอนหายใจออกมาเบาๆเรื่องของคนสองคนคนนอกห้ามยุ่งมันคงใช้เป็นข้ออ้างไม่ได้แล้ว ผมปลงตกจากที่ง่วงใจแทบขาดรอนๆก็หายไปปริดทิ้งตาสว่างโล่ยิ่งกว่านกฮูดอีก












“โอเคไม่ต้องนงต้องนัดอะไรทั้งนั้นไปหามันที่บ้านเลยเดี๋ยวฉันพาไปเอง!!”ผมว่าออกมาถ้ามันไล่ก็ให้มันรู้ไปว่ามันจะกล้าทำแบบนั้นมั๊ยถ้ามีผมอยู่และอีกนัยนึงผมยังไม่ได้ไปทำรายงานคู่ที่อาจารย์สั่งกับมันเลยเพราะพี่จองอาไม่เข้าโรงพยาบาลเลยต้องเลื่อนไป









“ขอบใจมากเลยนะจงอินนายนี่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดจริงๆขอบใจมากเลยนะ”จากที่ร้องไห้กระซิกระซิก็สดใสราวปลาบนบกได้เจอน้ำผมเออออไปดีกว่าทำให้คนรู้สึกแย่ละนะช่วยก็ช่วยว่ะ











“งั้นไปรอฉันที่หน้าหอมันก็แล้วกันเดี๋ยวฉันจะรีบไป”







“ติ๊ด!!!”ผมกดวางสายถอนหายใจครั้งที่สิบห้าของช่วงเช้าแล้วพาร่างอันเซ็กส์ซี่ที่ไม่ใส่อะไรปิดท่อนบนเลยเย้าอารมณ์เคะเมะทั้งหลายแหลได้ดีไปที่ห้องน้ำ เกงกางในที่มิ่นเม่หลุดแหล่ไม่หลุดแหล่เผยให้เห็นขนเพรชที่ลามลากจากสะดือมาที่ใต้ร่มผ้าอ่อนๆจะออกก้าวเดินก็ต้องสะดุ้งเมื่อประตูเจ้ากรรมเปิดพรวดออกไม่มีเสียงเคาะขออณุญาติเลยสักนิดทำให้ผมที่ไม่เรียบร้อยนักต้องร้องว๊ากตาโตเลิกเอาผ้าห่มมาปิดข้างล่างไว้










“ว๊ากกกกก!!!/เฮ่ยยยยยย!!!”พี่ชานยอลแทบตาถลนหันหน้าหนีขวับคงตกใจไม่น้อยที่เห็นผมในสภาพนี้









“กะๆ..แกทำอะไรอยู่ว่ะห๊ะจงอิน..ไอบ้าหนิอุจาดตาชะมัดจะช่วยตัวเองทำไมไม่ไปที่ห้องน้ำ!!”พี่ชานยอลว่าผมอ้างปากค้างทั้งโกรธทั้งอายหน้าคงแดงไปแล้วแน่











“พี่!!ผมปล่าวนะพี่นั่นแหละเข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อนไอพี่เขยบ้า!!”ผมตะโกนใส่พันผ้าห่มอ้อมตัวจนเป็นก้อนดุกดิก










“ก็ใครจะไปตรัสรู้ว่ะว่าแกทำอะไรอยู่..ไม่ต้องมาแก้ตัวว่าวก็บอกว่าว่าวอย่ามาโกหกลูกผู้ชายก็ต้องมีบ้างแหละ..อาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปกินข้าวหิว!!”












“เอ้า..หิวไมไม่กินก่อนอะมารอผมทำไม?”ผมถามพี่ชานยอลคงหายตกใจบ้างแล้วมองมาที่ผมที่พันผ้าห่มเห็นแค่ไหล่ลาดผิวสีน้ำผึ้ง












“ก็จองอาบอกว่าต้องรอกินพร้อมแกจบม๊ะเร็วๆละ...ปัง!!!”แล้วประตูก็ปิดลงผมยืนค้างโอ๊ยทำไมต้องมาให้เห็นอะไรแบบนี้ด้วยอยากบอกว่า...โค-ตะ-ระ...อายอ่ะจะเห็นอะไรบ้างนะขน..ไม่ๆไอนั่นหนอนชาเขียวผมโอ๊ยเตลิดไปใหญ่แล้วตรูไอพี่เขยบ้า



2013-09-23

MY BROTHER 2

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]

2






พี่จองอาออกจากโรงพยาบาลมาได้สามอาทิตย์แล้วพักฟื้นจนสามารถกลับไปทำงานได้อีกอย่างปกติแต่ที่ผิดสังเกตคือพี่จองอาดูซึมๆและพูดน้อยผิดไปมากส่วนพี่ชานยอลก็ซื้อนู้นนี่นั่นมาบำรุงเห่อลูกที่ยังไม่ได้เกิดจนผมคิดว่าพี่จองอาท้วมเข้าทุกวันหรือท้องจะโตนะ





RRRRRRRRRRRRRRRR









“ติ๊ด!!”








RRRRRRRRRRRRRRRRRRRRR









“ติ๊ด!!”









มันเป็นแบบนี้อยู่หลายครั้งที่พี่สาวผมจะกดตัดสายทิ้งเมื่อมีมิทคอลอีกพี่จองอาก็จะตัดทิ้งไปอีกใครโทร.มากันแน่นะถึงได้กดตัดสายไปแบบไร้เยื่อไยแบบนี้กันพี่ผมเปลี่ยนจากชุดทำงานเป็นชุดคลุมท้องสีหวานที่พี่ชานยอลซื้อให้มันก็เข้ากับพี่จองอาดีแต่ผมรู้สึกว่าพี่จองอาดูไม่ดีใจหรือมีความสุขเท่าไหร่ที่ท้อง













“เอ่า..จงอินซื้อแต่ของเปรี้ยวไปนะเอาไปให้ใครกินหรอเยอะแยะแบบเนี่ย?”ป้าเจ้าของแผงผลไม้ถามเมื่อเห็นผมซื้อมะม่วงไปเยอะเป็นพิเศษ








“หรือว่าแอบซุกเมีย!!”










“เฮ้ย..ป้าไม่ใช่คือพี่สาวผมพี่จองอาท้องนะครับผมจะซื้อไปให้พี่จองอา”ผมแก้ต่างก่อนที่มันจะไปกันใหญ่







“อ๋อ..อย่างนั้นหรองั้นแถมเพิ่มก็แล้วกันดีใจกับจองอาด้วยแล้วกันนะจงอินดูแลพี่ดีๆละ”











“ครับ!!”ผมโค้งขอบคุณเรื่องของแถมแล้วยิ้มตาหยีออกมาหมู่นี้พี่จองอาแพ้ท้องหนักมากและอยากกินแต่ของเปี้ยวผมเลยอาสามาซื้อให้ด้วยความเต็มใจ







“ปี๊ดๆ!!”ผมหันหลังไปมองก็เห็นรถนิสสันมารช์ขี่ตามมาข้างหลังบีบแตรใส่ผมเหมือนรู้จักแล้วเร่งความเร็วมาแซงหน้าผมที่เดินอยู่ฟุทบาท แล้วลงจากรถลงมา









“น้อง!!..ใช่จงอินน้องจองอารึเปล่า?”ผู้ชายหน้าตาหล่อมากตัวสูงผิวขาวถามผมเขาใส่แว่นสายตาแต่ก็ยังดูดีมากเช่นกัน ผมชั่งใจก่อนพยักหน้า









“อ้า..ดีเลยพี่เป็นเพื่อนจองอาชื่อนิชคุณนะกะว่าจะมาเยี่ยมจองอาแต่ไม่รู้จักบ้านบังเอิญมาเจอน้องก่อนช่วยไปกับพี่บอกทางพี่ได้มั๊ย?”พี่คนนั้นว่าแล้วยิ้มหล่อจนผมต้องรีบเสหน้าท่าทางก็ดูแต่งตัวดีสะอาดสะอ้านคงจะเป็นเพื่อนพี่จองอาจริง ก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นจงอินก็ขึ้นรถไปกับนิชคุณแล้วบอกทางเสร็จสรรพ












“จงอินมาแล้วหรอไปนานจังพี่ทำน้ำพริกปากหวานรอตั้งนานแหนะ”พี่จองอาว่าออกมาจากในครัวขณะที่ผมพาพี่นิชคุณมาที่โซฟารับแขก








“เพ่ง!!..นิชคุณ!!”ผมหันหน้าไปทางเสียงที่เกิดขึ้นก็พบกับถ้วยน้ำพริกปลาหวานของพี่จองอาหล่นแตกที่พื้นระเนระนาด หน้าตาของพี่จองอาดูอึ้งสุดๆเมื่อเจอหน้าเพื่อนชายที่มาหา











“จองอา!!..คุณไม่เป็นไรนะ”พี่นิชคุณวิ่งมาดูพี่จองอาที่ก้มลงเก็บถ้วยน้ำพริกผมที่กำลังจะวิ่งไปต้องชงักมองดูอยู่ห่างๆจนเก็บกวาดเสร็จพี่จองอาก็เดินกลับมาที่โซฟาห้องรับแขกอีกครั้ง










“คุณมาที่นี่ทำไม?!!”พี่จองอาเริ่มคำถามหันหน้าไปทางอื่นเหมือนรังเกลียดสายตาของพี่จองอามีแต่ความขุ่นมัวและความโกรธ









“ผมมาเยี่ยมคุณ..ผมเพิ่งรู้ว่าคุณลางานออกมาแล้ว”พี่นิชคุณว่าดวงตามีแต่ความเศร้าหมองวูบไหวเจ็บปวด ทำเอาบรรยากาศรอบข้างอึมคึมแปลกๆจนผมที่อยู่ด้วยก็รู้สึกอึดอัด












“ชานยอลเขาไม่อยากให้ฉันทำงานน่ะเลยลาให้ออกมาอยู่ที่บ้าน”พี่จองอายังเมินหน้าไปทางอื่นพี่นิชคุณที่เห็นแบบนี้ก็ทำตัวไม่ถูก








“ผมดีใจด้วยเรื่องที่คุณท้อง..และนี่ของฝากจากเพื่อนๆที่ทำงานเขาฝากผมมาหวังว่าคุณจะชอบ”พี่นิชคุณว่าเสียงเบาอย่างไม่หมั่นใจ












“ฝากขอบคุณพวกเขาด้วยแค่นี้ใช่มั๊ย”ประโยคที่ตัดเยื่อไยทั้งสิ้นเอ่ยออกมาจนพี่นิชคุณอึ้งผมก็อึ้งเช่นกันพี่นิชคุณหลุบตาลงต่ำก่อนจะเอ่ยถ้อยคำเป็นห่วงออกมาก่อนจะขอตัวกลับไป











“ดูแลตัวเองดีๆละจองอา”เพียงเท่านั้นพี่นิชคุณก็เดินออกไปจากห้องผมเดินตามหลังออกมาส่งที่หน้าประตู มันแปลกจริงๆในความรู้สึกที่ผมสัมผัสได้ของพี่จองอากับพี่นิชคุณกับท่าทางที่เป็นห่วงและความรู้สึกที่มันบอกผมว่าระหว่างพี่จองอากับพี่นิชคุณอาจจะไม่ได้เป็นแค่เพื่อน

2013-09-23

MY BROTHER 3

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]

3




พี่ชานยอลกับมาพร้อมอาหารนาๆชนิดที่ขึ้นชื่อว่าทำให้ลูกฉลาดบำรุงครรภ์คนท้องถึงจะกินจุแต่ที่พี่เขาซื้อมาก็เยอะจนพี่จองอาต้องปฏิเสธหันหน้าหนีช้อนซ่อมที่จิ้มเนื้อปลาทะเลน้ำลึกมาที่ปากด้วยใบหน้าเลี่ยนเต็มที







“อีกหน่อยนะจองอากินปลาเยอะๆลูกเราจะได้ฉลาด”พี่ชานยอลว่าเอาซ้อมที่มีเนื้อปลาจะยัดใส่ปากพี่จองอาให้ได้









“แต่ฉันอิ่มแล้วจริงๆนะคะไม่ไหวแล้วลูกก็ด้วยตอนนี้ฉันง๊วงง่วงขอตัวก่อนนะคะ”พี่จองอาลุกขึ้นเดินหนีไปเสียเฉยๆทำให้พี่ชานยอลต้องเอาเนื้อปลาเข้าที่ปากตัวเอง









“หง่ำๆ...”ผมต้องอมยิ้มกับท่าทางของพี่ชานยอลที่ยัดเนื้อปลาใส่ปากเวลาที่พี่จองอาขัดใจพี่ชานยอลแบบนี้ก็ดูน่ารักไปอีกแบบ คิดแล้วผมก็ยิ้มไม่หุบจนหลงจ้องใบหน้าหล่อจนลืมตัว เจ้าตัวที่รู้สึกมีคนจ้องก็หันหน้ามาที่น้องเขยอย่างหงุดหงิดทั้งๆที่ในปากมีข้าวเต็มปากอยู่พูดเสียงอู้อี้











“มองไรเจ้าน้องเขย..ยิ้มอยู่ได้น่าขำรึไง?”น้ำเสียบูดๆของพี่ชานยอลทำเอาผมที่หลงจ้องต้องสะดุ้งทำหน้าปกติ







“เอ่อ..เปล่าหนิครับแค่อยากยิ้มเฉยๆ”ผมว่ากวนๆแล้วยิ้มแฉ่งโชว์ฟันพร้อมออบชั่นเสริมยักคิ้วหล่อให้ทีนึง










“ไม่ต้องมายิ้มกินเสร็จจัดการล้างด้วย!!”พี่ชานยอลสั่งผม ผมทำหน้าตีคิ้วขมวดใครจะยอมล้างง่ายๆถึงผมจะเป็นน้อง(เมีย)ก็อย่ามาใช้สุ่มสี่สุ่มห้าเฉียว









“แต่ผมอิ่มก่อนพี่ใครอิ่มทีหลังล้าง”ผมเท้าคางมองหน้าพี่เขยส่งสายตาดุๆไปให้เชิงว่าล้างสะดีๆอย่ามาแถ











“ห๊ะว่าไงนะ..ไม่มีทาง”พี่เขยผมว่าทำท่าจะลุกออกไปผมร้องเตือนไม่มีทางให้ชิ่งง่ายๆแน่









“พี่จะไปไหนห้ามเบี้ยวก่อนที่พี่กับพี่จองอาก่อนจะแต่งงานกันก็มีกฏแบบนี้ตอนอยู่ที่นี่ด้วยกันใหม่ๆไม่ใช่หรอใครกินอิ่มทีหลังต้องล้าง!!”ผมว่าขู่จ้องตาพี่เขยตาวาวเมื่อก่อนตอนที่พี่ชานยอลคบกับพี่จองอาใหม่ๆพี่ชานยอลมีเพ้นเฮาต์เป็นของตัวเองพี่ชานยอลเลยให้พี่จองอาย้ายมาอยู่ด้วยกันสะเลยเพราะว่ามันใกล้มหาลัยและพ่อกับแม่เห็นว่าผมติดมหาลัยในโซลได้ก็เลยให้ผมมาอยู่ที่นี่ด้วยจะได้ดูแล(ไม้กันหมา)พี่จองอาบวกกับตอนนั้นผมกำลังหาที่อยู่พอดีเจอแบบนี้เข้าใครจะปฏิเสธถึงมาแรกๆพี่ชานยอลจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าผมที่ผมมาเป็นตัวขัดเวลาสวีทของพี่เขากับแฟนเลยทำให้บางทีพี่ชานยอลอาจจะไม่ค่อยลงลอยกับผมเท่าไหร่












“ไม่ล้างจะทำไม?”พี่ชานยอลว่ายียวนจนผมหมั่นเขี้ยวลุกอ้อมโต๊ะมาที่เก้าอี้พี่เขยที่ทำหน้าไม่รู้ร้อนได้กวนมากอยากรู้ฤทธิ์จงอินคนนี้ใช่มั๊ยได้...








“ก็ไม่ทำไมหรอกจะทำแบบนี้ไง..นี่แหนะๆๆ/โอ๊ยๆ..อย่า..ไอ..โอ๊ย..จงอินมันจั๊กจี้..โอ๊ย!!..ฮ่าๆ”ผมลงนิ้วกับพี่เขยจี้ที่เอวจนพี่ชานยอลบิดซ้ายขวาเป็นเกียวร้องลั่นด้วยความบ้าจี้จนต้องลุกออกมาจากเก้าอี้หอบหนักด้วยความเหนื่อย












“แฮ่กๆ..อย่า..อย่าเข้ามา..อะ..โอเค..ล้างก็ล้างพอใจยัง?”พี่ชานยอลหอบหน้าแดงวิ่งหนีผมไปอยู่ที่ข้างตู้เย็นผมก็ยกมือทำท่าว่าจะจี้อีก แล้วก็เปลี่ยนมายิ้มพอใจ











“ให้มันได้อย่างนี้สิ..หึทีนี้อยากลองฤทธิ์จงอินอีกหรือเปล่า?”ผมถามจ้องเขม็งกอดอกหน้าเชิด








“ไม่แล้วจ้า..ทำแล้วทำแล้ว”จากหน้ามือเป็นหลังเท้า?พี่ชานยอลรวบรวมจานไปที่ซิงค์ล้างจานด้วยท่าทางงกๆเงิ่นๆตามภาษาผู้ชายไม่เคยทำงานบ้านผมยืนพิงผนังมองดูอยู่เฉยๆได้ยินคำสบถด่าเบาๆจากปากพี่เขย













“ดุอย่างกับหมาล็อกไวเลอร์/ว่าไงนะ..ย๊าห์พี่ว่าผมหรอ!!”ผมรี่เข้าไปประชิดตัวพี่ชานยอลที่ยืนล้างจานอยู่ผลักเข้าที่บ่าให้พี่ชานยอลหันมา “ว่าค่อยๆก็ได้ยินด้วยหรอว่ะ”แน่ะยังมีอีก











“พี่ชานยอลผมได้ยินนะพี่นี่นะอยากเจอดีอีกใช่มั๊ย..ใช่ผมดุอย่างกับหมา บ้าได้กว่านี้อีกจะลองมั๊ยละ”ผมตะโกนใส่หูจนพี่ชานยอลต้องป้องมือปิดข้างเดียว











“จะตะโกนทำไมเนี่ยหูแทบแตก”พี่ชานยอลสบถออกมาก่อนจะล้างจากต่อโดยไม่พูดอะไรแกคงไม่อยากเถียงผมต่อมั๊ง แต่ผมก็ร้องขึ้นมาอีกเมื่อเห็นพี่เขยล้างจานเพียงน้ำเดียวแล้วยังขัดไม่สะอาด











“ย๊าห์..พี่ล้างจานเป็นป่าวเนี่ยโครตไม่สะอาดเลยดูสิคราบยังมีอยู่เลย”ผมว่าแล้วมองดูจานยกขึ้นมาให้พี่ชานยอลดูผลงานตัวเอง









“ก็/อย่าเถียง..เห็นอยู่ตำตาล้างใหม่ให้หมด!!”ผมสั่งเฉียบขาดนี่คิดผิดคิดถูกให้พี่เขยที่ทำอะไรไม่เป็นเลยขนาดล้างจานทำ










“ล้างใหม่..ไม่นะจงอิน”







“ไม่ต้องมาอ้อนวอนเลยพี่ทำไม่สะอาดเองก็ต้องล้างใหม่ถ้าไม่สะอาดอีกก็ล้างใหม่อยู่นี่แหละล้างจนกว่าจะสะอาด!!”ผมพูดใส่หูพี่ชานยอลพี่เขาถอนหายใจจำใจล้างใหม่จนเวลาปาเข้าไปเกือบสามทุ่มกว่าแล้วยังไม่เสร็จสงสัยคงประชดผมขัดสะจนจานจะเป็นแผ่นแสคป์อยู่แล้ว พี่สาวผมไม่น่ามีสามีแบบนี้เลยคิดแล้วเพลียแทน(เอามือตบเข้าที่หน้าผากตัวเอง)













“เฮ่อ..เอาแต่ประชดผมแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้อาบน้ำนอนมา..เดี๋ยวผมช่วยล้างก็แล้วกัน”ผมว่าอย่างอ่อนใจจุ่มมือลงไปในซิงค์จับจานขึ้นมาล้างๆ






“ถ้าไม่เต็มใจก็ไม่ต้องช่วย”เอ้ายังมีมาแขวะอยากแขวะก็แขวะไปผมอ่อนใจจะพูดแล้วเหนื่อยง่วงด้วย จนบรรยากาศที่ร้อนระอุจากสงครามน้ำลายเมื่อกี้ก็เปลี่ยนมาเงียบอีกครั้งของเวลาใกล้เข้าสี่ทุ่มป่านนี้พี่จองอาคงหลับไปแล้วคิดถึงเรื่องที่มีเพื่อนมาหาพี่จองอา..พี่จองอาบอกพี่ชานยอลรึยังนะ..แต่คงจะคุยกันแล้วละเรื่องของผัวเมียอย่ายุ่งเลยเรา
ขณะที่ผมกำลังคิดอะไรไปเพลินๆไม่รู้ว่าจานที่ล้างหมดรึยังกวาดมือไปทั่วในซิงค์แล้วอยู่ๆก็มีมืออุ่นๆมากุมเข้าที่หลังมือผมที่อยู่ในซิงค์ผมยกมือขึ้นมาก็รู้ว่าเป็นมือพี่ชานยอลที่กุมมือผมอยู่ ดูพี่ชานยอลจะอึ่งไปเหมือนกัน











“เอ่อ..”ผมปล่อยมือออกรวดเร็วความรู้สึกเห่อร้อนเขินแปลกๆก่อนจะเสหน้าไปทางอื่น










“พี่ขะ..ขอโทษ..”พี่ชานยอลว่าแล้วเกาไท้ทอยทำหน้าเลิ่กลั่ก










“เอ่อ..จานล้างเสร็จแล้วผมเก็บเข้าชั้นเองก็ได้พี่ไปนอนเถอะ”น้ำเสียงพูดเกือบออกมาเป็นแรป์เมื่อผมพูดรัวเป็นชุดจนฟังไม่ทันก็ตอนนี้หัวใจของผมเต้นแรงยิ่งกว่ากลองเข้าไปแล้วหน้าต้องแดงด้วยแน่ๆ













“เอางั้นก็ได้งั้น..พี่ไปก่อนนะ”พี่ชานยอลเดินออกไปผมหันไปมองแผ่นหลังหนากว้างของพี่เขยที่เดินหายลับขึ้นข้างบนไปอีกคน







..นี่ผมเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย ไม่ควรจะรู้สึกแบบนี่หนินั่นพี่เขยแกเลยนะคิมจงอิน..

2013-09-23

MY BROTHER 1

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]


1







“แม่พ่อ!!”ผมเรียกท่านทั้งสองเมื่อผมมาถึงที่โรงพยาบาล หน้าตาของท่านทั้งสองมีสีหน้ากังวลจนเห็นได้ชัด








“แกมาแล้วหรอ..แกปล่อยให้พี่แกเป็นแบบนี้ได้ไงห๊ะจงอินแกก็รู้ว่าพี่แกไม่ค่อยแข็งแรงแกเป็นน้องต้องดูแลพี่สิ!!...ฮึก”แม่เข้ามาทุบอกผมรัว ผมก็ยืนให้แม่ทุบจนพ่อต้องเข้ามาห้ามก่อนที่จะไปกันใหญ่ผมเห็นน้ำตาแม่ด้วยแม่ร้องไห้ มันเป็นแบบนี้มานานแล้วก่อนที่แม่จะมีผมตอนที่แม่ไม่รู้ว่าตัวเองจะท้องทั้งๆที่ไร้วี่แววแม่เผลอกินยาสตรีเข้าไปและมารู้ทีหลังแม่เสียใจมากแต่เพราะกินเข้าไปในปริมาณที่น้อยพอสมควรทำให้เด็กไม่เป็นอะไรมากแล้วแม่ก็คลอดพี่จองอาออกมาแต่ก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์ทำให้ตั้งแต่นั้นมาพี่จองอาเลยไม่ค่อยแข็งแรงนักป่วยนิดๆหน่อยๆก็ต้องเข้าโรงพยาบาลผิดกับผมที่ออกจะแข็งแรงสมบูรณ์เพราะพ่อกับแม่คอยระวังมากขึ้นตอนมีผม











“คุณพอเถอะหน่าอย่าตีลูกสิตอนนี้หมอกำลังรักษาจองอาเต็มที่คงไม่เป็นอะไรมากแล้วละ”พ่อผมพูดพรางพาแม่ผมไปสงบสติอารมณ์อีกมุมหนึ่งหน้าห้องฉุกเฉิน







“แกโอเคนะจงอินแม่แกเป็นห่วงพี่แกมากพ่อคิดว่าแกคงเข้าใจ”









“ครับผมเข้าใจ..แล้วนี่พี่ชานยอลละครับรู้เรื่องรึยัง?”ผมหันหน้ามาถามพ่อที่ไม่เห็นพี่เขยพ่อที่เดินออกมาจากแม่ที่นั่งอีกมุมหนึ่งเข้ามาคุยกับผม









“พ่อโทรไปแล้วเดี๋ยวคงมา”และหลังจากนั้นหมอก็ย้ายพี่จองอาออกมาจากห้องฉุกเฉินไปที่ห้องพักฟื้นในความโล่งใจของทุกคนที่หมอบอกว่าพี่จองอาไม่ได้เป็นอะไรมาก









“ใครเป็นสามีของคุณปาร์คจองอาครับ?”หมอหันมาถามหลังจากที่ตรวจชีพจรเสร็จแม่กับพ่อยืนอยู่ข้างเตียงผมก็ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง











“ปัง!!...ผมเองครับปาร์คชานยอล!!”ไม่ต้องบอกให้เสียเวลาเพราะอยู่ๆพี่เขยผมก็โผล่เข้ามาอย่างรวดเร็วในชุดสูทสี่ดำทั้งตัวด้วยท่าทางเหนื่อยหอบคงเป็นห่วงพี่จองอาไม่น้อยพรางแหวกพ่อกับแม่ของผมเข้ามาหาพี่จองอาข้างเตียงคนไข้อีกด้วย











“ผมยินดีด้วยนะครับคุณปาร์คภรรยาคุณท้องได้สามเดือนกว่าแล้ว”สิ้นเสียงหมอทั้งพี่ชานยอลพ่อแม่ต่างทำหน้าดีใจด้วยความสุขที่พี่จองอากำลังจะมีหลานตัวน้อยๆ









“จริงหรอครับหมอ..เมียผมท้องหรอครับแม่..จริงหรอครับ..ฮ่าๆ..ไม่อยากเชื่อเลยคุณพ่อคุณแม่ครับจองอา..จองอาท้องครับ..จองอาท้องได้ยินอย่างที่ผมได้ยินหรือเปล่าผมดีใจจังผมจะมีลูกแล้วจองอาคุณได้ยินมั๊ยว่าเรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วจองอา..ฮ่าๆ”พี่ชานยอลทั้งน้ำตาซึมกุมมือพี่สาวผมด้วยความรักกดจูบลงไปที่หน้าผากมนเห็นแบบนี้แล้วผมรู้สึกดีใจแทนทั้งสองที่จะมีพยานรักด้วยกันเป็นเด็กน้อยน่ารักน่าชังตามที่พี่ผมเคยใฝ่ฝันไว้ว่าอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ











“ครับต่อไปก็รอให้คุณจองอาหายดีกว่านี้ก่อนแล้วค่อยทำเรื่องฝากครรภ์นะครับตอนนี้ก็ระวังให้มากช่วงสามสี่เดือนนี้เป็นช่วงเสี่ยงที่จะแท้งมากด้วยแล้วร่ายกายของคุณจองอาก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนักต้องดูแลเป็นพิเศษ”








“ครับๆ..ผมจะดูแลจองอาให้ดีที่สุดแล้วก็ดูแลลูกของผมให้ดีที่สุดเช่นกัน”พี่ชานยอลว่าแล้วก้มลงไปคลอเคลียที่หน้าท้องพี่จองอาสีหน้าเปื้อนยิ้มจนหุบไม่ลง











“งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วผมต้องขอตัวก่อนนะครับคุณปาร์คคุณคิม”คุณหมอขอตัวออกไปพร้อมพยาบาลปล่อยให้ว่าที่คุณพ่อมือใหม่ได้อยู่ดูแลภรรยาอย่างเต็มที่








“อื่อ...ชาน..ยอล”พี่จองอาฟื้นขึ้นมาก็พบกับใบหน้าที่หล่อเหลาของพี่ชานยอลจ้องอยู่ไม่กระพริบ ใบหน้าสวยซีดเสียวผมที่เคยมัดเป็นหางม้าถูกปล่อยสยายเลยกลางหลังพลิ้วสลวย













“ฉันอยู่ที่ไหนคะชานยอล?”พี่จองอาว่าออกมากวาดดวงตากลมสีช็อกโกแลตไปทั่วสำรวจห้องสีขาวสะอาดตา “แล้วคุณมาอยู่ที่ได้ไง?”พี่จองอายังไม่เลิกถามมองหน้าพี่ชานยอลแบบงงๆ








“ที่นี่โรงพยาบาลจองอา..คุณอยู่ที่โรงพยาบาล”











“ว่าไงนะคะโรงพยาบาลฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไงฉันเป็นอะไร!!”พี่จองอาเลิ่กลั่กผลุบลุกแต่ต้องกลับลงไปนั่งอีกด้วยความรู้สึกหมึนชาปวดหนึบที่ศีรษะไม่มีแรง








“จองอาอย่าทำแบบนี้อีกนะครับคุณรู้มั๊ยว่าคุณน่ะไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ”ชานยอลพูดด้วยความใจเย็นโอบกอดเอวคอดเต็มรักพรางลูบท้องของภรรยา












“คุณว่าไงนะ...ท้อง!!..กี่เดือนแล้ว!!”พี่จองอาตะโกนออกมาเสียงดังจนทำให้พี่ชานยอลตกใจในท่าทีของพี่จองอา







“สามเดือนจองอา..คุณตกใจยิ่งกว่าผมอีก..ฮึๆ..ต่อไปนี้คุณต้องทำอะไรระวังมากกว่านี้แล้วนะคุณท้องทำอะไรหนักๆไม่ได้”











“เดี๋ยวคะ..ชานยอลคุณ..ละ..ล้อฉันเล่น..ใช่มั๊ยฮึๆ..อย่ามาอำคะ”พี่จองอาว่าออกมาหัวเราะกลบเกลื่อนเหมือนกับเป็นเรื่องล้อเล่น








“ผมจะล้อเล่นทำไมเพราะมันเป็เรื่องจริงใช่มั๊ยจงอิน?”พี่ชานยอลหันมาหาผมแล้วยิ้มถามให้พี่จองอาเชื่อว่าพูดจริงจนพ่อกับแม่ที่ออกไปทำธุระข้างนอกกลับมาถาม










“จริงมั๊ยอะไรกันลูก?”








“ก็จองอาสิครับคุณแม่ไม่เชื่อว่าตัวเองท้อง”





“แต่แม่คะมันเป็นเรื่องจริงหรอคะ?”พี่จองอาหันมาถามแม่ที่ถือของพะรุงพะรังเข้ามา แม่ยิ้มแล้วเดินเข้ามาหาพี่จองอา











“จริงจะ..ลูกท้อง..ท้องได้สามเดือนแล้วแม่ดีใจด้วยน้าจองอา”แล้วแม่ก็กอดพี่จองอาด้วยความสุขแต่ผมแอบเห็นหน้าพี่จองอาที่ซีดผิดปกติเหมือนช็อกอะไรสักอย่างจนน่าสงสัย




MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]

2






พี่จองอาออกจากโรงพยาบาลมาได้สามอาทิตย์แล้วพักฟื้นจนสามารถกลับไปทำงานได้อีกอย่างปกติแต่ที่ผิดสังเกตคือพี่จองอาดูซึมๆและพูดน้อยผิดไปมากส่วนพี่ชานยอลก็ซื้อนู้นนี่นั่นมาบำรุงเห่อลูกที่ยังไม่ได้เกิดจนผมคิดว่าพี่จองอาท้วมเข้าทุกวันหรือท้องจะโตนะ





RRRRRRRRRRRRRRRR









“ติ๊ด!!”








RRRRRRRRRRRRRRRRRRRRR









“ติ๊ด!!”









มันเป็นแบบนี้อยู่หลายครั้งที่พี่สาวผมจะกดตัดสายทิ้งเมื่อมีมิทคอลอีกพี่จองอาก็จะตัดทิ้งไปอีกใครโทร.มากันแน่นะถึงได้กดตัดสายไปแบบไร้เยื่อไยแบบนี้กันพี่ผมเปลี่ยนจากชุดทำงานเป็นชุดคลุมท้องสีหวานที่พี่ชานยอลซื้อให้มันก็เข้ากับพี่จองอาดีแต่ผมรู้สึกว่าพี่จองอาดูไม่ดีใจหรือมีความสุขเท่าไหร่ที่ท้อง













“เอ่า..จงอินซื้อแต่ของเปรี้ยวไปนะเอาไปให้ใครกินหรอเยอะแยะแบบเนี่ย?”ป้าเจ้าของแผงผลไม้ถามเมื่อเห็นผมซื้อมะม่วงไปเยอะเป็นพิเศษ








“หรือว่าแอบซุกเมีย!!”










“เฮ้ย..ป้าไม่ใช่คือพี่สาวผมพี่จองอาท้องนะครับผมจะซื้อไปให้พี่จองอา”ผมแก้ต่างก่อนที่มันจะไปกันใหญ่







“อ๋อ..อย่างนั้นหรองั้นแถมเพิ่มก็แล้วกันดีใจกับจองอาด้วยแล้วกันนะจงอินดูแลพี่ดีๆละ”











“ครับ!!”ผมโค้งขอบคุณเรื่องของแถมแล้วยิ้มตาหยีออกมาหมู่นี้พี่จองอาแพ้ท้องหนักมากและอยากกินแต่ของเปี้ยวผมเลยอาสามาซื้อให้ด้วยความเต็มใจ







“ปี๊ดๆ!!”ผมหันหลังไปมองก็เห็นรถนิสสันมารช์ขี่ตามมาข้างหลังบีบแตรใส่ผมเหมือนรู้จักแล้วเร่งความเร็วมาแซงหน้าผมที่เดินอยู่ฟุทบาท แล้วลงจากรถลงมา









“น้อง!!..ใช่จงอินน้องจองอารึเปล่า?”ผู้ชายหน้าตาหล่อมากตัวสูงผิวขาวถามผมเขาใส่แว่นสายตาแต่ก็ยังดูดีมากเช่นกัน ผมชั่งใจก่อนพยักหน้า









“อ้า..ดีเลยพี่เป็นเพื่อนจองอาชื่อนิชคุณนะกะว่าจะมาเยี่ยมจองอาแต่ไม่รู้จักบ้านบังเอิญมาเจอน้องก่อนช่วยไปกับพี่บอกทางพี่ได้มั๊ย?”พี่คนนั้นว่าแล้วยิ้มหล่อจนผมต้องรีบเสหน้าท่าทางก็ดูแต่งตัวดีสะอาดสะอ้านคงจะเป็นเพื่อนพี่จองอาจริง ก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นจงอินก็ขึ้นรถไปกับนิชคุณแล้วบอกทางเสร็จสรรพ












“จงอินมาแล้วหรอไปนานจังพี่ทำน้ำพริกปากหวานรอตั้งนานแหนะ”พี่จองอาว่าออกมาจากในครัวขณะที่ผมพาพี่นิชคุณมาที่โซฟารับแขก








“เพ่ง!!..นิชคุณ!!”ผมหันหน้าไปทางเสียงที่เกิดขึ้นก็พบกับถ้วยน้ำพริกปลาหวานของพี่จองอาหล่นแตกที่พื้นระเนระนาด หน้าตาของพี่จองอาดูอึ้งสุดๆเมื่อเจอหน้าเพื่อนชายที่มาหา











“จองอา!!..คุณไม่เป็นไรนะ”พี่นิชคุณวิ่งมาดูพี่จองอาที่ก้มลงเก็บถ้วยน้ำพริกผมที่กำลังจะวิ่งไปต้องชงักมองดูอยู่ห่างๆจนเก็บกวาดเสร็จพี่จองอาก็เดินกลับมาที่โซฟาห้องรับแขกอีกครั้ง










“คุณมาที่นี่ทำไม?!!”พี่จองอาเริ่มคำถามหันหน้าไปทางอื่นเหมือนรังเกลียดสายตาของพี่จองอามีแต่ความขุ่นมัวและความโกรธ









“ผมมาเยี่ยมคุณ..ผมเพิ่งรู้ว่าคุณลางานออกมาแล้ว”พี่นิชคุณว่าดวงตามีแต่ความเศร้าหมองวูบไหวเจ็บปวด ทำเอาบรรยากาศรอบข้างอึมคึมแปลกๆจนผมที่อยู่ด้วยก็รู้สึกอึดอัด












“ชานยอลเขาไม่อยากให้ฉันทำงานน่ะเลยลาให้ออกมาอยู่ที่บ้าน”พี่จองอายังเมินหน้าไปทางอื่นพี่นิชคุณที่เห็นแบบนี้ก็ทำตัวไม่ถูก








“ผมดีใจด้วยเรื่องที่คุณท้อง..และนี่ของฝากจากเพื่อนๆที่ทำงานเขาฝากผมมาหวังว่าคุณจะชอบ”พี่นิชคุณว่าเสียงเบาอย่างไม่หมั่นใจ












“ฝากขอบคุณพวกเขาด้วยแค่นี้ใช่มั๊ย”ประโยคที่ตัดเยื่อไยทั้งสิ้นเอ่ยออกมาจนพี่นิชคุณอึ้งผมก็อึ้งเช่นกันพี่นิชคุณหลุบตาลงต่ำก่อนจะเอ่ยถ้อยคำเป็นห่วงออกมาก่อนจะขอตัวกลับไป











“ดูแลตัวเองดีๆละจองอา”เพียงเท่านั้นพี่นิชคุณก็เดินออกไปจากห้องผมเดินตามหลังออกมาส่งที่หน้าประตู มันแปลกจริงๆในความรู้สึกที่ผมสัมผัสได้ของพี่จองอากับพี่นิชคุณกับท่าทางที่เป็นห่วงและความรู้สึกที่มันบอกผมว่าระหว่างพี่จองอากับพี่นิชคุณอาจจะไม่ได้เป็นแค่เพื่อน


2013-09-23

MY BROTHER INTRO [Chankai]

MY BROTHER

[Chanyeol x Kai]

Intro...




“อื่อ..อ๊ะ..ช..ชานยอ..ล~~”เสียงครางกระเส่าของห้องข้างๆเล็ดลอดกำแพงห้องออกมาด้วยความสยิวร่างผอมสูงผิวคล่ำเอามืออุดหูไว้ด้วยความเซ็งจิตที่การทำรักดูท่าว่าจะอีกยาวไกล เขากะว่าจะนอนดึกอ่านหนังสือเตรียมสอบย่อยสักหน่อยแต่ก็มีตัวมารผจญจนได้




“เฮ่อ...”จงอินลุกจากโต๊ะอ่านหนังสือปิดโครมไฟแล้วเดินมาอย่างเตียงนอนหยิบไอพอดคู่ชีพบนหัวเตียงขึ้นยัดหูฟังใส่หูเปิดเสียงที่คิดว่าดังที่สุดไว้แล้วล่มตัวลงนอนในเวลาเกือบตีสองกว่าๆ





07.30 AM







“อ่าวจงอินตื่นแล้วหรอมาทานข้าวมา..”เสียงพี่สาวสุดสวยของผมเองครับเธอกำลังจัดแจงตักซุปใส่ถ้วยด้วยความเร่งรีบจนมันหกกระเดนโดนมือตัวเอง









“โอ๊ย..เจ็บบ!!”



“พี่จองอา!!”ผมรีบวิ่งเข้ามาดูที่มือพี่จองอาด้วยความเป็นห่วงมือสวยเริ่มผองแดงขึ้นมาพี่สาวผมมีสีหน้าเหยเกด้วยความเจ็บ








“พี่นี่น้าไม่ระวังอยู่เลื่อยไปที่โซฟาดีกว่าเดี๋ยวผมไปเอากล่องยามาก่อน”ผมว่าแล้วไล่พี่สาวไปทันทีแล้วเดินหยิบกล่องยาที่อยู่ตู้ข้างตู้เย็นในห้องครัวตามไปด้วย








“เกิดอะไรขึ้นน่ะจองอานี่คุณเป็นอะไรน่ะทำไมมือคุณถึงเป็นแบบนี้”เสียงทุ้มที่เพิ่งลงมาจากชั้นบนของเพ้นเฮาต์ว่าออกมาด้วยความเป็นห่วงตรงมานั่งลงข้างๆพี่สาวผม ผมที่กำลังทำแผลอยู่ถึงกับเป็นส่วนเกินไปทันที










“แค่ซุปลวกนะคะชานยอลฉันไม่เป็นอะไรหรอกจงอินกำลังทำแผลให้อยู่”พี่สาวผมว่าออกมายู่ปากนิดๆเมื่อมองเห็นสายตาตำหนิของสามีที่ส่งมา ใช่แล้วครับพี่สาวผมแต่งงานแล้วและนี่แหละสามีพี่สาวผม...ปาร์คชานยอล






“เฮ่อ..แล้วแบบนี้คุณจะทำงานได้หรอมือขวาสะด้วย?”พี่ชานยอลว่าออกมาจับลูบเบาๆที่แผลที่ทำแผลเรียบร้อยแล้ว ผมเก็บกล่องยาทุกอย่างแล้วเดินออกมาเงียบๆปล่อยให้สองสามีภรรยาดูแลกันสองคน













“เฮ้ยๆ..ตื่นๆมึงอดหลับอดนอนมาจากไหนว่ะเมื่อคืนไม่ได้นอนรึไง?”เพื่อนสนิทของผมเองครับจีโอพรางมาผลักที่หัวผมที่กำลังนอนกับโต๊ะม้าหินอ่อนด้วยความเพรีย







“อืม..~อย่าเพิ่งกวนกูได้มั๊ยกูจะนอน..”เสียงที่งัวเงียตอบไม่ได้ศัพท์ว่าออกมาจากปากอิ่มแล้วทำท่าว่าจะหลับไปอีก









“อย่าเลยมึง..ลุกขึ้นมามึงจะมานอนแบบนี้ไม่ได้รายงานปลายภาคที่ทำคู่อาจารย์นัดส่งใกล้ถึงวันแล้วนะมึงจะมามัวนอนอืดอยู่อีกถ้าติดเอฟขึ้นมากูฆ่ามึงแน่!!”จีโอพูดขู่ท่าทางหงุดหงิดเห็นได้ชัดตบเข้าที่บ่าเพื่อนจนเพิ่มเลเวลเป็นฟาดผลั่วสุดแรง






“เพี๊ย!!!...โอ๊ยเจ็บ..สัดมึงตีกูไม..ฮึย”จงอินผลุบลุกขึ้นด้วยความหงุดหงิดมองหน้าเพื่อนด้วยสายตาไม่ตื่นดีนัก ใครจะกล้าบอกละที่ไม่ได้นอนเพราะเกมส์รักของพี่สาวกับพี่เขยอะ










“เอ่า..ถ้าไม่ทำแบบนี้มึงจะตื่นงั้ย..พอเลยมึงเสาร์นี้เจอกันที่บ้านกูก็แล้วกันเก้าโมงอย่าเบี้ยวนะมึง”จีโอขู่เสร็จก็เดินจากไปจงอินขยี้หัวด้วยความเซ็งทำไมช่วงนี้ถึงมีเรื่องให้ชวนปวดหัวด้วยก็ไม่รู้









Lotte Department Store








ผมมาเดินทอดน่องในห่างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีทำไมวันนี้ผมถึงรู้สึกชิลๆแบบนี้ก็เพราะผมเบื่อปกติแล้วผมไม่ค่อยได้มาหรอกห้างเนี่ยถ้าไม่มีความจำเป็นหรือเซ็งจิตจริงๆ ที่นี้มีกลุ่มวัยรุ่นทั้งมัธยมปลายมหาลัยเดินกันให้ขวักทั้งมาเป็นคู่แฟนหนุ่มสาวรวมทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูก









.....ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก...../ไม่ต้องตกใจนะครับเสียงโทรศัพท์ผมเองแนวมั๊ยละ -_-!!









“ติ๊ด!!..ครับแม่”ผมกดรับก่อนที่พลเมืองที่มาเดินห้างจะจ้องผมไปมากกว่านี้ ใช้น้ำเสียงให้ปกติที่สุดเพราะผมรู้ไงว่าแม่โทรมาเรื่องอะไรคงรู้เรื่องพี่จองอาแล้วแหง








“ไอจงอิน!!..แกดูแลพี่แกประสาอะไรห๊ะถึงให้พี่แกเป็นแบบนี้ไปได้มาหาแม่กับพ่อที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลยไอลูกเวณณณณณณณณณณณณณณ!!!!!!!!!!!!”ผมยกหูโทรศัพท์ออกห่างจากหูก่อนที่หูผมมันจะระเบิดเพราะเสียงแม่ที่ตะโกนมาแต่เดี๋ยวพี่แค่น้ำร้อนลวกหนิแล้วไปอยู่ที่โรงพยาบาลได้ยังไง?
เมื่อคิดได้อย่างนั้นผมกะว่าจะถามรายละเอียดแม่อีกแต่แม่ซิครับกลับตัดสายลูกคนนี้ไปอย่างไม่ไยดีพร้อมพูดทิ้งท้ายด้วยเสียงเหี้ยมโหด












“ถ้าแกยังไม่รีบมาแกตายจงอิน!!!...ตู๊ดดดดดดๆ!!!!!!!!!!”






“นี่มันอะไรกันเนี่ยเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นแล้วพี่ผมไปอยู่ที่โรงบาลได้ไงพี่เป็นอะไรทั้งๆที่เมื่อเช้ายังดีๆอยู่เลย”








2013-09-01

chankai : Love Hunter

SF : Love Hunter
By : Kailu11
Pair : Chanyeol – Jongin
Rate : Action
Note : เกิดขึ้นมาได้เพราะมโนมาจากนิยายหนังบางเรื่องถ้าคุ้นๆก็แบบนั้นแหละใช่เลย(อยากเห็นไคเคะแบบเมะหน่อยๆ)











“จับมันไว้..อย่าให้มันเอาของไปได้!!”





“ปังๆๆๆ!!”







เสียงปืนดังรัวขึ้นมาตามหลังชายหนุ่มที่วิ่งกระหืดกระหอบหนีตายจากวงล้อมมาเฟียวิ่งหลบเข้าตอกซอยแคบๆในเมืองใหญ่อย่างแวนคูเวอร์ในมือกำของสำคัญเอาไว้อนึ่งกลัวว่ามันอาจจะหายไปจากมือ









“แฮกๆ”









“ตามหาให้ทั่วกูว่ามันต้องอยู่แถวนี้แหละ”ชายหนุ่มซ้อนตัวกลมกลืนไปกับความมืดเสื้อผ้าที่สวมใส่ช่างดูเหมาะกับเวลานี้จริงๆเขาคิดพรางสังเกตการณ์ปรายสายตาไปมองลูกน้องมาเฟียกลุ่มหนึ่งที่ยืนถือปืนเตรียมพร้อมยิงถ้าเขาออกไป เหงื่อกราดไหลตามใบหน้าในใจลุ่นระทึกเมื่อเจ้าตัวเกิดพราดปรายเท้าไปโดนถังขยะเข้า








“ตึ่ง!!”ชายหนุ่มชักเท้ากับพรางคิดหาทางหนีทีไล่










“ไปดูเด่ะ”ในวินาทีนั้นชายหนุ่มต้องตายแน่ๆถ้าเขาถูกจับตัวได้ เสียงหัวใจเต้นรัวมือกำเข้าที่ห่อผ้าแน่น เมื่อเศษมนุษย์คนนั้นเดินเข้ามาใกล้








“เฮ่ย!!!”









“ปัง!!”








“ตุบ!!”ชายหนุ่มหลบกระสุนที่ยิงมาแล้วจับเข้าที่ข้อมือของลูกน้องมาเฟียนั่นเพื่อแย่งปืนมาแล้วจัดการยิงใส่ที่หน้าท้องจนสลบไป เมื่อพวกข้างนอกที่ได้ยินเสียงปืนก็พากันกู่เข้ามากราดกระสุนใส่ชายหนุ่มจนต้องกระโดดหลบพัลวันแล้วซุ่มยินปริดชีพทีระคนจนปืนหมดกระสุน










“โธ่เว้ย!!”ชายหนุ่มเขวี้ยงปืนทิ้งแล้วออกวิ่งจากมุมวิ่งกระหวัดกระเหวี่ยงหลบกระสุนออกมาจากตอกซอยแคบๆมาถึงถนนใหญ่ เสียงรถราแล่นฉิวด้วยความเร็วมองซ้ายขวาหาทางรอดยังไม่ได้ใช้สมองให้เต็มที่พวกลูกน้องมาเฟียอีกสิบคนก็วิ่งตามมาทันกราดกระสุนใส่เขาอีก









“ปังๆๆ!!”








“อ๊าก!!”ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะวิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่งกระสุนที่ยิงกราดมาโดนตัวเข้าอย่างจังที่แขนขวาชายหนุ่มร่างสูงทรุดลงมือกุมแขนเม้มปากด้วยความเจ็บแต่ก็กลั่นใจวิ่งข้ามถนนต่อไปทั้งที่ยังไม่ถึงสัญญาณไฟแดง









“ปริ๊บๆ..ปรี๊ด!!”









“ปังๆๆๆ!!”เสียงกระสุนยังยินมาอีกไม่เลิกชายหนุ่มวิ่งผ่าถนนหนีตายมาได้สำเร็จอย่างทุลักทุเลส่วนลูกน้องมาเฟียพวกนั้นยังอยู่ที่อีกฟากหนึ่งของถนนชายหนุ่มใช้โอกาศนี้หนีเข้าไปในซอยแคบๆอย่างที่ได้วางแผนไว้วิ่งมาที่รถตู้คันหนึ่งที่จอดทิ้งไว้ จัดการปลดล็อกแล้วโยนห่อผ้านั้นไปที่นั่งอีกฝั่งแล้วสตาร์ทรถออกไปทันที....









Four Seasons Hotel Vancouver








รถตู้ยี่ห้อแวนคันเก่ารุ่นคุณปู่จอดลงข้างโรงแรมดังใจกลางกรุงแวนคูเวอร์ ชายหนุ่มจัดการถอดเสื้อชุดปฏิบัติงานออกพร้อมถอดหน้ากากปิดปากออกไปเผยให้เห็นใบหน้าที่นวลใสดวงตากลมดุปากอิ่มรูปหัวใจดวงหน้าที่ไม่ออกหวานมากนักรับกับผมทรงเกรียนโล้นสีดำขับให้ดูมีเสน่ห์ที่ยั่วยวน ร่างกายกำยำมีมัดกร้ามน้อยๆใส่แค่เสื้อกร้ามสีดำเมื่อถอดชุดออก








“แม่งมอมแมมชิบหาย”ชายหนุ่มว่าออกมาพรางเหลียวมองตัวเองในกระจกมองหลังสะท้อนให้เห็นดวงหน้าที่มีเศษดินฝุ่นเกาะหน้าจากที่ลุยมาเมื่อกี้










“สัดเจ็บชะมัด..อ่า”ชายหนุ่มฉีกเศษผ้ามายาวพอสมควรเพื่อมัดเข้าที่แผลโดนยินเมื่อกี้อย่างลวกๆแล้วเอี้ยวหยิบเสื้อเชิ้ตลายทะเลที่ใส่ในฤดูร้อนมาสวมทับอย่างไม่ติดกระดุมทำให้เห็นแผล่งอกสมชายที่โผล่เสื้อออกมาแล้วถอดกางเกงขายาวออกเปลี่ยนมาใส่กางเกงขามสามส่วนสบายๆเมื่อมองสำรวจตัวเองแล้วว่าเรียบร้อยไม่มีพิรุทก็หันมาหยิบของสำคัญที่อยู่ในห่อผ้ามาใส่ในกระบอกเก็บงานเสมือนว่าเป็นนักสถาปนิกมืออาชีพไม่ลืมนำแว่นตาเลนสีชามาใส่ปกปิดดวงตาที่เขียวช่ำน้อยๆจากการต่อสู้








“ติ่ง!!”เสียงลิฟต์ที่เปิดออกทำให้ชายหนุ่มหยุดชะงักความคิด รีบเดินอาจๆเข้าไปในลิฟต์สี่เหลี่ยมทันทีกดชั้นที่ต้องการแล้วยืนนิ่งมองดูทัศนีย์ภาพจากลิฟต์แก้ว ที่เห็นความงดงามยามค่ำคืนของวิวเมืองแวนคูเวอร์มี่ไม่เคยหลับไหลด้วยสายตาที่ว่างเปล่าพรางคิดไปว่าชีวิตที่ผ่านมาเขาไมเคยที่จะได้มีเวลามองดูทัศนีย์ภาพพวกนี้จริงๆจังๆสักนิดเพราะต้องเอาเวลาไปทุ่มกับงานอย่างเดียว ลิฟต์หยุดลงพร้อมกับร่างชายหนุ่มที่เคลื่อนตัวออกมาแล้วเดินแบกกระบอกเก็บงานมาที่ห้องในสุดบนชั้นที่สูงที่สุดของตึกในโรงแรมที่เป็นอันดับหนึ่งแบบนี้ในด้านความไฮโซหรูหราสะอาดกับค่าเข้าพักที่แพงหูฉี่











ชายหนุ่มวางของลงที่โต๊ะรับแขกกลางห้องแล้วทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง ถ้าเขาไม่เดินให้ไวกว่านี้รับรองว่าคนที่ห้องล็อบบี้ต้องแตกตื่นกับเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดของเขาแน่ๆ











“ก่อนอื่นต้องทำแผลก่อน”ชายหนุ่มว่าออกมาเบาๆมองที่แผลตัวเองไม่วางตาเดินมาที่ห้องครัวเมื่อนึกได้ว่าเคยเห็นกล่องยาแวบๆอยู่ข้างฝาผนังข้างๆตูเย็น ชายหนุ่มไม่ได้เดินกลับมาที่ห้องรับแขกแค่กล่องยาแต่ยังถือไวน์ชั้นดีมาขวดหนึ่งเปิดฝาดื่มกินอย่างง่ายๆกรอกเข้าปากแล้วปากเหล่าขณะทำแผล เมื่อทำแผลเสร็จชายหนุ่มก็หยิบกระบอกงานขึ้นมาดูแล้วเปิดออกนำของล่ำค่าที่อยู่ในนั้นออกมาสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าชายหนุ่มคือ ดาบโบราณที่มีเพชรประดับไว้ที่ด้ามจับตัวดาบปรายแหลมคมยังสลักอัษขระอะไรบางอย่างซึ่งเท่าสายตาที่ชายหนุ่มมองดูน่าจะเป็นภาษาโรมันอายุของชิ้นนี้เท่าที่ได้รับข้อมูลมาน่าจะประมาณห้าพันปีที่แล้ว







“สวยดีหนิมิน่าคนถึงอยากได้แก่”ชายหนุ่มยกดาบขึ้นเหนือศีรษะแสงดาบแสงเพชรพราวระยิบระยับต้องท้าแสงจนแสบตา สว่างไปทั่วห้องหรูที่เปิดไฟพอสรัวแล้วยกไวน์ขึ้นดื่มอีกครั้ง











“ฉันต้องรีบส่งแกให้ถึงมือลูกค้าให้เร็วที่สุด..แล้วฉันก็จะได้เงิน..เงินมหาสารฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!”






“ติ่งต่อง!!”ชายหนุ่มที่กำลังหัวเราะร่าอย่างมีความสุขอยู่นั่นต้องสะดุ้งตกใจเมื่อเสียงกริ๊งที่ดังขึ้นพรางขมวดคิ้วยุ่ง “ใครกันที่มาหาเขาที่ห้องหรือจะเข้าห้องผิดหรืออาจจะเป็น...ไม่ไม่!!เพราะไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่เพาะฉะนั้นคงมีอย่างเดียวคือ...ศัตรู”








ชายหนุ่มหยิบเอาปืนเก้าม.มออกมาแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมเดินช้าๆอย่างระวังภัยมาที่ประตูไม่กล้าที่จะดูที่ตาแมวกลัวว่าจะมีเข็มหรือไม่กะไรสักอย่างฉีกมาตรงตาแมว ชายหนุ่มช่างใจสักครู่แล้วตัดสินใจเปิดออก









...เอาว่ะเป็นไงเป็นกัน...










“แกร่ก”เสียงปืนตั้งฉากกับพื้นห้องชายหนุ่มจ่อมันขึ้นมาทางผู้ที่ตัวเองคิดว่าเป็นผู้บุกรุกแต่สิ่งที่ดวงตาหวานเห็นจนตลึงค้างคือร่างสูงเท่ากันของชายหนุ่มตรงหน้าที่มีดวงหน้าคมเข้มจมูกโด่งเป็นสันปากเรียวซ้อนความร้ายกาจกำลังส่งยิ้มหวานมาให้เขาอย่างคนรู้จักกันมานานแสนนาน






“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะไค!!”ชายหนุ่มยิ้มยั่วออกมาอีกแต่อีกคนกลับไม่ไหวแล้วความโกรธแล่นลิ่วมองชายหนุ่มดวงตาแข็งกร้าว









“นายมาอยู่ที่นี่ได้ไงแล้ว..แล้วรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่?”ไคเลิ่กลั่กถามออกมาแต่ปืนยังจ่อร่างสูงตรงหน้าไม่เลิก ชายหนุ่มแค่เปรยตามาที่ปืนกระบอกสีดำด้วยดวงตาที่แสนธรรมดาแล้วปัดมันออกจากรัศมี









“ไม่ยาก..ตามตัวนายมันง่ายจะตายไปไม่เชิญฉันเข้าห้องก่อนหรอ?”ชายหนุ่มว่าแต่ไม่ทันที่ไคจะว่าอะไรชายหนุ่มตรงหน้าก็ถือวิสาสะเข้ามารวดเร็วเสมือนบ้านตัวเอง ไคมองตามแผ่นหลังกว้างด้วยสายตามึนงงไม่หายร้องถ้วงขึ้น









“ชานยอล!!”








“ว๊าว!!ห้องนายใหญ่กว่าห้องฉันอีกอะน่าอยู่น่าอยู่”ชานยอลมองสำรวจอย่างพอใจกับห้องของร่างบางตรงหน้าที่มีสีหน้าโกรธอย่างเห็นได้ชัดเริ่มเหลืออดกับผู้ชายตรงหน้าไม่สนใจกับคำทัดทานของเขาเลย









“ชานยอลออกไป!!”ไคว่าเสียงแข็งไมรู้ว่าที่ชานยอลคนทีไม่ได้เจอกันเกือบปีจะมาโผล่ที่นี่และยังไม่รู้อีกว่าต้องการอะไร









“หึหึหึ..อะไรกันฉันเพิ่งมาไล่ไปแล้วหรอ”ชานยอลว่าเปื้อนยิ้มไม่สนใจสีหน้าของไคที่แดงสุดๆกำกระบอกปืนแน่นจนน่ากลัวแล้ว









“ไอชานยอล!!”







“อ่านุ่มแฮะเด้งดีด้วย”ชานยอลกระแทกก้นลงพื้นโซฟาแล้วลุกนั่งลุกนั่งเพื่อทศสอบสมรรถภาพของโซฟาว่ามันนุ่มจริงๆ ไคเหลืออดผู้ชายตรงหน้าไม่ใช้ธรรมดาเขาร้ายยิ่งกว่าเสือ มีพิษสงรอบด้านจนน่ากลัว






“มึงต้องการอะไรกันแน่?”ไคถามออกมาจ้องดวงตาร่างสูงอย่างกับมองให้เห็นความจริงข้างใน คนนึ่งยืนจ้องอีกคนนั่งจ้องความเงียบเข้าปกคุมเมื่อทั้งคู่เล่นจ้องตาอย่างไม่ลดละแต่ผลสุดท้ายร่างบางที่ยืนถือปืนอยู่เป็นผู้หลบตาก่อน








...Chanyeol win....






“หึ..นายไม่คิดถึงอย่างอื่นเลยหรอว่าบางทีฉันอาจจะคิดถึงนายเราไม่ได้เจอกันมาปีกว่าแล้วนายไม่คิดถึงฉันหน่อยหรอไค?”จากแววตาซุกซนกวนๆเปลี่ยนมาเป็นเศร้าสร้อยตัดเพ้อ ไคถอนหายใจไม่อยากเชื่อน้ำคำร่างตรงหน้าเท่าไหร่เพราะอะไรน่ะหรอ..เพราะชานยอลเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทประกันของโบราณน่ะซิหรือเข้าใจง่ายๆนะ...ตำรวจนี่แหละ!!








“มึงมันเชื่อไม่ได้ชานยอล!!”ไคว่าออกมาดูจุนทนไม่ไหวฉุดมือเรียวให้มาหาตนที่นั่งอยู่ทำให้ไคมานั่งแมะลงที่ตักร่างสูงอย่างช่วยไม่ได้








“ชานยอลปล่อย!!..อื่อ..กูบอกให้ปล่อย!!”ไคว่าออกมาผลักอกแกร่งออกขัดขื่น แต่ชานยอลก็ไม่ให้เป็นแบบนั้นกอดรัดเอวบางไว้กดร่างบางลงพื้นโซฟากดจูบอย่างเร่าร้อน





“อื่อ..มึง..”ไคไม่ทันตั้งตัวแต่ก็ตอบสนองเรียวลิ้นที่สอดเข้ามาทำให้ทั้งสองโต้ลิ้นกันอย่าสนุกปาก มือของชานยอลก็เลื่อยมาเลื้อยๆจนมาหยุดที่ขอบกางเกงไคเบิกตากว้างเมื่อมีสติกลับมาอีกครั้ง










...ไม่ควรให้เป็นแบบนี้...








“อื่อ..ชานยอล..ปล่อย..ไม่”





“ทำไมละที่รักเมื่อก่อนเราทำออกบ่อยไม่ใช่หรอ”ชานยอลว่าออกมารูดซิบกางเกงลงอย่างชำนาญไคปัดป้องแล้วเอื้อมมือมาที่โต๊ะหยิบดาบเล่มงามข้างๆจะมาฟันที่ร่างสูง









“อึ่ม..นี่กะจะฆ่าฉันเลยหรอยังเร็วไปอีกสิปีเก่งๆแบบนี้ต้องจัดหลายๆดอก!!”ชานยอลว่าออกมาขว้างดาบทิ้งไปทำให้ไคไม่มีอะไรมาปกป้องควานหาสะเปะสะปะไปทั่วแต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อแท่งร้อนของตนถูกมือร่างสูงแตะต้องจนแข็งสูงมือ








“อื่อ..ไอเชี่ยแม่ง..อื่ม”ชานยอลกดจูบอีกครั้งย่ำๆซ่ำๆไคมองเริ่มไม่รับรู้อะไรเดินหน้าตามการชักนำแต่ก็ต้องตกใจร้องขึ้นทำเอาชานยอลที่กำลังง่วนกับส่วนนั้นผงะหัวขึ้นมาดู











“ชานยอล..ชานยอล..วะ..ไวน์..ไวน์หก..”ไคว่าเสียงหวานจากหน้ามือเป็นหลังมือออกมาพรางมองไปที่ขวดไวน์รสเลิศที่ถูกมือของตัวเองปัดโดนหกจนน้ำสีแดงอำพันไหลเต็มพื้นพรมด้วยความเสียดาย






“ช่างมันเถอะน่ามาสนใจเรื่องของเราก่อนดีกว่า!!”












“อ้า...”





“ อื่อ...”











ร่างบางตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ที่สดใส่กุมเข้าขมับเมื่อรู้สึกปวดหัวโคงเคงเมือปรับสภาพได้ก็เหลียวมองรอบห้องก้มมาดูตัวเองที่ร่างกายเปลือยเปล่ามีลอยรักเต็มตัวกำลังจะลุกขึ้นเท้าเจ้ากรรมกับไปเตะเข้าที่ขวดไวน์ว่างเปล่าที่นอนอยู่อย่างอารมณ์หงุดหงิดเตะขวดไวน์ทิ้งไปอย่างไม่ไยดีกวาดสายตามองผู้ชายเมื่อคืนรอบด้านก็ไม่เห็นแม้แต่เงาเสื้อผ้าของตัวเองที่วางถอดทิ้งไว้หยิบขึ้นมาใส่ลวกๆรู้สึกขัดๆที่ช่องทางพันสายตาเหลือบไปเห็นข้อความที่หน้ากระจกใสโต๊ะเครื่องแป้งสะท้อนตัวเองว่าโทรมแค่ไหนแล้วไล่สายตาอ่านข้อความทันที














...เมื่อคืนสนุกมากและขอบคุณสำหรับของ..รักนะครับ
ปาร์คชานยอล....









ทันทีที่อ่านข้อความจบร่างบางถลาไปที่กระบอกเก็บงานทันที








..ไม่ๆเมื่อคืนเราจะใช้ดาบนั่นฟันหมอนั่นหนิแต่หมอนั่นโยนมาทางนี้แล้ว..ไปไหนแล้ว...






ร่างบางคิดไม่ตกมองหาดาบล่ำค่าด้วยความกระวายใจและก็ต้องโกรธแค้นเข้าไปอีกเมื่อรู้ว่าของนั่นที่ชานยอลว่าถึงคือดาบอายุหลายพันปีนี่เอง






“ไอเหี่ยชานยอล!!!”ไคกำข้อหมัดแน่นเขาคิดไว้แล้วว่าที่ชานยอลโผล่มาที่นี่เพราะมีจุดประสงค์และเขาก็ยังยอมให้จุดประสงค์ของหมอนั่นเป็นจริงอย่างโง่งม กี่ครั้งแล้วที่เป็นแบบนี้ร่างสูงมักเข้ามาทำให้หัวใจดวงน้อยๆนี่ตายใจพอได้สิ่งที่ต้องการไปก็หนีหายอย่างกับคนตายแล้ว










“โธ่เว้ยโง่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...โง่ให้หมาบ้าเจ้าเล่ห์นั่นหลอกซ้ำแล้วซ้ำเหล่าทีนี่จะทำไงของมีค่าถูกขโมยไปเงินอีกครึ่งก็ได้มาแล้วถ้าไม่มีของให้เราต้องตายแน่ๆ...โว้ยย!!”ไคทึ่งหัวตัวเองด้วยความโกรธก้นด่าชายหนุ่มสารพัด






“คอยดูกูจะต้องแก้แค้นคืนให้ได้!!”













ไคเก็บกวาดของทุกอย่างลงกระเป๋าเป้ใบใหญ่ด้วยความหงุดหงิดจุดหมายปรายทางของเจ้าตัวคือสนามบินเพื่อที่จะไปเอาของคืนให้ทันคนร่างสูงที่มาพรากของโบราณล่ำค่าของเขาไป กว่าจะตามหามาได้ใช้เวลาเป็นเดือนๆมาฉุบมือเปิบแบบนี้มันง่ายไปหน่อยมั๊ง แต่ถ้าเขาไม่หลงรสสัมผัสเมื่อคืนคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น คิดแล้วก็หงุดหงิดไม่หายป่านนี้คงอยู่ที่สนามบินหรือไม่ก็ที่ไหนสักที่ในแวนคูเวอร์






*








ทันทีที่มาถึงสนามบินไคก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องผู้โดยสารกวาดสายตามองหาร่างสูงสะดุดตาแล้วมาหยุดยืนที่จอแสดงตารางการบินของทางสนามบิน เที่ยวบินไปเกาหลีอีกยี่สิบนาทีข้างหน้านั่นยิ่งทำให้ไคมั่นใจว่าชานยอลต้องอยู่ที่นี่ เพราะที่ร่างสูงถ่อสังขารมาตามหาของวัตถุโบราณจากเขาที่นี่มาเพื่อทำตามคำสั่งของทางบริษัทหรืออะไรสักอย่าง







“นั่นไงชานยอล..มึง!!กูหามึงเจอแล้วคราวนี้มึงเสร็จแน่”ไคยิ้มมุมปากก้าวอาจๆไปหาร่างสูงที่ยืนลับๆล่อๆอยู่ที่ทางเข้าห้องน้ำ ชานยอลใส่แค่แว่นดำอำพรางตัวซึ่งนั่นทำให้ไคไม่เอะใจเลยว่ากำลังเกิดเรื่องกับร่างสูง










“ชานยอล..มึงเอาของกูคืนมา!!”ชานยอลหันควับเมื่อไดยินเสียงใสอันคุ้นเคยก็พบกับเรียวหน้าหวานของไคยื่นมือแบขออะไรสักอย่าง





“ไคนายมาอยู่ที่นี่ได้ไง?”ร่างสูงหันมาพูดกับไคดีๆแต่ก็ยังทำท่าทางลับๆล่อๆอยู่










“หึมึงไมต้องมาพูดดีส่งของกูคืนมา..ไหนอยู่ไหน”ไคว่าเสียงเครียดพรางเข้ามาจะเปิดกระเป๋าเป้ของร่างสูง ชานยอลเหลืออดดันร่างบางเข้ากดกับผนัง












“ตึง!!”






“โอ๊ยสัด..กูเจ็บ!!”










“มึงฟังกูให้ดีนะไคมีชีวิตของใครอีกคนกำลังแย่และกูต้องช่วยเขา”







“แล้วมันเกี่ยวไรกับกูมึงเอาของกูไป”ไคยังไม่ลดละเถียงจะเอาของคืนให้ได้











“เกี่ยว!!ไอคนที่มันจับลูกกูไปมันต้องการดาบเล่มนั้นที่มึงไปขโมยมา”








“พูดให้ดีนะเว้ยกูไม่ได้ขโมยกูเอาของมาอีกต่อหนึ่ง”ไคอึ่งเมื่อได้ยินชานยอลพูดเรื่องลูก ไครู้ว่าชานยอลแต่งงานมีครอบครัวแล้วถึงได้ออกห่างมาแบบนี้ไงทั้งที่ภรรยาของชานยอลจะเสียไปแล้วก็เถอะ









“แต่ถึงยังไงครั้งนี้กูขอนะไคกูเป็นห่วงลูกพวกเหี่ยนั่นไม่รู้ว่าจะทำอะไรลูกกูบ้าง”ชานยอลผละออกมาจากตัวไคแล้วทรุดร่างลงนั่งที่พื้นอย่างคนหมดแรงไคที่เห็นดังนั้นเริ่มใจอ่อน








“ชานยอลกู..กูขอโทษกูไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้มึงจะให้กูทำไงกู..รับเงินเขามาแล้ว”ไคว่าออกมามองแววตาของชายร่างสูงตรงหน้าด้วยแววตาวูบไหวสงสัยเขาคงรักผู้ชายคนนี้เข้าแล้วจริงๆ ถึงได้พูดเสียงอ่อนเสียงหวาน








“มึงต้อช่วยกู...แล้วมึงอยากได้เท่าไหร่บอกกูกูพอมีเงินเก็บมากพอที่มึงจะหนีไปกลบดาน”










“ชานยอล!!”ไคมองชานยอลที่นั่งหมดแรงอยู่ไม่ว่าพ่อคนไหนก็ย่อมทนไม่ได้ที่ชีวิตเด็กหนึ่งชีวิตต้องมาพบเจออะไรแบบนี้ ไคได้แต่ถอนใจ











...เอาว่ะยอมถูกตามล่าเอาเงินคืนดีกว่าต้องมาเห็นสภาพแบบนี้ของชานยอล...










“ตกลงกูจะช่วยมึง!!!”ทันทีที่ไคพูดจบชานยอลก็แหงนหน้ามองไคด้วยดวงหน้าเปื้อนยิ้ม












“จริงหรอไคขอบใจมึงมาก...”ไคต้องเขิลหน้าแดงแล้วแน่ๆที่โดยร่างสูงกอดไม่ทันตั้งตัวแบบนี้แล้วผลักออกเมื่อคิดว่ากอดนานเกินไปแล้ว











“ปล่อย!!กูหายใจไม่ออก”พอดีกับเสียงโทรศัพท์ของชานยอลเรียกเข้ามาทำให้ชานยอลต้องกลับไปสนใจเรื่องตัวเองต่อ









Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr









“มึง!!”นั่นคือคำทักแรกจากชานยอล ไคได้แต่ฟังอยู่ห่างๆ







“ได้เดี๋ยวกูจะรีบไป”ทันทีที่วางสายชานยอลกับไคพากันไปที่จุดนัดพบตามที่พวกมันได้ตกลงกันไว้ กลางสนามบินที่มีผู้คนผลุผล่าน









“ชานยอลนั่น..ชานฮี”ไคชี้ไปที่ร่างของเด็กสาวน่าจะอายุไม่เกินเจ็ดขวบนั่งจุมปุกอยู่ที่เก้าอี้ของสนามบินข้างๆมีชายร่างสูงนั่งอยู่ คาดว่าน่าจะเป็นคนของคนที่จับตัวชานฮีไป










“ไคนายรอพี่อยู่ที่นี่”สรรพนามที่เปลี่ยนไปดูอ่อนโยนขึ้นทำให้ไครู้สึกอึ้งมองหน้าชายตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา เดี๋ยวตอนแรกกูบอกจะช่วยมึงแต่ไหงมึงให้กูอยู่เฉยๆ









“ชานยอล..กู”










“พี่ขอร้องถ้านายเป็นอะไรไปอีกคน พี่คงอยู่บนโลกนี้อีกไม่ได้แน่”ชานยอลว่าออกมาเศร้าๆ ไคเสตาไปทางอื่น









“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับมึงกูจะฆ่าพวกมันให้เรียบ”








“หึหึ..พี่ดีใจจังที่เราเป็นห่วงพี่อยู่ ไคขอบใจที่อยู่เคียงข้างพี่มาตลอด”







“ทำไงได้กูรักมึงไปแล้วหนิ”ชานยอลปล่อยอ้อมกอดออกมามองร่างบางที่อยู่ๆก็มาสาระภาพรักกับตนแล้วยิ้มเวอร์ออกมาอย่างดีใจ










“จริงหรอรักมากเหมือนกันพี่สัญญาว่าจะรีบกลับมาแล้วเราจะอยู่ด้วยกัน”ชานยอลสวมกอดครั้งสุดท้ายแล้วปล่อยออก ไคพยักหน้ากั้นน้ำตาเซมองไปทางอื่น ค่อยๆมองชานยอลเดินออกไปพร้อมวัตถุโบราณในกระเป๋า ไคลอบสังเกตการณ์อยู่อีกทางหนึ่งมองร่างสูงที่กำลังเดินเข้าไปหาร่างของเด็กน้อย เด็กน้อยที่พอเห็นพ่อของตัวเองก็ร้องดีใจจะเข้าไปหาแต่ก็ถูกมือแกร่งของคนพวกนั้นจับไว้








“คุณพ่อ!!”








“ชานฮี..ลูกพ่อ!!”






“ไหนของ..อย่าคิดเล่ยตุกติกนะมึงคนของนายอยู่ที่นี่เต็มไปหมด”พวกมันว่าแล้วแง้มเสื้อออกเผยให้เห็นกระบอกปืนมันเหลื่อมที่แนบไว้ในกางเกง การกระทำของพวกเขาไม่เป็นที่น่าสังเกตเลยสักนิดถ้าไม่มองดีๆจะเหมือนพ่อมารับลูกมากกว่า ถือว่าพวกมันฉลาดมากที่เลือกที่นี่










“นี่!!ของปล่อยตัวลูกกูมาได้แล้ว”ชานยอลว่าแล้ววางของลง







“กูจะแน่ใจได้ยังไง”












ผมมองดูอย่างลุ้นๆแล้ววินาทีนั้นเองที่สายตาของผมดันเหลือบไปเห็นนักฆ่าคนหนึ่งที่จ่อปืนกำลังเล็งมาทางนี่









...มาทางชานยอล...

















“ชานยอล!!!!!!!!”ไควิ่งเข้ามาขวางไว้บังร่างของชานยอลที่ทำสีหน้าตกใจ













“ปัง!!”กระสุนวิ่นตัดอากาศมาเจาะเข้าที่หน้าอกซ้ายของไค ไคทรุดร่างลงโดยมีชานยอลรับร่างเอาไว้เหตุการณ์ในสนามบินเริ่มโกลาหลตำรวจเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสะกัดยิงเหล่าร้ายพวกนั้นที่ออกมาจากที่ซุ่มยิงปะทะกันเลือดสาด นักท่องเที่ยวหนีตายอุตลุดส่งเสียงกรีดร้องวิ่งเหยียบกันตายน่ากลัว








“ไคนายทำแบบนี้ทำไม..ทำไมถึงไม่ฟังกันบ้าง”ชานยอลน้ำตาคลอมองร่างบางตรงหน้าที่ปรือตาหายใจริบหรี่ ชานยอลโอบกอดร่างของไคไม่ห่างท่ามกลางดงปืนของตำรวจ












“ผม...แค่อยากเห็นคนที่ผมรักมีความสุขและใช้ชีวิตปรกติสักทีถ้าผมตายพี่ก็คงไม่ต้องตามหาผมอีก”ไคน้ำตาไหลอาบแก้มลูบหน้าชายหนุ่มด้วยความรักล้นใจ










“ใครว่าละพี่จะดีใจทุกครั้งที่ได้ออกตามหานายเราเคยสัญญากันไว้แล้วไม่ใช่หรอว่าเราจะแต่งงานกันอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไค...ฮึก..พี่ยังเก็บหวานแต่งงานที่เราไปดูด้วยกันแต่เพราะพี่ไม่มีเงินเราเลยไม่ได้ซื้อแต่ตอนนี้พี่หาเงินซื้อแหวนวงนั้นได้แล้วนะนี่ไงไค..เราเห็นรึเปล่า”แสงของเพชรระยิบระยับตรงหน้าของไคแหวนเพชรเม็ดโตที่ไคแค่ถามลองใจชานยอลเฉยๆตอนสมัยที่เรียนมหาลัยเท่านั้นไม่คิดว่าวันนี้ชายหนุ่มจะซื้อมันมาให้ได้













“เราจะแต่งงานกัน”ชานยอลสวมแหวนวงนั้นให้กับไคทั้งๆที่รู้ว่ามันสายไปแล้ว เขาน่าจะขอไคแต่งงานตั้งนานแล้วแต่เพราะว่าเขามัวแต่ช้า จนในที่สุดก็สายเกินไป











“พี่รับนักหัวขโมยอย่างผมเป็นเจ้าสาวของพี่ดะ..ได้..หรอ?”ไคถามออกมาเสียงเศร้าดวงปรือจะปิดมองหน้าชายหนุ่มที่กลายเป็นพร่ามัวเลือนลาง











“รับได้ซิเจ้าสาวของพี่”ชานยอลจูบเข้าที่ขมับของร่างบางน้ำตาของลูกผู้ชายไหลมาตามดวงหน้า











“หึ..ผมจะรอพี่แล้วเราจะไปอยู่ด้วยกัน..จูบผมหน่อยซิ”ไคว่าออกมาดวงตาเริ่มปิดลงช้าๆชานยอลพยักหน้าก้มหน้าลงจูบที่เรียวปากบางช้าๆอย่างนุ่มนวล ไคตอบสนองเรียวลิ้นร่างสูงครั้งสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นใจไปตลอดกาล....








“ไคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค!!!!!!!!!”ชานยอลลุกขึ้นวางร่างของไคลงช้าๆน้ำตายังไม่หยุดไหลหยิบปืนที่ตกลงแถวนั้นขึ้นมากราดยิงด้วยความแค้นสุมอก จนปลิดชีพพวกลูกน้องสวะไปทีระคน













“ปังๆๆๆ!!”




ชานยอลมองไปที่เสียงปืนอีกด้านกลุ่มของตำรวจยิงปะทะเข้ากับกลุ่มของมาเฟียที่จับชานฮีลูกสาวของเขาไปกำลังเดินอาจๆไปที่ลานจอดเครื่องบินเพื่อหลบหนี ชานยอลยินเข้าใส่หนึ่งในลูกน้องที่เดินตามหลัง พวกนั้นหันมาแล้วกราดยิงโต้ตอบเช่นกันชานยอลกะโดดหลบหลังรถดับเพลิงที่จอดอยู่แถวนั้นต่อสู้สุดใจขาด











“เฮ้ย!!”เมื่อกระสุนหมดชานยอลกระโดดออกมาสัดหมัดใส่เศษสวะตรงหน้าใช้เท้าถีบยอดหน้าจนล้มคมำตาคมลอบสังเกตมาเฟียคนนั้นที่กำลังจะขึ้นเฮริคอปเตอร์หลบหนีไป









“ตุบ..อั่ก..ปังๆ!!”ชานยอลเปลี่ยงหลบแย่งกระบอกปืนมายิงเข้ากลางหน้าผากเลือดอาบทั่วบริเวณ เสียงเฮริคอปเตอร์ที่ดังสะท้านลมแรงสะบัดไหวชานยอลรีบวิ่งมาที่เฮริคอปเตอร์ทันที ที่ขณะกำลังจะบินขึ้นสูง











“ไป!!!”เสียงสั่งการดังขึ้นพอดีกับชานยอลปีนขึ้นไปในตัวเครื่องทันล็อกคอมาเฟียคนนั้นตายคาที่ ส่วนลูกน้องที่เหลือต่างจะชักปืนมายิง ชานยอลเร็วกว่าถีบเข้าที่มือจนปืนกระเด็นทั้งสองต่อสู้กันอย่างไม่ลดละแย่งปืนกระบอกเดียวจนปืนรัวไปโดนคนขับเครื่องบินทุลุหมวกกันน็อคตายคาตัวเครื่องส่งผลให้เครื่องบินเสียงการทรงตัวลดต่ำลงเลื่อยๆ











“ย๊าก...ตายยากตายเย็นนะมึง!!”ขณะที่ชานยอลกำลังเสียเปรียบอยู่นั้นร่างของลูกน้องมาเฟียจะกระโดดถีบชานยอลแต่ชานยอลเหวี่ยงหลบทำให้ร่างของลูกน้อองมาเฟียคนนั้นกระโดดออกไปจากเฮริคอปเตอร์สู่เบื้องล่าง ชานยอลมองซ้ายขวาในขณะที่เครื่องกำลังโหลดต่ำคว้าหยิบของโบราณไว้แล้ววินาทีสุดท้ายเครื่องก็ทิ้งดิ่งลงสู่แม่น้ำระเบิดเสียงดังกัมปนาททั่วพิภพ











“ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”














“แฮกๆ!!”

ชานยอลว่ายน้ำออกมาโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำมองทอดไปที่เฮริคอปเตอร์ลำนั้นที่แหลกระเอียดไม่มีชิ้นดีในมือชายหนุ่มถือห่อผ้าชิ้นสำคัญที่จะต้องเอาคืนให้กับทางรัฐบาล ดาบอายุกว่าห้าพันปี

















หนึ่งปีผ่านไป....












ชานยอลวางช่อดอกไม้สีสวยไว้หน้าหลุมศพ หน้าหล่อมองมาที่ป้ายหลุมศพด้วยความเศร้าพรานน้ำตาจะไหลมือลูบสัมผัสป้ายชื่ออย่างอาลัยอาวรคิดถึงคนรักที่จากไป








“คุณพ่อ...”ชานฮีลูกสาววัยแปดขวบเดินเข้ามาหาทำหน้าเศร้าไม่ต่างกัน ชานยอลรวบร่างลูกสาวเข้ามาในอ้อมกอดหอมกลุ่มผมลูกสาวที่สายตามองไปยังป้ายหลุมศพเช่นกัน












“พ่อคิดถึงมากมั๊ยคะ?”ลูกสาวถามร่างสูง ชานยอลพยักหน้า







“หนูก็คิดถึง”ลูกสาวกอดคอพ่อด้วยความรักชานยอลช้อนตัวลูกสาวขึ้นมองป้ายหลุมศพครั้งสุดท้ายเก็บความทรงจำที่มีเอาไว้ในส่วนลึก













“ผมรักคุณ..อย่างที่คุณบอกฟ้าหลังฝนสดใสเสมอที่รักและผมก็เจอแล้วคนที่ทำให้ชีวิตฟ้าหลังฝนของผมมีความสุขชั่วนิรันด์”













“พี่ชานยอลลลลลลเสร็จยังงงงงงผมหิวข้าววววว?”





































.....นี่แหละครับฟ้าหลังฝนของผม.....





2013-08-12

i HATE U MY TWIN - FOUR ไม่รู้ว่าโดนแบนได้ยังไง

ข้อความนี้สามารถอ่านได้โดยบล๊อกเพื่อนเท่านั้น
ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว

EXOkailu

Author:EXOkailu
ขอต้อนรับเข้าสู่ Fic yaoi [Kailufinland]

ข้อความบันทึกล่าสุดข้อความบันทึกล่าสุดข้อความบันทึกล่าสุด
ความคิดเห็นล่าสุดความคิดเห็นล่าสุดความคิดเห็นล่าสุด
Trackbacks ล่าสุดTrackbacks ล่าสุดTrackbacks ล่าสุด
รายเดือนรายเดือนรายเดือน
หมวดหมู่หมวดหมู่หมวดหมู่
<%plugin_first_title>ค้นหา<%plugin_first_title>
<%plugin_first_title>RSS<%plugin_first_title>
<%plugin_first_title>ลิ้ง<%plugin_first_title>
<%plugin_first_title>แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน<%plugin_first_title>

เพิ่มผู้ใช้นี้เป็นเพื่อน

Powered by FC2 Blog